BikeLoves E-Magazine for all

0001[TextCounter Fatal Error: Could Not Increment Counter]

ออกกำลังกายแล้วปวดหัวครับ
รบกวนถามผู้ที่สันทัดในกรณีนี้นิดนึงนะครับ
คือว่า (ท้าวความนิดนึงนะครับ) ตั้งแต่เด็ก ๆ มาแล้วเนี่ย เวลาเรียนวิชาพละ หรือ ลูกเสือ เนี่ย ถ้ามีกิจกรรมที่ต้องออกกำลังก็จะมีอาการปวดหัวครับ ปวดแบบตุ๊บ ๆ อะครับ แล้วจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาบีบหัว ตามจังหวะการเต้นของหัวใจเลยครับ พอเรียน ร.ด ก็ยังเป็นอยู่ครับ แต่เท่าที่สังเกตเนี่ย ถ้าเกิดว่าตากแดดนาน ๆ ก็มีอาการเหมือนกันครับ
ตอนนี้ ลองมาสังเกตดูแล้ว ถ้าเกิดว่าออกกำลังกายในร่ม เช่น ในฟิตเนส ก็จะไม่มีอะไรครับ แต่ถ้าออกกำลังกายเช่น ปั่นจักรยาน ที่ต้องตากแดดแล้ว จะมีอาการครับ
อย่างเช่น ผมปั่นจากเอกชัย ไป พุทธมณฑล ระยะทางรถยนต์ก็ประมาณ 20 ก.ม ครับ ขาไปปั่นได้สบาย ๆ ครับ แต่พอถึงพุทธมณฑลแล้ว ได้นั่งพักสักพักนึง พอปั่นกลับมาได้สักพัก ก็มีอาการแล้วครับ และวันนี้เอง เพิ่งจะปั่นจากเอกชัย ไป ถ.ติวานนท์ ระยะทางที่วัดในแผนที่ ก็ประมาณ 24 ก.ม แต่ที่ดูในไมล์จักรยานนั้น 30 ก.ม ครับ ขาไปเหมือนเดิมครับ สบาย ๆ ไปทำธุระเสร็จก็เลยไปหาเพื่อนที่ พงเพชร ครับ นั่งอยู่บ้านเพื่อนก็ยังไม่มีอะไร แต่พอขากลับสิครับ ออกมาได้แป๊ปเดียว เริ่มมีอาการเลยครับ ปวดหัวตุ๊บ ๆ เลยครับ พอถึงบ้านพักให้หายเหนื่อย ก็อาบน้ำแล้วก็นอนครับ เพราะปวดหัวมาก แต่ก็นอนไม่หลับ พอกึ่งกลับกึ่งตื่น ก็มีโทรศัพท์มา สะดุ้งตื่นครับ เท่านั้นแหละครับ ปวดจี้ดเลยครับ รู้ได้เลยว่าหัวใจเต้นยังไง เพราะมันจี้ดมาเป็นจังหวะเลยครับ เท่าที่สังเกต เมื่อมีอาการแล้ว ถ้าหัวใจยิ่งเต้นแรง ก็จะยิ่งปวดมากครับ แต่ตั้งแต่เป็นมาเนี่ย ไม่ว่าจะปวดหัวยังไงก็ไม่เคยถึงกับต้องหยุดกิจกรรมนั้นมานั่งพักนะครับ ยังสามารถทำอะไรต่อไปได้ เพียงแต่จะปวดหัวตลอดเวลาเท่านั้นเองครับ
ขอความกรุณารบกวนผู้รู้แนะนำหน่อยนะครับ เพราะอยากจะไปหาหมออยู่เหมือนกัน แต่เคยไปหาทีนึง ตอนนั้นปวดอย่างไม่มีสาเหตุครับ แต่ก็มีอาการปวดอย่างเดียวกัน แต่หมอบอกว่า เครียด ครับ แต่ผมดูตัวเองก็ไม่ได้เครียดอะไรนะครับ หรือมันเครียดอยู่ลึก ๆ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ก็เลยอยากทราบว่าพอจะมีทางแก้ไขเบื้องต้นก่อนหรือเปล่า จำเป็นต้องไปพบแพทย์หรือเปล่าครับ
ขอบคุณมากนะครับ
โดย : รถถีบคันน่อย - [ 11 ต.ค. 2544 - 18:41:47 น. ]

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีใจจังผมได้เพื่อนแล้ววววววววว
ขอต้อนรับสมาชิกของชาว Migraineครับ อาการของคุณเนี่ยชัดมากเลย ขนาดแพทย์จบใหม่ก็ให้คำวินิจฉัยได้ไม่ผิดเพี้ยนครับ วินัจฉัยจากอาการปวดครับ ปวดตุ้บๆตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ถ้าปวดมากๆจะจบลงด้วยการอาเจียน แล้วก็จะหายปวด หลับสบายครับ

ลักษณะของคุณนี้เรียกว่าเป็น Exertional headache ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มหนึ่งของพวกไมเกรนครับ ผมเองก็เป็นประจำถ้าหากต้องออกกำลังกายหนักๆท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดๆ แต่ถ้าปั่นจักรยานในที่เย็นๆ เช่น ตอนเย็นๆ หรือปั่นขึ้นดอยอินทนนท์หรือดอยสุเทพ จะไม่เคยมีอาการแบบนี้ แต่ถ้าปั่นออกทริปในวันที่แดดจัดๆและอากาศร้อนๆ อาการมันจะเริ่มมาในตอนที่กำลังจะstartรถกลับบ้าน หากทำซ่าไม่ยอมกินยาหละก้อ อาการปวดมันก็จะกำเริบขึ้นเรื่อยๆจนเลยจุดที่paracetamalจะเอาอยู่ครับ และจบลงด้วยอาการอ้วกแตกทุกที จนเป็นที่รู้กันในหมู่ญาติพี่น้อง

วิธีการรักษาก็ไม่ยากหรอกครับ เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มจะปวดหัวก็รีบกินยา หายามาไว้ใกล้ๆตัว ยาที่ดีที่สุดในการจัดการกับอาการปวดแบบนี้ไม่ใช่paracetamal แต่เป็น aspirin ในขนาดเม็ดละ gr V ( อ่านว่า เกรนห้า หรือ ห้าเกรน ก็ได้ครับ 1 grain = 60 mg ) จำนวน 1-2เม็ด บวกกับน้ำมากๆ หรือ ยาในกลุ่ม Nonsteroidal antiinflammatory drug ซึ่งยาในกลุ่มนี้ตัวที่ออกฤทธิ์รักษาไมเกรมได้ชะงักนักก็คือ Ibuprofen ( Brufen® )ในขนาด 400 mg 1เม็ด บวกับน้ำมากๆเช่นกัน ยาทั้ง 2 ตัวนี้มีผลข้างเคียงคล้ายๆกันคือกัดกระเพาะอาหารอย่าบอกใครเชียว ฉะนั้นจึงห้ามรับประทานตอนท้องว่างเด็ดขาด แล้วก้อพยายามอย่ารับประทานเป็นประจำแทนอาหารว่าง เพราะว่ามันมีผลข้างเคียงอื่นๆอีกบ้าง แต่รับประทานเฉพาะเวลาปวด แค่หนเดียวก็อยู่แล้วครับ มักจะไม่ต้องเบิ้ล หากจะเบิ้ลก็ควรรอสัก4-6ชม.

ส่วนวิธีการป้องกัน ดูจะเข้าท่ากว่า แต่เชื่อผมเถอะครับ ผมลองมาหมดแล้ว มันช่วยได้แค่ลดความรุนแรงลงเท่านั้น จากปวดหัวจนอ้วกแตก เป็นปวดแค่งงๆมึนๆ วิธีป้องกันมีหลายวิธีครับ
1. คาเฟอีน มีรายงานการศึกษาหลายรายงานที่สนับสนุนว่าคาเฟอีน สามารถช่วยลดหรือป้องกันอาการปวดหัวแบบไมเกรนได้ ผมเองต้องดื่มกาแฟทุกวัน ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากว่ามันช่วยลดอุบัติการณ์ของไมเกรนในส่วนตัวผมได้จริงๆ แต่สำหรับบางคนคาเฟอีนอาจจะไม่สามารถป้องกันหรือลดอาการปวดหัวไมเกรนได้ ทั้งนี้เพราะยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าสมมติฐานของไมเกรนนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะว่าในปัจจุบันมีอยู่อย่างน้อย 3 สมมติฐานทีเดียว

2. พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอครับ การพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกาย ( ออกกำลังกายอีกแล้ว ครับแต่เป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในระดับaerobic ที่ไม่ต้องออกแรงแบบโหดๆหรือไม่ต้องตากแดดร้อนๆ ) สามารถลดอุบัติการณ์ของไมเกรนลงได้

3. ตรวจสายตาประกอบแว่นซะในกรณีที่มีปัญหา เพราะบ่อยครั้งอาการปวดศีรษะที่ไม่ได้เกี่ยวข้องจากไมเกรน แต่มาจากปัญหาเรื่องสายตาก็มักทำให้รู้สึกไขว้เขวกับอาการปวดหัวไมเกรนได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ปวดแบบตุ้บๆ
โดย : ป๋าลู - [ 11 ต.ค. 2544 - 19:49:18 น.]

ไปหาหมอตาม ร.พ. ไม่ค่อยได้พบคนที่พยายามให้คนไข้เข้าใจ แบบ อ. ลูเลยครับ
โดย : k152 - [ 11 ต.ค. 2544 - 22:03:27 น.]

ขอบคุณครับ ป๋าลู
ดีใจเหมือนกันครับ ได้(ปวดหัว)เป็นเพื่อนกับป๋าลูด้วยครับ
ของผมยังไม่เคยอาเจียนนะครับ เพราะเวลาปวดหัวทีไร ก็ยังไม่เคยรู้สึกว่าอยากอาเจียนเลยครับ แล้วยาชนิดนี้มีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าปวดทีก็กินทีอย่างนี้ ก็ต้องรับประทานยาค่อนข้างเยอะเลยละซิครับ
สุดท้าย ขอรบกวนป๋าลูอีกนิดนะครับ แต่ถ้าป๋าลูไม่มีเวลาก็ไม่เป็นไรนะครับ คืออยากจะถามป๋าลูว่า แล้วเจ้าไมเกรนนี้ มันเกิดมาจากอะไรครับ และจะมีทางหายขาดได้หรือไม่ครับ
ขอบคุณป๋าลูมากนะครับ แล้วก็เห็นด้วยกับคุณ k152 ด้วยครับ ดีใจมากครับ ที่มีโอกาสได้ปรึกษา อ.ลู ครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ
โดย : รถถีบคันน่อย - [ 11 ต.ค. 2544 - 22:12:15 น.]

ขอบคุณครับ ป๋าลู กระทู้นี่เยี่ยมครับ
ได้รับความรู้ดีครับ

โดย : - [ 12 ต.ค. 2544 - 06:59:58 น.]

เย้! ป๋า ลู จงเจริญ
โดย : Liquid-Squid - [ 12 ต.ค. 2544 - 08:53:51 น.]

ขออนุญาตเพิ่มเติมความเห็นสักนิดนะครับอ.ลู และคุณรถถีบคันน่อย ผมเคยอ่านจากหนังสือ bicycling หรือยี่ห้ออื่นก็จำไม่ได้ เกี่ยวกับอาการปวดหัวขณะขี่จักรยาน มีอีกสองประเด็นที่น่าสนใจครับ
1.ถ้าเป็นไมเกรนอยู่แล้ว แสงจ้าและความร้อนที่ต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อาการปวดหัวกำเริบ การสวมแว่นกันแดดจะช่วยได้
2.การดื่มน้ำมากๆเพื่อรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายทั้งก่อน,ขณะออกกำลังกาย และหลังออกกำลังกาย ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกันครับ
โดย : Quad Butted - [ 12 ต.ค. 2544 - 09:25:58 น.]

ก็อย่างที่บอกแล้วครับ มันมีสมมติฐานของการเกิดโรคอย่างน้อยก็ 3 สมมติฐาน
1. Vascular theory เชื่อกันว่าเกิดจากการขยายตัวแล้วตามมาด้วยการหดตัวของหลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะ และมีการพบสารพวกpain substance บริเวณรอบหลอดเลือดดังกล่าว และพบการขยายตัวและหดตัวของหลอดเลือดเหล่านี้ในขณะที่มีอาการปวดศีรษะ ยาที่มีผลต่อการหดตัวของหลอดเลือดเช่นคาเฟอีนในกาแฟ สามารถป้องกันหรือลดการขยายตัวของหลอดเลือดบริเวณดังกล่าว และช่วยลดอาการของการปวดหัวครับ
2. Spreading depression of neuron theory อันนี้เป็นอีกทฤษฎีหนึ่งซึ่งบางคนอาจจะยังไม่เคยได้ยินมา เพราะว่ามีการทำscan cerebral neuronal function ( scanการทำงานของเซลล์ประสาทในสมอง , วิธีการซับซ้อนพอสมควรอธิบายให้เข้าใจลำบากครับ ) พบว่ามันมีกระบวนการที่เกิดย้อนทางกับการเกิดลมชัก ( ลมบ้าหมู , epilepsy ) คือ แทนที่มันจะเกิดการกระตุ้นเซลล์ประสาทไล่เป็นระลอกแล้วก็เกิดการชัก แต่มันจะเป็นการกดการทำงานของเซลล์ประสาทไล่เป็นระลอกแทน ผู้ป่วยจะมีอาการนำของการเกิดไมเกรน เช่น อาจจะเห็นแสงวูบวาบ หรือ เห็นจุดดำวูบขึ้นมาในลานสายตา หรือได้ยินเสียง หรือ รู้สึกวูบวาบก่อน แล้วจะตามมาด้วยอาการปวดหัว ( อันนี้เขาเรียกว่า classical migraine เพราะว่าจะมีอาการเตือนหรือที่เรียกว่า aura นำมาก่อนที่จะมีอาการปวดหัว )
3. ทฤษฎีอื่นๆ เช่น สารที่สร้างจากเกล็ดเลือด และอื่นๆ ซึ่งผมเองเคยอ่านไว้นานแล้ว และไม่ค่อยได้จดจำไว้ ทั้งนี้เพราะว่าในวงการแพทย์จะเชื่อสมมติฐานใหญ่ๆว่ามาจาก 2 สมมติฐานเบื้องต้น

โรคหรือกลุ่มอาการใด ที่ยังไม่สามารถสรุปสมมติฐานของการเกิดโรคได้แน่นอน ก็จะไม่สามารถหาวิธีการรักษาที่เป็นdefinite ได้ครับ ฉะนั้นทำใจเถอะครับ รักษากันตามอาการเท่านั้น คือ ปวดหัวก็กินยา ส่วนวิธีป้องกันก็อย่างที่ช่วยๆกันอธิบายกันข้างต้นแล้ว

ส่วนเรื่องยา 2 ตัว นั้น คือ aspirin และ Ibuprofen ( Brufen® ) มีผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยๆคือ อาการรบกวนระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ การกัดกระเพาะทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน นอกจากนั้นยังพบว่าในรายที่รับประทานยากลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องเป็นเดือนๆ จะพบว่ามีการบกพร่องของระบบการแข็งตัวของเลือด โดยจะไปกดการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวช้า นอกไปจากนี้ก็อาจจะพบอาการแพ้ยาได้ในบางราย ( เรื่องแพ้ยาเป็นสิ่งที่เกิดได้กับยาทุกชนิด ขึ้นกับว่าผู้นั้นจะทำกรรมมามากน้อยแค่ไหน ฮ่าฮ่าฮ่า อย่างเพื่อนของผมนั้นแพ้ยาปฏิชีวนะหรือที่ชาวบ้านเรียกว่ายาแก้อักเสบแทบจะทุกๆตัว โดยเฉพาะยาราคาถูกๆ จะใช้ได้ก็ต้องโน่นแหนะ ยาตัวสุดยอด โคตรแพง อะไรทำนองนี้แหละ , ยาตัวไหนๆก็มีโอกาสแพ้ได้เสมอครับ แม้แต่paracetamalก็มีคนแพ้เช่นกัน แปลกแต่ก็จริง )

ครับเรื่องการป้องกันแสงและความร้อนนั้น มีส่วนช่วยลดอุบัติการณ์ของอาการปวดหัวได้ นอกจากนี้สายรัดหมวกที่แน่นมากเกินไป หมวกที่ฟิตมากเกินไปก็มีส่วนทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ครับ ทุกอย่างจึงควรเน้นที่ทางสายกลางครับ

เรื่องแพทย์ตามรพ.เขาอธิบายน้อย ก็อย่าเพิ่งไปตำหนิเขาเลยครับ ( คงไม่เห็นว่าผมเข้าข้างคนร่วมอาชีพหรอกนะ ) ปัญหามันมักจะอยู่ที่ว่าเขามีเวลาต่อผู้ป่วย1คนไม่มากนัก แล้วยิ่งโรง'บาลรัฐที่มีผู้ป่วยรอตรวจเต็มOPD ( ตึกผู้ป่วยนอก )นั่นยิ่งร้ายใหญ่ และบ่อยครั้งที่บางคนหรือแพทย์บางท่านอธิบายไม่เก่งหรือไม่ค่อยพูดหรือผู้ป่วยไม่กล้าถาม เรื่องมันก็เลยไปกันใหญ่ครับ เอาเถอะครับเวลาไปรพ.ให้ถามแพทย์ผู้รักษาให้คุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่ายที่เราเสียไป เช่น ผมเป็นโรคอะไร รักษายากไหม รักษาอย่างไรบ้าง รักษานานไหม กินยากี่วัน กินยาอะไรบ้าง ผลข้างเคียงของยาหละมีไหม กินยาไม่หายต้องทำยังไง ต้องผ่าตัดไหม ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ผมเชื่อว่าถ้าคุณกล้าถาม หมอก็ต้องกล้าตอบ เอิ๊กกกกก เดี๋ยวนี้เรื่องสิทธิผู้ป่วยกำลังมาแรงครับ เรื่องที่แพทย์อุบอิบรักษา อุบอิบให้ยา อุบอิบผ่าตัดหนะ มันกำลังเป็นสิ่งที่ถูกตรวจสอบจากสังคมแล้วครับ แพทย์ทุกคนเขาต้องระมัดระวังตัวเองมากขึ้นกว่าก่อน
โดย : ป๋าลู - [ 12 ต.ค. 2544 - 10:39:54 น.]

อ.ลู ครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีอาการดังว่า แล้วจะทำไงดีครับ
อยากเล่นกีฬา แต่ก็ไม่อยากปวดหัว อยากไปออกทริป จักรยานไกลๆ อย่างเชียงใหม่แม่ห้องสอน แล้วอย่างงี้ไม่ขี่ไปสัก 100 กม แล้วหลังจากนั้นก็ ขี่ไปปวดหัวไปรึป่าว ครับ

แต่ก่อนนี้สมัยเรียนก็เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ ตอนแข่ง 400 เมตร
ฮีด แรกๆที่คัดเข้ารอบชิงก็ไม่เป็นไร พอเข้ารอบสุดท้ายก็ว่ายไปปวดหัวไป เซ็งเลยย

จะมีวิธีใด ที่จะถนอมหัว ไม่ให้ปวด ระหว่างขี่จักรยานไกลๆ หรือเล่นกีฬานานนนๆ ครือว่า เล่นต่อเนื่องนานๆ เหนื่อยๆ นะครับ

ขอบคุณครับ
โดย : เจ - [ 12 ต.ค. 2544 - 11:52:46 น.]

โธ่ เล่นอ่านแค่ความเห็นแรก แล้วก็อ่านผ่านไปอ่านอีกทีก็ตอนจบแบบนี้คุณก็ข้ามตอนสำคัญหมดสิครับ

ผมว่าคุณลองตั้งต้นอ่านแต่แรกเลยนะครับ ผมตอบอยู่หลายครั้งทีเดียว แต่ละครั้งก็เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ มันอาจจะยาวหน่อย แต่ควรจะต้องอ่าน แล้วคุณก็จะทราบเองแหละว่าควรจะปฏิบัติตนอย่างไรครับ ผมเองก็เป็นคนกลุ่มเดียวกับคุณนี่แหละ
โดย : ป๋าลู - [ 13 ต.ค. 2544 - 08:47:25 น.]

ขอบคุณครับ อ.ลู แล้วผมจะลองไปหายามาทานดูนะครับ ขอบพระคุณอีกสักครั้งครับ ในความกรุณา
โดย : รถถีบคันน่อย - [ 14 ต.ค. 2544 - 21:41:33 น.]

ขอโทษ ครับ ป๋า ผมผิดเองที่ไม่ดูให้ละเอียด ....ขอบคุณครับ
โดย : เจ - [ 15 ต.ค. 2544 - 11:44:38 น.]

ขออนุญาตเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยครับ จากที่คุณ Quad Butted บอกว่าใส่แว่นกันแดดจะช่วยได้ ซึ่งปกติผมก็ใส่อยู่แล้วครับ แต่ในวันนี้ได้พบสัจจะธรรมอีกข้อครับ ผมลองเอาที่บังแดดสำหรับใส่หมวกกันน๊อคมาลองติดดู หลังจากที่ไม่คิดจะติดเลย เพราะเห็นว่ากันว่าเวลาล้มแล้วจะหักมาทิ่มหน้าทิ่มตาเอา ปรากฎว่า ช่วยได้เยอะเลยครับ ทำให้แดดไม่เข้าหน้าโดยตรงครับ ก็อาจจะเป็นการป้องกันได้ทางหนึ่งอะนะครับ
ขอบคุณครับ
โดย : รถถีบคันน่อย - [ 22 ต.ค. 2544 - 00:16:31 น.]

จักรยานมันก็สนุกอย่างนี้เองครับ ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้จักธรรมชาติ รู้จักการรีดประสิทธิภาพจากเครื่องจักรกล ก็เลยทำให้เป็นคนเนี้ยบใส่ใจทุกรายละเอียด..บางทีสิ่งเล็กๆน้อยๆก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ครับ
ยินดีอย่างยิ่งที่คุณได้ถีบอย่างมีความสุขมากขึ้น
โดย : Quad Butted - [ 22 ต.ค. 2544 - 10:12:52 น.]

ขอบคุณคร้าบบบ คุณ Quad Butted
แต่ถึงอย่างไรนะครับ การปั่นที่มีความสุขมากขึ้นกว่า 99% นั้น ก็เนื่องมาจากมี Bikeloves.com ที่คอยเป็นสื่อกลางในการคลายข้อสงสัย และที่สำคัญที่สุด...อ.ลู , คุณ Quad Butted และสมาชิกอีกหลาย ๆ คน ที่คอยให้คำปรึกษา คอยดูแลน้อง ๆ อย่างกระผม แค่นี้ก็มีความสุขมากกว่าการปั่นแล้วครับ (เขิน...) (อีก 1% ของยกเป็นเครดิตให้ตัวเองละกันนะครับ...ไว้สร้างความมั่นใจครับ อิ อิ)
ขอบคุณครับ (Really Thanks)
โดย : รถถีบคันน่อย - [ 23 ต.ค. 2544 - 00:30:33 น.]

แล้วสำหรับคนที่มีอาการหละครับ ถ้าเรารู้ตัวก่อนว่าจะมีอาการสมควรที่จะกินยาเพื่อป้องกันไว้ก่อนเลยหรือไม่ เช่นทานยาหลังอาหารมื้อก่อนที่จะขี่ หรือว่ารอให้มีอาการก่อนค่อยทาน เพราะคงจะต้องทนปวดอีกสักแป๊ปนึงก่อนที่ยาจะออกฤทธิ์
ปล. ขอแนะนำตัวกับ อ.ลูครับ ผม Extern จากรามาฯคับผม
โดย : Ext. - [ 28 ต.ค. 2544 - 22:34:21 น.]

เท่าที่ทดลองกับตัวเองคือ กินก่อนหลังมื้อเช้า มันก็มาปวดเอาตอนบ่ายๆอยู่ดีครับ สู้กินเอาตอนเริ่มรู้ตัวว่าจะปวดดีกว่า Brufenก็ดี หรือ Aspirin ก็ดี ออกฤทธิ์เร็วมากครับ สมัยพี่เป็นเด็กๆ เป็นdental root abscess ปวดแทบแย่ เจอ Aspirin เข้าไปแป๊บเดียว หายปวดทันที

เรื่องของเรื่องคือ ยาเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่ม long acting ครับ กำลังคิดจะลองกับพวก Voltaren SR ( Slow release )ซึ่งออกฤทธิ๋ได้นาน แต่ออกฤทธิ์ช้า โดยจะกินป้องกัน ( prophylaxis )ไว้ในช่วงมื้อเช้าก่อนครับ

ว่าก็ว่าไปนะ ถ้าไม่ต้องกินยา หรือกินยาเท่าที่จำเป็นได้คงจะดีไม่น้อยนะครับ ยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงไม่มากก็น้อย อย่างน้อยก็ระคายกระเพาะอาหาร
โดย : ป๋าลู - [ 29 ต.ค. 2544 - 08:34:26 น.]

งั้นขอเรียนถามอ.ลูเรื่อง aspirin ต่อเลยแล้วกันครับ เพราะว่าช่วง2ปีนี้ดูใตรๆจะตื่นตัวกับสรรพคุณของมันมากเป็นพิเศษ เห็นเขาว่ายังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามันมีปฏิกิริยาอย่างไรจึงบรรเทาอาการปวดต่างๆได้..จริงเหรอครับอ.ลู..เห็นในหนังสือ Bicycling Medicine แนะนำให้กิน aspirin ในหลายๆโอกาส ทั้งก่อนซ้อมหนัก หลังซ้อมหนัก และหลังการแข่งขัน
สำหรับนักกีฬาในเมืองไทย ผมเห็นกิน para กันซะส่วนใหญ่
โดย : Quad Butted - [ 29 ต.ค. 2544 - 11:02:06 น.]

อ้าว ไม่ทราบกลไกในการออกฤทธิ์ได้อย่างไรหละครับ ในเมื่อมันเป็นยาเก่าแก่มากกกกก แล้วก็เข้าสู่Phase5 ไปนานแล้ว
( ยามีอยู่ด้วยกัน 5 phase คือ

  • phase 1 แค่ทดลองในห้องปฏิบัติการ เช่น ทดสอบในเซลเพาะเลี้ยง
  • phase 2 ทดลองในสัตว์ทดลอง
  • phase 3 เริ่มใช้ในมนุษย์จนมั่นใจว่าปลอดภัยมากพอสมควร
  • phase 4 หลังจากผ่านphase3ไปแล้ว ยาจะเริ่มถูกนำออกมาใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ และติดตามผลและผลข้างเคียงของยา รวมไปถึงทำรายงานส่งหรือแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบถึงปัญหา
  • phase 5 ยาที่เข้าสู่phase 5 นี้ จัดเป็นยาที่ใช้มานาน ใช้จนทราบผลและผลข้างเคียงดี และเป็นยาที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องมีแพทย์กำกับ เช่น พวกยาแก้ปวดหัว ยาบำรุง
)

Aspirin ออกฤทธิ์ระงับอาการอักเสบได้ โดยออกฤทธิ์ขัดขวางprostagladin pathway ( จำไม่ได้เหมือนกันครับว่าขัดขวางที่ตรงการสร้าง หรือ การออกฤทธิ์ ) นอกจากนี้ยังออกฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวได้ยากขึ้น ซึ่งสามารถเปลี่ยกลับไปใช้ในการป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจได้เป็นอย่างดี

Paracetamal หรือ Acetaminophen มีสรรพคุณลดไข้โดยการออกฤทธิ์ผ่านทางHypothalamus และออกฤทธิ์บรรเทาปวด ( จำจุดออกฤทธิ์ม่ายได้แล้วววว มันนานมากแล้วนะ ) แต่ไม่มีฤทธิ์ระงับอาการอักเสบ potencyในการระงับปวดก็ยังเป็นรองAspirin แต่ดีกว่าตรงที่ไม่ระคายกระเพาะอาหาร แต่มีฤทธิ์ข้างเคียงต่อตับและไตได้ ( โปรดอ่านฉลากยาก่อนรับประทานทุกครั้ง อิ อิ อิ )

Paracetamal หยิบฉวยกินได้ง่ายกว่า กินได้สะดวกกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่จุใจเท่ากับAspirin แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องกินในขณะท้องว่าง ผิดกับAspirin ห้ามกินในขณะท้องว่างเด็ดขาดดดดดด แสบท้องทันควันเชียวแหละ
โดย : ป๋าลู - [ 29 ต.ค. 2544 - 23:38:57 น.]

ขอถาม ป๋าลู เพิ่มเติมหน่อยครับ

นอกจากอาการที่พี่ๆเป็นกันแล้ว สำหรับผมยังมีอีกอาการหนึ่งคือ
เวลาขับรถหรือทำงานอยู่ มักมีอการชาที่สมองซีกขวาแต่เป็นแบบ
วูปๆๆ คือเป็นแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวแล้วก็หายไป แล้วพอไปปรึกษาหมอก็ได้ยาพอนสแตนมาทาน ผมจำได้ว่าพอนสแตนเนี่ย
ผู้หญิงเค้าไว้ทานเวลามีเมนส์ไม่ใช่หรือครับ

โดย : astina - [ 1 พ.ย. 2544 - 08:34:55 น.]

Ponstan เป็นยาในกลุ่ม Non steroid antiinflammatory drug เช่นเดียวกับ Brufen แหละครับ

Ponstan® เองก็สามารถบรรเทาปวดได้เช่นเดียวกับBrufen®ครับ ส่วนจะใช้รักษาอาการปวดท้องรอบเดือน หรือปวดศีรษะหรือปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ก็ใช้ได้เช่นกันครับ

อาการของคุณ อาจจะเป็นอาการเตือน ( Aura ) ของอาการไมเกรนก็ได้ครับ
โดย : ป๋าลู - [ 1 พ.ย. 2544 - 09:42:50 น.]

ป๋าลูคะขอถามบ้างนะคะ
บางครั้งปวดหัวมาก จนรู้สึกว่าจับที่หนังศรีษะแล้วเจ็บ ทั่งจนถึงท้ายทอยเลยค่ะ
และบริเวณหลังกกหูค่อนไปทางท้ายทอยบวมเป็นลูกกลมๆเลยล่ะคะเนื่องจากอะไรคะ หลังจากทาน Paracetamal ก็จะค่อยยังชั่วแต่บางครั้งแค่ค่อยยังชั่วจริงๆ แล้วตุ่มกลมๆที่ว่านั้นอีกหลายวันถึงหายแต่หายไม่สนิทนะคะตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่นิดนึงค่ะ
(เป็นขณะทำงานมากๆ ไม่ได้เป็นตอนออกกำลังค่ะ)
โดย : Maew ^0^ - [ 1 พ.ย. 2544 - 19:53:37 น.]

อย่างเจ๊เนี่ยน่าจะปวดหัวจากความเครียดมากกว่าครับ
ส่วนเม็ดกลมๆหลังหูนั่นหนะ ท่าทางมันจะเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบซะมากกว่า ว่าแต่เจ๊เคยเป็นหัดเยอรมันแล้วหรือยังหละ

พวกหัดเยอรมันเนี่ย มันเป็นพวกไข้ออกผื่นชนิดหนึ่งนะ มีไข้ ปวดหัว มีตุ่มแดงๆขึ้นตามตัว บางทีก็ไม่เห็นตุ่ม บ่อยครั้งที่จะมีต่อมน้ำเหลืองหลังหูอักเสบร่วมด้วยแหละ แต่ไข้จากเชื้อไวรัสอื่นก็มีอาการแบบนี้ได้เหมือนกันนะเจ๊ อย่าซีเรียส เด๋วก็ดีเองแหละ อ้อ อย่าเครียดนัก พยายามปั่นจักรยานบ่อยๆนะ จะปวดหัวน้อยลงเอง
โดย : ป๋าลู - [ 2 พ.ย. 2544 - 16:18:41 น.]

ขอบคุณนะคะป๋าลู เท่าที่จำได้ยังไม่เคยเป็นหัดเยอรมันเลยค่ะ
แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นอะไรอย่างอื่นหรือเปล่า
แต่ตอนนี้ต่อมน้ำเหลืองทีว่านี่ยังบวมอยู่นิดหน่อยและปวดหัวเป็นบางครั้งค่ะ ควรใช้ยาอะไรดีคะ
มีปัญหาเรื่องโรคกระเพาะ และภูมิแพ้อยู่บ้าง แต่ตั้งแต่ปั่นจักรยานเป็นเรื่องเป็นราวมานี่ไม่เคยถึงกับจับหอบเลยนะคะมีอาการระคายที่หลอดลมบ้างนิดหน่อย
ต้องยกเครดิตให้ BPMTB กับเพื่อนๆที่ทำให้ติดจักรยานงอมแงมแล้วหายป่วย
ส่วนเรื่องเครียดนี่ปกติก็พยายามไม่เครียดและไม่เคียด(แค้น)แล้วนะเนี่ยสงสัยต้องเปลี่ยนนามสกุลแฮะ (จาก - รักกิจ ให้เป็น - เกรียดกิจ) เผื่อว่าจะช่วยได้
โดย : Maew ^0^ - [ 6 พ.ย. 2544 - 10:48:41 น.]

ขอแก้คำผิด จาก "จับหอบ" เป็น "จับหืด" ค่ะ
โดย : Maew ^0^ - [ 6 พ.ย. 2544 - 10:50:18 น.]

กระพ้มขอถามปะป๋าหน่อยนะขอรับ ผมตรวจสุขภาพแล้วพบว่าตัวเองมีอการของภาวะตับ อักเสบ พอสมควรนะขอรับ สาเหตุจากที่โดนคุณพยาบาลดูดเลือดไปหลายปี๊ป ก็น่าจาก Fatty Liver คุณหมอบอกให้ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร เพื่อลดน้ำหนักและไตรกลีเซอไรด์ ปรากฏว่าการปั๋นจักรยานช่วยได้ขอรับ คำถามหากกระพ้มมีอาการปวดหัวควรจะใช้ยากลุ่มแอสไพริน ดีกว่าพวกพาราฯใช่มั๊ยครับ ช่วงนี้กระพ้มมีอาการอย่างหนึ่งเกิดขี้นตอนเวลาขับรถยนต์นะครับ คือ จะมีอาการง่วงบ่อยมาก ทั้งที่พักผ่อนเพียงพอ คือพอขับรถยนต์ระยทางซัก 30 กม.ขึ้นไปแล้วจะรู้สึกตัวเองว่าเบลอ สติไม่เต็มร้อย สมองสั่งงานไม่เต็มที่ เหมือนจะหลับในแต่ไม่ถึงขนาดนั้น
กระพ้มไม่รู้ว่าจะมีผลมาจากอาการตับอักเสบหรือเปล่า เพราะเคยได้ยินมาว่า คนที่เป็นไวรัสตับอักเสบบี มีโอกาสหมดสติได้ ห้ามขับรถ เมื่อก่อนขับรถมีความมั่นใจมาก แต่เดี๋ยวนี้เกร็งๆ โดยเฉพาะเวลาจะแซงรู้สึกกลัว เหมือนกับตัวเองจะหลับทุกที ไม่รู้เป็นอะไรนิ
ปะป๋าพอจะแนะนำได้มั๊ยว่าควรจะหาอายุรแพทย์หรือจิตแพทย์ดี
โดย : Big Trek - [ 30 พ.ย. 2544 - 21:40:20 น.]

เกี่ยวกับเรื่องยาแก้ปวดหัวในกลุ่มparacetamal กับ Aspirin นั้น สำหรับกรณีปวดหัวทั่วๆไปที่ไม่รุนแรงนัก paracetamalน่าใช้มากกว่าครับ เพราะว่าไม่มีฤทธิ์ข้างเคียงที่รบกวนระบบทางเดินอาหาร เหมือนกับaspirin ซึ่ง Aspirinจะกัดกระเพาะอาหารมาก ดังที่ได้อธิบายไว้แล้วตอนต้น เอาเป็นว่าถ้าหากไม่ใช่พวกปวดหัวแบบรุนแรงเหมือนกลุ่มmigraine เอาแค่paracetก็พอครับ

ส่วนเรื่องอาการเกี่ยวกับตับของคุณนั้น ตับอักเสบของคุณนี่มาจากสาเหตุอะไรครับ ถ้าจากfatty liverนี่มันก็คงจะบอกสาเหตุลำบาก เพราะว่ามันเป็นการอธิบายกว้างๆเท่านั้นไม่เจาะจง ตับอักเสบอาจจะมาจาก ไวรัส ยา แอลกอฮอล์ ก็เป็นได้ วิธีการดูแลก็คงเหมือนข้างบนครับ ลดของมัน แต่คงต้องรับประทานอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตมากขึ้นแทน

เรื่องง่วงนอนกับตับแข็งหรือตับอักเสบ ผมว่ามันคงไม่ใช่เรื่องเดียวกันหรอกครับ มันมีสาเหตุปัจจัยย่อยมากมายเลย ผมเองขับไกลๆมืดๆก็ง่วงนอนเหมือนกัน ทั้งๆที่ไม่มีปัญหาเรื่องตับ ผิดกับตอนหนุ่มๆ ขับมือเดียวไปเชียงใหม่ ยังยิ้มๆ
โดย : ป๋าลู - [ 1 ธ.ค. 2544 - 07:24:53 น.]

ขับรถง่วงนอนนี่อันตรายมากเลยนะเนี่ย ผมอะประจำครับ บางทีหลับไปเลย แต่ยังโชคดีที่อยู่บนถนนโล่ง ๆ ไม่ค่อยมีรถ เคยได้ยินมานะครับ แต่ไม่แน่ใจว่าเชื่อได้แค่ไหน แต่ผมลองใช้วิธีนี้ดูก็ได้ผลขึ้นนะครับ แต่ในระยะสั้น ๆ เท่านั้น คือ มีคนเคยบอกมาครับ อ้างถึงทฤษฎีว่าถ้าคนเราได้รับอ๊อกซิเจนไม่เพียงพอ จะเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย และเวลาเราอยู่ในรถ จะเปิดแอร์ตลอด บางครั้ง อาจทำให้อ๊อกซิเจนลดลงได้ เวลาผมง่วง ผมก็จะอาศัยวิธีเปิดกระจกรับลมครับ สูดหายใจให้เต็มปอด (แล้วก็ไอ เพราะควันเยอะเหลือเกิน) เปิดไว้สักพักครับ ทุกวันนี้ผมก็ใช้วิธีนี้ครับ จะช่วยได้มาก แต่ถ้าง่วงเพราะเกิดจากการนอนไม่พอวิธีนี้ใช้กับผมไม่ได้ครับ ต่อให้เอาอ๊อกซิเจนมาครอบก็คงช่วยไม่ได้อีกเหมือนกันแหละครับ บางครั้งก็ไม่เปิดกระจกครับ แต่ปิดระบบการไหลเวียนอากาศภายในรถแทน ให้อากาศจากข้างนอกสามารถเข้ามาข้างในได้
ก็ลองดูนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นอย่างไร แต่มันก็ใช้ได้ผลทุกครั้งครับ
โดย : รถถีบคันน่อย - [ 1 ธ.ค. 2544 - 08:26:39 น.]

ขอบคุณมากขอรับ สำหรับคำแนะนำ กระพ้มมีอาการตับอักเสบเนื่องจากมีภาวะไขมันสะสมในตับสูงนะครับ เห็นคุณหมอเค้าบอก เพราะว่าไม่ได้ทานยาอะไรประจำ และบอยก็ไม่ดื่มฮ่ะ ไวรัสก็ไม่มีฮ่ะ ตั้งแต่ A-Z เลยไม่มีซักกะตัว กระพ้มก็เป ิดหน้าต่างบ่อยนะ ช่วยได้บ้างครับ แต่ที่ช่วยได้มากคือหากอะไรมาหม่ำตลอดทางเลยเป็นคนที่กินมากเวลาชับรถ สงสัยอาการง่วงตอนขับนี้จะอุปทานแน่เลย
พอขึ้นรถขับไปซักเดี๋ยวแล้วง่วงทุกทีเลย แล้วก็กลัวไม่สบายใจ ไม่มั่นใจเหมือนก่อน สงกาสัยไปไหนต้องปั่นแต่จักรยานแน่เลย
โดย : Big Trek - [ 1 ธ.ค. 2544 - 12:08:01 น.]

ลองหาหมากฝรั่งมาเคี้ยวดูสิครับ มีผลจากการศึกษาพบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งจะมีผลลดอาการหลับในในระหว่างขับรถได้เป็นอย่างดี
ผมเองก็ใช้วิธีนี้บ่อยๆครับ
โดย : ป๋าลู - [ 1 ธ.ค. 2544 - 15:17:32 น.]

หมากฝรั่งก็พอใช้ได้ครับ ปะป๋า แต่หมากไทยคงจะดีกว่าแน่ๆเยย.....ว๊าย ...น้ำหมากย้อย......
โดย : Big Trek - [ 2 ธ.ค. 2544 - 00:16:31 น.]

ความเห็นลำดับที่ 31
I like to suggest new healling way with out any medicine at all, by "Hypnosis"
โดย : wanna sangulchote - [ 3 ก.พ. 2545 - 20:30:53 น.]

ความเห็นลำดับที่ 32
ขับรถง่วงนอน ใช้วิธีนี้บ้างก็ได้ค่ะ เปิดเพลงสนุก ๆ จังหวะมัน ๆ แล้วร้องตามไปด้วยค่ะ แก้ง่วงได้เหมือนกัน ป๋าลู ใจดีจังนะคะ พวกเราไม่ต้องเสียค่า DF ด้วย ไชโย !!!!



โดย : ผ่านมาคุย - [ 21 มี.ค. 2545 - 16:42:37 น.]

ความเห็นลำดับที่ 33
ไม่รู้ว่า ควรจะถามใน กระทู้นี้ หรือขึ้นใหม่ แต่ไหนๆ ก็ถามดีกว่า..
ที่ ป๋าลู บอกว่า ยา Aspirin หรือ Brufen® ห้ามทาน เวลา ท้องว่าง
แต่ อาการจะเป็น หลังจากขี่เสร็จ ถ้าเป็น นม 1 กล่อง แล้ว ทานยาจะพอไหม กับยาตัว อื่นด้วย ที่ ห้าม กิน เมื่อท้องว่าง เช่น ยากระดูก หรือ คลายกล้ามเนื้อ
รู้ตัว ว่าเป็นทุกครั้ง เลยทำให้ มี ปัญหา เวลาต้อง ขับรถ ตอนขากลับ มันจะปวดตึ๊บๆๆๆ
ถ้าไม่รบกวนเกินไป ช่วยตอบที่ e-mail ด้วยนะคะ เพราะไม่ค่อยได้ เข้ามาบ่อย
ขอบคุณ มากๆ ค่ะ
โดย : pam+ - [ 4 ก.ค. 2545 - 09:23:38 น.]

ความเห็นลำดับที่ 34
ตอบในนี้ด้วยครับ
ตอบในเมลล์ด้วย

โดยหลักการแล้วไม่ค่อยแนะนำให้ทานพร้อมกับนมนะครับ ผมว่าถ้าหากรู้ตัวอยู่แล้วว่าattackแน่ ก็หาพวกขนมปังเอามาตุนไว้ในรถบ้างก็ดีครับ จะได้กินยาพร้อมๆกับขนมปังไปด้วยกัน แล้วตามด้วยน้ำเยอะๆ จะดีกว่านมครับ
โดย : ป๋าลู - [ 4 ก.ค. 2545 - 12:54:28 น.]

ความเห็นลำดับที่ 35
ขอความอนุเคราะห์จากผู้รู้แนะนำด้วยครับ ผมอายุ 52 (ผู้สูงอายุ) ชอบปั่นจักรยาน(เสือภูเขา) มาก เคยออก trip กับเพื่อนรุ่นเดียวหลายครั้งจาก ปากช่อง-สีคิ้ว หลักสี่- อยุธยา อำเภอเมือง- วันอุทยานแห่งชาติรามคำแหง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ช่วงระยะหลังๆ เวลาจะลงจากการปั่นฯ ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะทำได้ เพราะพอหยุดรถลงเดินจะมีอาการวูบ เคยหมดสติไปประมาณเกือบ 1 นาทีที่สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2548 ไปตรวจระบบหัวใจและทำ exercise stress test ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ผลการตรวจอาจารย์หมอบอกสมรรถภาพการทำงานของหัวใจไม่มีปัญหาและท่านได้แนะนำว่าเวลาลงจากรถฯ ให้นั่งหรือนอนเลยเพราะเลือดกลับไปเลี้ยงสมองไม่ทัน กลัวว่านอนแล้วจะไม่ตื่นได้กลับมาปั่นอีก ถ้าหากขี่ไปเรื่อยๆ ที่ 8-9 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงก็พอไหว ไปปั่นที่สวนรถไฟเห็นสมาชิกปั่นทำความเร็วกันแล้วอิจฉาจังเลย คลอเรสเตอรอล 213 เกินไป 13 ขอความอนุเคราะห์ ผู้รอบรู้ชี้แนะด้วยครับ ขอขอบคุณ.
dacha
โดย : dacha - [ 21 ธ.ค. 2548 - 21:11:15 น.]

ความเห็นลำดับที่ 36
แนะนำให้ทานอาหารเสริมจะช่วยได้เยอะเลยสนใจติดต่อได้ที่
e-mail ที่ให้นี้นะ benpueng@hotmail.com
โดย : ben - [ 6 ก.พ. 2549 - 08:56:12 น.]

ความเห็นลำดับที่ 37
เพิ่งเกิดกับผมเมื่อคืนครับต้องอวกตอนตี2กว่าจะได้นอนหมดแรงเลยเรา
โดย : ตี๋ครับ - [ 30 เม.ย. 2549 - 00:14:05 น.]

ความเห็นลำดับที่ 38
ป๋าครับกระผมก้ออยากจะถามว่าไอตัวยา Brufen เนี่ยอย่างผมเนี่ยอายุ13ปีครึ่ง หนัก42 สมควรกินหรือเปล่า แต่ผมก้อเป็น ไมเกรน เหมือนกัน(ไม่ค่อยแน่จัยมากนะแต่อาการมันใช่)ไอยาตัวนี้มันจะมีผลต่อตับมากไหม อย่างผมเนี่ยเป็นโรคกระเพาะอยู่จะสมควรกินไหม และอีกอย่างนะครับจะถามว่าไอยาตัวนี้อะถ้าหากธานยาตอนท้องว่าง ผมซ์อยาเคลือบกระเพาะที่มันเคี้ยวมา(ราคา7บาท)ถามเพสัชมาว่าถ้าหากทานยาเคลือบกระเพาะก่อนตอนท้องว่างแล้วก้อกินยาBrufenตาม มันจะเปนอะไรไหม เพสัชตอบมาว่าไม่เปนไร จะถามว่าเพสัชตอบถูกไหม ผมไมม่แน่จัยอะ และยาบรูเฟนเนี่ยกินบ่อยๆผลข้างเคียงมานเยอะไหมอะผมกลัวอายุอย่างผมเนี่ยผมอ่านที่เวบสุขภาพเขาบอกว่าไม่ควรกินยาแก้ปวดประเภทแอสไพรินอะคับมันจะอันตรายมากไหม ครับช่วยตอบให้ด้วยนะครับ ขอขอบคุณป๋าลูมากกกกๆเลยนะครับ ผมอ่านแล้วผมก้อหายคล่องจัยว่าเราเปนไมเกรนหรือเปล่า พ่อผมเขาก้อไม่ค่อยเชื่อหลอกว่าผมหนะเปนไมเกรน เขาบอกว่าไมเกรนตัวแค่นี้ไม่เปนหลอก แต่ผมอ่านในอินเตอเนต มานบอกว่าพบมากในวัยรุ่น อายุ 10-25 อยากถามว่ามานจริงหรือเปล่าอะครับ ก้อมีที่จะถามแค่นี้แหละครับ ขอบคุนป๋าลูมากๆๆครับ ผมชื่อก้องครับ นนทบุรี
โดย : ก้องน้อย - [ 8 ม.ค. 2007 - 00:05:32 น.]

ความเห็นลำดับที่ 39
FedEx next day delivery, free prescription with your order and 24/7 live help and toll free customer service, http://OnlinePrescriptionrx.US
โดย : She is here - ICQ : Vedle pocitace - [ 2 พ.ค. 2007 - 23:08:58 น.]

ความเห็นลำดับที่ 40
อาทิตย์ก่อนไปตรวจเกี่ยวกับทรวงอก กลัวจะเป็นมะเร็งเต้านม
มาตรวจออกมาว่าเป็นซีส หมอให้ยาตัวนี้มา Ibuprofen (BRUFEN)
400 mg มา แรกๆก็กิน มีใบกำกับว่าอาจจะมีอาการแทรกได้ เช่นเป็นหวัด มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตตัว ปวดข้อ ท้องเสีย ตาแดง หรือไม่ก็ผื่นผิวหนัง อาจเกิดประมาณ 14 วัน

แต่สำหรับฉันมีอาการตามมาไม่ถึงทันทีหรอกคะ เช่นกินยาทันทีหลังอาหารสัก 15 นาทีจะแสบตามากเลยเหมือนกับว่าน้ำตาจะไหลเลย และก็ปวดเมื่อยมากเลย รู้สึกตัวเหมือนกับเบลอๆทำอะไรไม่ถูกเลย และที่สำคัญนะคะ ปวดหัวมากเลยไม่รู้ว่าทำไม

อยากทราบตัวยานี้อ่ะคะว่า เปงยาเกี่ยวกับแก้ปวด หรือว่าทำให้เราปวดมากกว่าเดิมกันแน่ ยาเนี่ยเปงยารักษา ไมเกรนหรือเปล่า

ไงช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
โดย : aim - [ 28 มิ.ย. 2007 - 10:46:05 น.]

ความเห็นลำดับที่ 41
ขออนุญาต ตอบด้วยคน สำหรับคนที่ปวดหัวเมื่ออกกำลังกายหรือเมื่อตากแดด ลองสังเกตุ อาการเบื้องต้น
1. คุณเป็นความดันสูงหรือไม่ 2. ไขมันในเลือดสูงหรือไม่
3. อาการปวดเริ่มต้นจากขมับด้านหน้าของหู ใช่หรือไม่
4. อาการปวด เมื่อปวดมากๆจะมีเส้นเลือดเต้นชัดเจน จนรู้สึกถึงจังหวะของชีพร ใช่หรือไม่
5. มักจะเกิดเมื่อออกกำลังและหรือถูกแดดจัด
6. และมักเกิดเมื่อ คุณนอนน้อยและหรือเครียด
สรุป ถ้าคุณมีอาการแบบนี้ และมี คุณมีไขมันสูง อาการปวดศีรษะ เกิดจาก ความเครียดครับ วิธีป้องกัน ใส่หมวกกันแดด ผ่อนคลายความรู้สึกและสนุกกับสิ่งที่คุณกำลังทำ วิธีแก้ไข ถ้าเป็นไขมันในเลือดสูง ต้องพบแพทย์ การรับประทานยา ถ้าเป็นการปวดจากภาวะเครียด และทาน Paracetamol Tab. 500 mg. จะไม่หายปวด ควรทาน Transquilizer เช่น Tranxene 10 mg. Tab. และ Paracetamol Tab. 500 mg. 2 Tab. ครับผม
ตอบคุณ Aim ยา Ibuprofen เป็นยากลุ่ม Anti-inflamatory drugs ที่เราๆเรียกกันว่า ยาแก้ปวดครับ ยาตัวนี้ ไม่นิยมใช้รักษาอาการไมเกรน จากอาการของคุณ สันนิฐานว่า จะเป็นอาการแพ้ยา (ผมก็เพิ่งจะเคยพบเห็น ก็ในรายคุณนี้ละครับ ที่มีอาการรุนแรง เพราะหาคนที่แพ้ Ibuprofen ยาก) แต่อย่าไปว่า หมอเขาละ เพราะ ไม่มีใครบอกได้เลย (จริงๆ) ว่า คุณจะแพ้ยาหรือสารอะไรบ้าง จนกว่าคุณจะเกิดอาการแพ้ให้เห็น เหมือนกับบางคนแพ้อาหารทะเล เช่นเดียวกัน
โดย : chaisingha - [ 14 ส.ค. 2007 - 13:08:13 น.]

ความเห็นลำดับที่ 42



เพิ่งรู้เป็นไมเกรนครับพี่น้องอาการเดี๋ยวกะป๋าลูเลยครับ ต้องอ้วกทุกทีที่ปวดหัวปวดตา เวลาเจอแดดจัดๆก็ไม่จาบาย ขอให้แข็งแรงกันทุกคนนะครับพี่เสือทั้งหลาย เสือโอก็อยากหายครับ
โดย : เสือโอ - [ 3 ก.ย. 2007 - 18:06:58 น.]

ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ
    จาก :
 email :
     icq :
image :
เฉพาะ .jpg หรือ .gif และขนาดไม่เกิน 50 KB เท่านั้น
สำหรับรูปที่มีขนาดเกินกว่า 50 KB คลิ้กที่นี่

รายละเอียด


           easily add your picture
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียวครับ....