ยืมเขาเอามาปั่น  กับ  
0001[TextCounter Fatal Error: Could Not Increment Counter]


หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อPRINCIPIAในฐานะเสือหมอบคุณภาพดีจากเดนมาร์ค   ที่จริงแล้วPRINCIPIAเองก็ยังมีสาย
การผลิตจักรยานเสือภูเขาอยู่เช่นกัน เพียงแต่ผลิตออกมาปีละไม่มากนัก และมีแค่ 2 รุ่น คือ MSL และ MSL pro

ถ้าหากมาดูกันที่รายละเอียดของทั้ง 2 รุ่นแล้ว จะพบว่ารายละเอียดเกี่ยวกับรูปทรงและgeometry จะเหมือนกันแทบทุกอย่าง
จะแตกต่างกันก็ตรงที่น้ำหนักของเฟรม  อันเป็นผลจากการออกแบบท่อให้มีความหนาบางแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของ
การใช้งานเป็นสำคัญ   โดยรุ่นProนั้นถูกผลิตมาเพื่อใช้สำหรับแข่งขัน น้ำหนักเฟรมเปล่าจึงแตกต่างกันกว่า100กรัม

PRINCIPIA MSL คันที่ได้นำมาทดสอบนี้   เป็นความเอื้อเฟื้อมาจากคุณสุธีร์ พีระพงษ์พรรณ หรือ พี่ติ่ง  ด้วยการให้
หยิบยืมรถแข่งคู่กาย  ( ซึ่งล่าสุดมานี้ก็เพิ่งคว้าตำแหน่งที่3 มาจากสนามจอมบึงไปสดๆร้อนๆ หลังจากที่ได้หยุดพักการแข่งขัน
ไปนานพอสมควร ) เอามาทำการทดสอบได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเปิดไฟเขียวให้ปรับแต่งเปลี่ยนโน่นเติมนี่เข้าไปได้ตามสะดวก
หรือจะเอาไปล้มลุกคลุกคลานอย่างไรก็ไม่ว่า   ว่าแต่ว่าฉันจะเอาไปปั่นไหวหรือนี่ จานหน้า48-36-26T กับเฟืองหลัง12-32T
ขาคนละเบอร์กันเลยวุ้ย



    มาดูรายละเอียดรถของพี่ติ่งกันก่อนดีกว่าครับ
  • เฟรม Principia MSL'01 size 16.5นิ้ว
  • Shock SID Race'00
  • Stem Kooka 105 mm , 0 degree
  • Handle bar CT2
  • Drive Train 24 speeds
    • Crank set XTR 48-36-26T , 170mm crank arm length
    • Sprocket XTR 12-32T
  • Wheel sets
    • Christ King Hubs
    • DT titanium spokes
    • Mavic x-217 ceramic rims
    • IRC Python 2.0 x 26" ( Front )
    • Panaracer TrailBlaster 1.9 x 26" ( Rear )
PRINCIPIA  มีเอกลักษณ์ในการออกแบบท่อต่างๆเป็น
แบบอย่างเฉพาะตัว เช่น ท่อบนที่มีลักษณะรีแบนแล้วมา
บานขยายออกเมื่อมาเชื่อมต่อกับท่อนั่ง หรือ บริเวณรอย
เชื่อมบริเวณbottom bracket shell ที่ไม่เหมือนกับ
ใคร รวมไปถึงdropout ลักษณะเฉพาะ

บริเวณ seat tube จะมีสติกเกอร์แปะเป็นป้ายประกาศให้ทราบถึงสรรพคุณ    ลองแปลดู
เล่นๆได้ความประมาณว่า "ทำมาจาก Tapered and butted 7020 (AlZn4.5Mg1)
aluminum alloy ตัดแต่งด้วยCNC และประกอบด้วยมืออย่างปรานีต ผ่านกระบวนการ
ชุบแข็งด้วยความร้อนในระดับT6หรือสูงกว่า ออกแบบมาเพื่อให้มีอายุการใช้งานอย่างยาว
นาน"

PRINCIPIA เลือกใช้  7020 aluminum alloy มาเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต โดยให้
เหตุผลว่าเป็นweldable aluminum alloy ที่แข็งที่สุด ( ยังมีเบอร์อื่นที่อาจจะแข็งกว่า
แต่ไม่สามารถนำมาเชื่อมเป็นชิ้นงานได้ ) และเมื่อผ่านกระบวนการชุบแข็งด้วยความร้อนถึง
ระดับ T6 แล้ว จะให้ความแข็งแรงกว่า 6061 T6 ถึง 20 %

ด้วยเหตุนี้จึงสามารถทำเฟรมที่เบาและยังคงความแข็งแรงสำหรับการใช้งานไว้ได้

- Head tube ออกแบบมาเป็นรูปถังเบียร์
(barrel shape)ร่วมกับการขยายเส้นผ่า
ศูนย์กลางเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทำให้ต้อง
คบหากับชุดถ้วยคอขนาด 1¼นิ้ว   แต่มีชุด
adapterแถมติดมาให้ใช้กับถ้วยคอขนาด
ปกติ ( ลูกศรสีแดง )
- เสริม gusset บริเวณใต้รอยเชื่อมท่อคอ
เพื่อเพิ่มความแข็งแรง


Seat tubeขนาดใหญ่ แต่ผนังบางเฉียบ
ทำมาเพื่อใช้กับสับจานขนาด 34.9mm

เพราะหลักอานขนาด31.4mmหาไม่ได้ง่ายๆ
จึงให้adapter  เพื่อให้ใช้กับหลักอานขนาด
27.2 mm ติดมาด้วย  และไม่ต้องห่วงว่าใส่
ไปแล้วจะโยกไปมา  หรือส่งเสียงดังออดแอด
ให้เป็นที่รำคาญ เพราะว่าตัวadapter นั้นมีความยาวถึง 3 5/8"

ปัญหาหนึ่งที่ผู้ใช้หลักอานกับadapterมัก
จะเจอได้บ่อยๆ ก็คือ  การรูดเลื่อนลงมาของ
หลักอานหลังจากการใช้งานไปได้ระยะหนึ่ง
ผมเองแก้ปัญหานี้ง่ายๆด้วยการใช้แหวนรัด
สำหรับยึดไฟท้ายมารัดไว้ซะ แค่นี้ก็ไม่มีรูด
แล้ว

Dropout ลักษณะเฉพาะมีใช้อยู่ในจักรยานเพียงไม่กี่ยี่ห้อ
Stay ดัดโค้งรูปตัวS เพิ่มlateral stiffness และ
ความสวยงาม
รายงานการทดสอบ
ก่อนเอามาทดสอบ พี่ติ่งได้ตั้งคำถามให้ผมขบคิดอยู่เรื่องหนึ่งคือ "รถคันนี้มีข้อเสียอยู่ 2 ข้อ เอาไปทดสอบดูแล้วช่วยตอบให้
ด้วย "
  โอกาสพอดีที่BPMTB trip จะไปปั่นกันแถวๆเขาพลูตาหลวง สัตหีบ ซึ่งมีเส้นทางทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ
ทางลูกรัง ทางปั่นขึ้นสถานีเรดาห์ซึ่ง"คนอยากปั่น"ผู้จัดทริปเรียกว่า"เขาฉลากน้อย" แล้วยังมีทางsingle tract ,ทางทราย
สารพัดชนิด แบบครบเครื่องสำหรับทางภูมิประเทศเลยทีเดียว ก็เลยขนเจ้าPrincipiaไปร่วมทริปดังกล่าวซะเลย

รถคันนี้เป็นรถขนาด 16.5นิ้ว ซึ่งจะลงตัวกับคนที่มีส่วนสูงระหว่าง 158 - 169 ซม. สำหรับผมซึ่งสูง167 ซม.อาจจะดูว่ารถ
เล็กไปนิดหนึ่งก็ได้ แต่ถ้าเป็นขนาด17.5นิ้วนั้นจะเหมาะสำหรับคนที่สูง 165 -175 ซม. เอาหละสิคร่อมsize อีกแล้ว?  เลือก
คร่อมsize เล็กดีกว่าครับ (แต่สำหรับพี่ติ่งซึ่งสูง 163ซม. รถคันนี้พอดีกับพี่เขาพอดี) รถคันนี้ถูกset ความยาวของstemมา
ไว้ที่ 105mm กับมุม 0องศา ใช้หลักอานCT2 ซึ่งเป็นหลักอานเยื้องหลัง    ผมเองลองเปลี่ยนstemให้ยาวขึ้นเป็น120 mm
และใช้หลักอานThomsonมาใส่แทน ปรับระยะหน้าหลังของเบาะและความสูงจนได้ที่   แต่สุดท้ายก็ไม่ถูกใจ เนื่องจากหน้า
มันไวเกินไป เลี้ยวแล้วมันจะพับ ก็เลยกลับมาใช้ของเดิม แค่ยกเบาะขึ้นมาให้ได้ระยะขาของผมเท่านั้น ทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะ
ลงตัว และไปได้ด้วยดี
    เรามาชมส่วนสัด เอ๊ยสัดส่วนที่วัดกันจริงดีกว่าครับ
  • Seat tube length หรือความยาวของท่อนั่ง ( ดูวิธีการวัดในนานาสาระ เรื่อง การเลือกขนาดและปรับจักรยาน
    ให้เข้ากับตัวเรา
    )
    • ถ้าหากวัดในแบบ center to center จะอยู่ที่ 14นิ้ว
    • ถ้าหากวัดในแบบcenter to top of seat tubeจะอยู่ที่ 16 3/8นิ้ว
  • Top tube length หรือความยาวของท่อบน
    • Effective top tube length 21½นิ้ว
  • Stand over height 27½นิ้ว
  • Chain stay length16.7 นิ้ว
  • ความสูงของกึ่งกลางกระโหลกถึงพื้นประมาณ 11 5/8นิ้ว
  • ฐานล้อ ยาว 40 7/8 นิ้ว
  • มุมท่อคอ( head tube angle ) จากโรงงาน 71.0องศา
  • มุมท่อนั่ง( seat tube angle ) จากโรงงาน 73.0องศา
สนามทดสอบของเราในวันที่ไปออกทริปนั้นจะมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณเกือบๆ 60 กม.ทีเดียว ความรู้สึกในทางเรียบนั้นบอก
ได้เลยว่า พุ่ง รวมไปถึงการตอบสนองต่อการหักเลี้ยวเป็นไปอย่างรวดเร็วทันอกทันใจ สมกับที่เป็นรถที่ใช้สำหรับ
แข่งขัน เมื่อเข้าไปปั่นในทางภูมิประเทศ ซึ่งเป็นเส้นทางที่พวกเราจะใช้ปั่นจริงๆ ผมกลับมีความรู้สึกคล้ายๆว่า  กำลังนั่งปั่นเจ้า
Ritcheyอยู่อย่างไรก็อย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความพุ่ง การตอบสนองต่อการเลี้ยวและเปลี่ยนทิศทาง  จะต่างกันก็ตรงที่
PRINCIPIAทำจากอลูมิเนียม ก็เลยมีนิสัยของอลูมิเนียมอยู่ในตัวคือเรื่องของความstiffแบบสุดๆ พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือว่า
เฟรมตัวนี้ให้ความรู้สึกที่แข็ง   แต่ก็แปลกเหมือนกันที่ไม่ค่อยจะรู้สึกกระด้างเหมือนกับเฟรมอลูมิเนียมหลายตัวที่
เคยผ่านมือมา
ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากลักษณะของท่อที่ถูกออกแบบมาไม่เหมือนใคร รวมไปถึงชุดล้อที่ใช้ซี่ลวดไททา-
เนียมซึ่งจะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่าซี่สเตนเลสทั่วไป

ทางSingle tract ในทริปนี้ เป็นทางแคบๆ เลี้ยวลดคดเคี้ยวไปมา แถมด้วยร่องน้ำและสันหิน    ผลที่ได้พบว่าPRINCIPIA
ให้ความคล่องตัวสูงมาก สามารถเลื้อยเลาะผ่านออกเข้าออกได้อย่างง่ายดาย  โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายที่เป็น
ทางแคบ ลาดชัน และหักโค้ง ก็สามารถบังคับให้ไหลลงมาและเลี้ยวหลบออกมาได้โดยไม่ฝากรอยล้มเอาไว้
ให้เจ็บเนื้อเจ็บตัว และระดับความสูงของกระโหลกจากพื้นดินที่กำลังเหมาะ  ช่วยให้สามารถรอดพ้นฝ่าฟัน
อุปสรรคได้เป็นอย่างดี และยังรักษาสมดุลการทรงตัวไว้ได้อย่างง่ายดาย


ความรู้สึกส่วนตัวอีกอย่างหนึ่งก็คือ  รถคันนี้ปั่นขึ้นเขาได้ดี เพราะในทันทีที่ผู้นำทริปบอกว่า จะพาขึ้นไปสถานีเรดาห์ ซึ่งพี่
KN เรียกว่า เขาฉลากน้อย ผมก็เริ่มเกิดความรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในเรี่ยวแรงของตัวเองเท่าไหร่ จริงๆแล้วทางขึ้นก็ไม่ถึงกับจะ
เรียกว่าชันมาก แต่ก็นับว่าชันเอาการเป็นบางช่วงและชันตลอดทางไม่มีทางราบให้พักขา  แถมจานหน้าใบเล็กขนาด 26T นี่ไม่
ใช่เรื่องเล่นๆเลยหละ สำหรับเรี่ยวแรงในระดับเฉลี่ยแบบผม แต่เมื่อต้องปั่นขึ้นไปจริงๆกลับพบว่าไม่ยากอย่างที่คิด
เฟรมที่stiffช่วยให้ส่งแรงได้อย่างต่อเนื่อง มุมรถที่ลงตัวทำให้สามารถทรงตัวและถ่ายน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม ไม่ทำให้รู้สึกฝืนหรือติดขัด ก็เลยปั่นรวดเดียวจนสุดทางโดยไม่ต้องลงมาจูง

ส่วนช่วงที่ปั่นลงหรือปล่อยไหลลงมานั้นกลับไม่ค่อยจะรู้สึกว่ารถคันนี้ควบคุมยากแต่อย่างใด ( โดยธรรมชาติของรถ
ที่ขึ้นเขาได้ดีนั้น มักจะลงเขาได้อย่างน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ )   ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นStemที่สั้น ร่วมกับเบาะที่ถูกsetไปด้านหลัง
พอสมควร ทำให้นน.ถูกถ่ายไปด้านหลังบ้างอยู่แล้ว
    จึงมีผลให้การบังคับควบคุมในขณะปล่อยไหลลงมานั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้น
แต่ความรู้สึกโดยรวมก็ยังสัมผัสได้ถึงความไวในการตอบสนองอยู่ดี  และอีกส่วนหนึ่งอาจจะมาจากความคุ้นเคย
อาการของรถที่มีท่อบนสั้นๆอย่างRitcheyมาก่อน เมื่อมาลองPRINCIPIAก็เลยไม่รู้สึกถึงความยุ่งยากในการบังคับรถก็เป็น
ไปได้

รวมความเบ็ดเสร็จระยะทางไปได้ 56กม. กับเวลาตั้งแต่สายถึงเย็น กับเส้นทางแทบทุกรูปแบบ บอกได้เลยว่าดีสมกับชื่อจริงๆ
PRINCIPIA เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า PRINCIPIUM ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาLatin  ถ้าจะแปลให้สละสลวยก็คงจะ
ต้องแปลว่า
" เป็นความจริงที่ไม่จำเป็นต้องหาบทพิสูจน์ "

หลังจากนำรถกลับมาทำความสะอาด และถ่ายรูป ก็พยายามจะหาข้อเสียของมันทั้ง 2 ข้อให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาไม่พบ
เรื่องทั้งหมดก็ถูกเฉลยโดยพี่ติ่งเจ้าของรถดังนี้
1. เปลืองผ้าเบรคมากกว่ารถคันอื่นๆที่เคยใช้มา เพราะพุ่งมาก! เลยต้องใช้เบรคมากกว่าปกติ
2. เฟรมเปล่ามันแพงไปนิด นี่ถ้าหากว่าราคาแค่หมื่นเศษๆก็คงจะดีอยู่หรอก ..... เอิ๊กกกก
โห.... ผมเนี้ยอึ้งไปเลย




* * * * บทความนี้เขียนโดยความรู้สึกส่วนตัว การปรับแต่งรถ และทักษะในการบังคับควบคุมที่แตกต่างกัน อาจจะให้ผลออกมาไม่เหมือนกัน * * * *

* * * * การนำเสนอบทความนี้ มิได้มีผลประโยชน์แอบแฝงทางธุรกิจ   Bikelovesมีความอิสระในเรื่องของความคิดและทัศนคติเสมอ * * * *


ความเห็นลำดับที่ 1
จะเปลี่ยนจาก เหล็ก มาคบ อลู หรือเปล่าครับ
โดย : Oody - [ 5 ก.พ. 2545 - 13:45:27 น.]

ความเห็นลำดับที่ 2
คิดอยู่หลายตลบแล้ว อยากได้จัง
แต่เป็นเสือหมอบนะจ๊ะ
ถ้าพี่ติ่งใจดีป๋าลูก็เอา เสือหมอบมาลองอีกซักคันซิ
เผื่อจะได้ผมเป็นลูกค้าอีกซักคน
ส่วนคันนี้ก็อยากได้แต่บ้านไม่มีที่จะเก็บแล้ว ฮิฮิฮิ
โดย : แอ็ด - [ 5 ก.พ. 2545 - 14:21:50 น.]

ความเห็นลำดับที่ 3
Dropout เป็นลิขสิทธิ์ ของ Breezer stye drops สวยมาก มีให้เห็นใน ไททาเนียม กับ โครโมลี่ บ่อยๆ ใน อลูมิเนียม ไม่ค่อยได้เห็น ( แต่ในรูป Dropout ที่เอามาให้ดูนี้มัน ไททาเนียม ของ Moots ป่าวครับ ) น้ำหนักเพรม และราคา เท่าไหร่ครับ.
โดย : DAN BB - [ 5 ก.พ. 2545 - 14:59:24 น.]

ความเห็นลำดับที่ 4
Dropout ในรูปนี่ของเขาเองเลยครับ ถอดล้อออกแล้วถ่ายกันตรงๆเลย แต่งแสงแต่งเงานิดหน่อย เพราะต้นฉบับแสงไม่ค่อยดี สีมันก็เลยดูคล้ายกับTi ไปซะได้

Ritchey เองก็ใช้อยู่ครับ จำที่มาที่ไปไม่ได้แล้วว่าซื้อลิขสิทธิ์มาจากใคร เพราะว่าตอนนี้ตาTom Ritchey แกทำDropout โครโมลี่พะยี่ห้อRitchey ขายให้หลายเจ้าใช้กัน บ้านเราคงจะไม่ค่อยได้เห็นกัน ( ยี่ห้อหนึ่งเรียกชื่อยากจัง เป็นของเยอรมันก็เอาDropoutของRitchey ไปใช้ครับ )

นน.เฟรมเปล่า ตัว MSL อยู่ประมาณ 1500 กว่ากรัม ส่วนMSL Pro อยู่ที่ 1300กรัมปลายๆ ครับ ราคานี่ผมเองก้อไม่ทราบเหมือนกัน คงต้องถามทางตัวแทนของSpeedMaxดูหละครับ ลองโทรไปที่ราชาจักรยานก็ได้ครับ ได้ข่าวว่าพี่ตี๋ยังมีอยู่หลายคัน
โดย : ป๋าลู - [ 5 ก.พ. 2545 - 15:15:33 น.]

ความเห็นลำดับที่ 5
ป๋าอู๊ดครับ
ยังไง ผมก็คงไม่เปลี่ยนมาคบกับHT aluminium ครับ นุ่มแค่ไหน ก็ยังสู้เหล็กไม่ได้ ถ้าเล่นAlu ก็เล่นFSอย่างที่เห็นนี่แหละครับ เริ่มแก่แล้ว กระดูกกระเดี้ยว รับแรงกระแทกหนักๆไม่ค่อยไหว เอิ๊กกกก
โดย : ป๋าลู - [ 5 ก.พ. 2545 - 15:17:18 น.]

ความเห็นลำดับที่ 6
ที่บอกว่าแพงไปนิด
เท่าไหร่ครับ
โดย : wildbike - [ 5 ก.พ. 2545 - 15:37:42 น.]

ความเห็นลำดับที่ 7
อิอิอิ
โดย : Oody - [ 5 ก.พ. 2545 - 17:07:39 น.]

ความเห็นลำดับที่ 8
อยากให้ปําลูเอาM5มาทดสอบหน่อยครับ เอามาเปรียบกับ msl ก็จะดีมากเลยครับ ไม่รู้จะเลือกคันไหน
โดย : คนเรื่องมาก - [ 5 ก.พ. 2545 - 19:57:32 น.]

ความเห็นลำดับที่ 9
ผมก็คงไม่กลับไปหา อลูมิเนียม ฮาดเทล อีกแน่นอน .
Steel is element but Titanium is magic.
โดย : DAN BB - [ 5 ก.พ. 2545 - 21:01:16 น.]

ความเห็นลำดับที่ 10
อ.ลู ครับถ้ามีโอกาส ลองเอา RM blizzard มาทดสอบมั่งสิครับ
อยากทราบ ทรรศนะ
ตอนนี้ผมหิ้วเฟรมเปล่ามาแล้วตัวนึงยังไม่ได้ประกอบเลย
เป็นตัวปี2002 ท่อ reynold853 ครับ
ยังไม่แน่ใจเลยว่าเจ้าอ๋องจะชอบไหม ฟีลลิ่งของโครโมเนี่ย
โดย : ไช้ - [ 6 ก.พ. 2545 - 00:38:54 น.]

ความเห็นลำดับที่ 11
สงสัย พี่ติ่งคงลืมข้อเสีย ข้อที่3 ไป ....
3. ถ้ายี่ห้อรถ ตรงตัวเอ หลุดไปเมื่อไหร่ คงไม่มีใครกล้าขี่แน่นอน
โดย : พี่แว่น - [ 6 ก.พ. 2545 - 12:08:04 น.]

ความเห็นลำดับที่ 12
เอิ๊กกกก แหม พี่แว่นเข้าใจว่า จริงด้วยครับ

to คุณไช้
RM Blizzard ตาหมูเคยเอามาทดสอบแล้วนี่ครับ ลองอ่านดูครับ
โดย : ป๋าลู - [ 6 ก.พ. 2545 - 12:20:42 น.]

ความเห็นลำดับที่ 13
เอ่อ......ใครรู้ราคาเฟรมเจ้านี่ทั้ง proและไม่proมั่งครับช่วยบอกหน่อย จะเป็นพระคุณคร้าบบบบ
โดย : 111 - [ 6 ก.พ. 2545 - 17:04:16 น.]

ความเห็นลำดับที่ 14
ลองโทรไปที่เบอร์นี้ซิ่ครับ 038-770 097 ขอสายเฮียตี๋ เลยครับรู้ราคาชัวร์
โดย : mangpor - [ 6 ก.พ. 2545 - 18:43:50 น.]

ความเห็นลำดับที่ 15
จากประสบการณ์ที่ขี่จักรยานมาตั้งแต่วัย Teenage จนถึงปัจจุบันที่อีกไม่กี่เดือนลูกสาวคนโตกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ผมอยากกล่าวถึงวัสดุที่ใช้ทำเฟรมจักรยานที่เคยผ่านแข้งมา ลองอ่านกันนะครับ

หากพูดถึง Titanium ผมเป็นคนหนึ่งละที่ชอบแบบสุดๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เครื่องเคราจักรยานที่ผมใผ่านมือและเท้านั้น อาทิเช่น เฟรม หลักอาน ขาจาน แฮนด์ เฟือง ซี่ลวด แกนของบันได น็อต แม้กระทั่งโม่ของดุม ยังต้องเป็น Titanium แต่ยังไปไม่ถึงเพื่อนของผมที่ขนาดถ้วยคอและคอเป็น Titanium ด้วย ครั้งหนึ่งผมเคยใช้เฟรมเสือภูเขา Titanium ใช้ไปได้ราว 2 ปี ผมสังเกตเห็นว่ามีจุดเล็กๆ ที่รอยเชื่อมระหว่าง seat tube กับ top tube หลังจากใช้ไปเรื่อยๆ จุดเล็กๆ ก็เริ่มแตกออก ผมไม่โทษว่าเฟรมไม่ดี เป็นไปได้ที่เราอาจใช้งานหนักเกินไป จากนั้นรถจักรยานคันต่อๆ มา ไม่ว่าเป็น Merlin-Taiga, Bianchi, JAD-JF4, Seven-Sola ถึงแม้บางคันจะขี่อยู่ไม่กี่วัน สุดท้ายก็มาจบตรงที่ Principia ซึ่งเมื่อแรกที่ขึ้นขี่ก็รู้ได้ทันทีว่า “ใช่แล้ว วงการจักรยานมีการพัฒนาอยู่ตลอด” สมัยก่อนนั้นหากพูดถึงเฟรมก็ต้อง Cromoly ต่อมาเป็น Titanium แต่ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่า Aluminum พัฒนาไปไกลมาก มากเสียจน Bike show ที่มิลานในอิตาลี ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเมกกะแห่งวงการจักรยาน Aluminum ครองตลาดเกือบ 95% Cromoly กับ Titanium รวมกันประมาณ 5% จากจุดนี้ทำให้ผมเริ่มหันมาสนใจ Aluminum และก็มาจบที่ Principia (สำหรับเสือภูเขา) อย่างที่บอกไว้ข้างต้น ส่วนเสือหมอบ ก่อนหน้านี้ผมใช้ Colnago- “Bi titan” (ซึ่งก็คือท่อ Titanium คู่นั่นเอง) เลยตัดสินใจหันมาลอง JAD-JR 8 ซึ่งใช้ท่อ Aluminum ของ Columbus รุ่น Top คือ Starship 6000 น้ำหนักตาม Spec. คือ 980 กรัม ผมต้องรอถึง 7 เดือนถึงเฟรมจะมาถึงมือ ปรากฏว่าลองชั่งดู น้ำหนักอยู่ที่ 1,030 กรัม ถึงอย่างไรก็ยังเบากว่าเฟรม Carbon ที่คิดว่าเบาแล้วราว 150 กรัม และเบากว่า Titanium ประมาณ 300 กรัม ซึ่งเมื่อลองขี่แล้วทำให้ลืม Titanium ไปเลยจริงๆ

ในความเห็นของผม Aluminum รุ่น Top ให้ความรู้สึกที่ดี ถ้าคุณยังไม่เคยลอง Aluminum เกรดดีๆ อย่ารีบด่วนสรุป ในอนาคตถ้าหาก Cromoly และ Titanium มีการพัฒนาต่อไป ก็อาจดีกว่า Aluminum ได้ ที่กล่าวมานี้ยังไม่ได้พูดถึง Scandium ไปด้วย รองดูครับ ทำใจให้กว้าง หลายอย่างที่ไม่พัฒนาจะเป็นอดีตครับ
โดย : Ti Man - [ 6 ก.พ. 2545 - 21:43:19 น.]

ความเห็นลำดับที่ 16
พี่หมู บอกว่า อ.ลู เซียนกว่าในเรื่องของโครโม
ก็เลยลองถามดู เผื่อจะรู้จักเจ้า บลิซซาร์ด มากขึ้นน่ะครับ
โดย : ไช้ - [ 7 ก.พ. 2545 - 01:12:55 น.]

ความเห็นลำดับที่ 17
ป๋าลู ครับ รถพี่ติ่งคันนี้ใช้สับจาน xtr รัดบนดึงบนหรือเปล่าครับ
ดูรูปไม่ชัดน่ะครับ พอดีผมมีจาน48/36/26 อยู่เหมือนกันครับ
ใบ xtr แต่ขา xt รบกวนด้วยครับ
โดย : 6 ณ.สุโขทัย 9 - [ 7 ก.พ. 2545 - 02:14:45 น.]

ความเห็นลำดับที่ 18
to คุณ 6 ณ.สุโขทัย 9
สับจานXT ครับ รัดล่าง ดึงบน

to คุณไช้
เท่าที่เคยลองปั่น โดยยืมปั่นแป๊บเดียวในช่วงสั้น เมื่อคุณหมูยืมคุณPeterมาปั่นนั้น คงบอกยากนิดหนึ่ง เพราะว่ารถคันนั้นคร่อมsizeผม คือมันใหญ่ไปครึ่งเบอร์ แต่เท่าที่ลองในช่วงเวลาที่สั้นมาก รถคันนี้นุ่ม เวลากระแทกรอยต่อถนน รอยต่อสะพาน จะซับแรงกระแทกไปหมด ไม่ทันถึงก้น ก็หมดไปเสียก่อน อาการlateral flexก็มีบ้างเป็นธรรมชาติของเหล็ก ถ้ามีรสนิยมชอบเฟรมsteelอยู่แล้ว รับรองไม่ผิดหวังครับ ทดสอบจริงๆจังๆนั้น คงต้องรอโอกาสครับ
โดย : ป๋าลู - [ 7 ก.พ. 2545 - 08:48:21 น.]

ความเห็นลำดับที่ 19
เป็น Frame HT ที่ดีที่สุด ที่เคยใช้มา เป็นคำตอบสุดท้ายครับผม
หลังจากที่ได้ลอง Frame มาหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น Ti ของไต้หวันมา2ตัว, cadd4, Bianchi, JAD JF4 ทุกๆตัวล้วนมีข้อดีข้อเสีย แตกต่างกันไป อันโน้นทางเรียบดี ทางวิบากไม่ดี,อันนั้นทางวิบากดี ทางเรียบขี่ไม่ออก,อันนี้ควบคุมรถได้ดี แต่แข็งโป๊ก เป็นต้น
มีแต่น้องพินนี่แหละ ที่ดีทั้งทางเรียบ ทั้งทางวิบาก การควบคุมรถ ความคล่องตัว แต่......มีข้อเสียอยู่นิดนึง คือ.....อย่าทำตัว A หลุดนะ ยี่ห้อมันจะเสีย...
โบราณท่านว่าไว้ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าซื้อมาลองขี่เองครับ ลองขี่เองแล้วจะเชื่อว่าผมไม่ได้โม้.....
----ยิ่งได้ใส่ Fox fork ไปด้วยละก้อ
โดย : พี่แว่น - [ 7 ก.พ. 2545 - 10:05:20 น.]

ความเห็นลำดับที่ 20
ขอบคุณ ป๋าลู ครับผม การเปลี่ยนเกียร์ไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ
48กับ44 ต่างกัน4ฟัน เลยต้องใช้Sprocket XTR 12-32T
ใช่ไหมครับถึงจะลงตัว
โดย : 6 ณ.สุโขทัย 9 - [ 8 ก.พ. 2545 - 03:23:27 น.]

ความเห็นลำดับที่ 21
ครับ ไม่มีปัญหาครับ ก็ทำงานได้ดี อีกอย่างหนึ่งProfileของจานหน้าXTR ยังไงๆก็เยี่ยมอยู่แล้วครับ
โดย : ป๋าลู - [ 8 ก.พ. 2545 - 15:27:54 น.]

ความเห็นลำดับที่ 22
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณ TI MAN ครับเพราะว่าผมเคยลองขี่เฟรมอลูดี ๆ เช่นท่อ columbus มันให้ความนุ่มนวลกว่าอลูของไต้หวันมาก ไม่ไช่ไม่ชอบโครโมฯนะครับเฟรมที่อยากลองขี่มากก็คือเฟรมโครโมฯ ท่อ เรโนล 853 ผมว่าเรื่องวัสดุเป็นเรื่องของความชอบส่วนตัวครับ
โดย : AUD - [ 15 ก.พ. 2545 - 10:15:05 น.]

ความเห็นลำดับที่ 23
เคยอ่านในหนังสือว่าเหล็กที่แข็งแกร่งที่สุดคือ armet แต่ยังไม่เคยเห็นเลยครับว่ามันเป็นยังไง นอกจากนี้ทำไมเขาไม่เอา stainless steel มาทำรถจักรยานล่ะครับ ผมว่าดีออกไม่เป็นสนิมซึ่งแก้ข้อด้อยของ steel frame ได้เลย
โดย : อั๋น - [ 18 ก.พ. 2545 - 07:35:49 น.]

ความเห็นลำดับที่ 24
คำว่า Stainless steel เป็นคำรวมๆหยาบๆ เท่านั้นครับ

Steelที่เอามาทำจักรยานนั้น ก้อแทบจะกล่าวได้ว่าใกล้เคียงกับคำว่าStainless แล้ว แต่ออย่างไรก็ตาม ก็ยังมีโอกาสเกิดสนิมได้บ้าง ( เช่น เอาไปแช่น้ำเกลือ อันนี้ใครๆก็รู้กันว่า ขนาดอลูมิเนียม ยังขึ้นสนิมขาวเลย )

ส่วนStainless steel ในความหมายที่คุณอั๋นกล่าวถึงนั้น คงจะไม่มีใครคิดเอามาทำจักรยาน เพราะว่า สัดส่วนความแข็งแรง ต่อ น้ำหนักนั้น เป็นรองวัสดุอื่นๆอยู่พอสมควร คือหากทำให้ได้เฟรมที่แข็งแรงพอๆกับSteelชนิดเยี่ยมแล้ว เกรงว่ามันจะหนักจนเกินงาม แล้วยังมีปัญหาเกี่ยวกับความแข็งแรงบริเวณรอยเชื่อมอีก
โดย : ป๋าลู - [ 18 ก.พ. 2545 - 13:38:59 น.]

ความเห็นลำดับที่ 25
ขอบคุณครับ สงสัยมานานแล้ว เพราะชอบรถเหล็กมาก แต่เคยโดนสนิมกัดข้างในหลังล้างรถ เดี๋ยวนี้คันใหม่เลยไม่กล้าล้างครับ (เช็ดเอา) เลยฝันอยากได้รถเหล็กที่ไม่เป็นสนิมครับ
โดย : อั๋น - [ 21 ก.พ. 2545 - 10:26:59 น.]

ความเห็นลำดับที่ 26
PRINCIPIA ซื้อเฟรมมาแขวนทิ้งไว้สองเดือนแล้วยังไม่มีเวลาประกอบเลย ส่วน ชุดอุปกรณ์ XTR หมดฝากพี่สาวที่เป็นแอร์หิ้วมาจากญี่ปุ่นเลย 555
โดย : ไม่อยากจะคุย - [ 23 ก.พ. 2545 - 23:55:58 น.]

ความเห็นลำดับที่ 27
โหขนาดไม่คุยนะนี่
แต่โม้ใช่ป่ะครับ
โดย : สมรักษ์ - [ 24 ก.พ. 2545 - 00:11:20 น.]

ความเห็นลำดับที่ 28
ผมคนหนึ่งละครับ ที่ตอนนี้ก็ใช้ PRINCIPIA อยู่ ผมยอมรับว่า ชั่วโมงนี้มันเป็น Aluminum ที่วิเศษจริงๆ เสียอยู่อย่างเดียวของไม่ค่อยมี (เพราะของดีมันหายาก ของมาใครก็คว้าหมด)
โดย : JBC - [ 27 ก.พ. 2545 - 18:53:27 น.]

ความเห็นลำดับที่ 29
อยากรู้จังว่า msl กับ msl pro นอกจากน้ำหนักแล้ว ความแข็งแรง และ ฟีลลิ่งจะต่างกันอย่างไรครับ
มีใครบอกได้มั่งครับ
โดย : R_T - [ 14 มี.ค. 2545 - 01:37:26 น.]

ความเห็นลำดับที่ 30
ถ้าเข้าไปอ่านในรายละเอียดของรุ่นPro ในเวปไซท์ของPrincipia ก็จะเข้าใจพื้นฐานของConceptของเขาครับ

รุ่นProทำมาเพื่อมืออาชีพ คือเอาไว้แข่ง ความแข็งแรงโดยรวมอยู่ในขั้นที่สูง แต่อย่างไรเสียก็ต้องเข้าใจด้วยว่ามันถูกลดนน.ลงมาโดยการออกแบบท่อ ทำButted ลดความหนาของท่อในบางส่วนที่ไม่ต้องรับแรงกระทำมากนัก ที่แน่ๆคือPrincipiaกล้าการันตีเฟรมรุ่นProไว้เพียงแค่ 2 ปี ส่วนรุ่นไม่Proจะการันตีไว้ให้นานถึง 5 ปี ( ก้อเขากล้าบอกว่ามันถูกออกแบบไว้สำหรับมือโปร มิได้ทำไว้ให้สำหรับกลุ่มWeekEnd Warriorที่เอาไว้ขี่เล่น หรือกะจะใช้งานกันนานๆ อะไรทำนองนั้น )

เรื่องFeeling คงไม่ห่างกันมากครับ แต่จะต่างกันในลักษณะของรถที่เบาขึ้นอีกกว่า 1 ขีด
โดย : ป๋าลู - [ 14 มี.ค. 2545 - 09:05:01 น.]

ความเห็นลำดับที่ 31
อยากทราบราคาครับ
โดย : แวะมาดู - [ 22 มี.ค. 2545 - 09:36:50 น.]

ความเห็นลำดับที่ 32
30000คงไม่อยู่
โดย : 1133 - [ 2 ต.ค. 2545 - 23:25:48 น.]

ความเห็นลำดับที่ 33
เคยไปถามมา นานแล้วประมาณ สาม-เจ็ด
โดย : - - [ 3 ต.ค. 2545 - 14:49:26 น.]

ความเห็นลำดับที่ 34
สี่นิดหน่อย
โดย : เซมเบ้ - [ 2 ส.ค. 2546 - 01:14:40 น.]

ความเห็นลำดับที่ 35
อ่านรายงานการทดสอบ และความเห็นของเพ่ ๆ ประทับใจเฟรมตัวนี้มากเลยครับ ทีนี้อยากทราบผลการทดสอบตัวเสือหมอบนะครับ ท่านใดเคยใช้เฟรมของยี่ห้อนี้บ้าง
โดย : พีร์ - [ 3 ส.ค. 2546 - 10:12:51 น.]

ความเห็นลำดับที่ 36
ผมจะหาซื้อ เฉพาะเฟรม ได้ที่ไหนครับ ใครทราบช่วยอนุเคราะห์หน่อยเถอะ ผมอยู่ไกลไม่รู้อะไรแต่อยากได้จริงๆ
โดย : เด็ก ตจว. - [ 6 ส.ค. 2546 - 21:24:05 น.]

ความเห็นลำดับที่ 37
ผมใช้ตัวเสือหมอบ ตัว Rex e Pro อยู่ครับ การันตีครับ สนุกและมันส์จริง คุ้มราคา ไม่เชื่อถามเจ้าของเวปได้ครับ ส่วนจะหาซื้อเฟรม ติดต่อร้าน ราชาจักรยานได้เลยครับ
โดย : ริน - [ 9 ส.ค. 2546 - 09:30:05 น.]

ความเห็นลำดับที่ 38



ของผมLex Pro 53cmครับ เพิ่งแข่งที่จอมบึงมาครับ
โดย : หุ่น - [ 24 ก.ย. 2546 - 20:30:29 น.]

ความเห็นลำดับที่ 39
เห็นแต่รถ MTB ราคาแพง ๆ เมื่อไรท่านนายกฯ จะมีโครงการจักรยาน MTB เอื้ออาทรบ้างครับ แบบว่าอยากใช้ของดีแต่มีเงินน้อย
โดย : นายเบิ้ม - [ 12 เม.ย. 2547 - 13:40:11 น.]

ความเห็นลำดับที่ 40
เพิ่งได้ Principia MSLe Pro เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมานี้เอง ประทับใจมากครับ ตอนขึ้นที่ลาดชัน
โดย : ประมณฑ์ - [ 15 เม.ย. 2007 - 01:06:43 น.]

Please support our sponsor
ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ
    จาก :
 email :
     icq :
image :
เฉพาะ .jpg หรือ .gif และขนาดไม่เกิน 50 KB เท่านั้น
สำหรับรูปที่มีขนาดเกินกว่า 50 KB คลิ้กที่นี่

รายละเอียด


           easily add your picture
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียวครับ....