กระโหลก กับเรื่องชวนปวดกระโหลก 
กระโหลก (bottom bracket , BB) เป็นส่วนสำคัญของระบบขับเคลื่อนจักรยาน มีหน้าที่เป็นแกนหมุนของชุดขาจาน ก่อนที่เราจะกล่าวลึกเข้าไปในรายละเอียด ผมขอพาไปรู้จักกับคำศัพท์ต่อไปนี้ก่อนดีกว่านะ
- BB shell คือ ส่วนของเฟรมจักรยานที่เราขันกระโหลกเข้าไป โดยส่วนของBB shell จะถูกtapเกลียวไว้ เพื่อสำหรับขันฝาปิดกระโหลก
- BB cupหรือ ฝาปิดกระโหลก โดยจะมีเกลียวเป็นลักษณะเกลียวตัวผู้ที่พอดิบพอดีกันกับBB shell ทั้งเส้นผ่าศูนย์กลาง,ระยะเกลียว และทิศของเกลียว BB cup จะมีด้วยกัน 2 ด้าน คือ ด้านซ้ายและด้านขวานั่นเอง
- BB spindle หรือ แกนกระโหลก
เอาหละเรามาวกเข้ามาเรื่องของกระโหลกกันดีกว่าครับ การที่เราจะซื้อกระโหลกตัวใหม่มาเปลี่ยนแทนตัวเก่านั้น เราต้องรู้ข้อมูลอะไรบ้าง
- BB spindle มีสิ่งที่ต้องทราบอยู่ 2 ประการคือ
- ความยาวของแกนกระโหลก ซึ่งมีอยู่มากมายหลายขนาด ได้แก่ 103 , 107 , 110 , 113 , 116 , 118 , 120 , 122 mm ดูแล้วช่างหลากหลายจริงๆ แต่ที่เราคุ้นเคยกันนั้นคงจะเป็นขนาด 107 , 110 และ 113 mm เสียมากกว่า เพราะว่าเป็นขนาดที่ทำออกมาใช้กับชุดขาจานในรุ่นบนๆ ส่วนความยาวที่เหลือนั้น มักจะเป็นรุ่นเฉพาะที่ทำออกมาสำหรับชุดขาจานเฉพาะรุ่นนั้นๆไป
ความยาวของแกนกระโหลกมีผลต่อจักรยานอย่างไร ?
ถ้าเอากระโหลกมาดู จะพบว่าแกนกระโหลกทั้ง 2ด้านนั้นมีความยาวไม่เท่ากัน โดยด้านขวาซึ่งเป็นด้านที่จะใส่ชุดขาจานและใบจานหน้า หรือเรียกว่า drive side จะยาวกว่าทางด้านซ้ายเสมอ เพราะว่าจะถูกออกแบบมาเผื่อสำหรับชุดใบจานหน้าซึ่งมีความหนามากกว่า ขาจานด้านซ้าย(ซึ่งไม่มีอะไรมาเกะกะ) ความยาวรวมของแกนกระโหลกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ก็จะมีผลทำให้ความยาวของแกนทั้ง2ด้านเพิ่มขึ้น หรือ ลดลงตามส่วนด้วย
การที่แกนกระโหลกยาวขึ้นจะมีผลทำให้ชุดใบจานหน้าและขาจานขยับตัวออกมาห่างจากเฟรมมากขึ้น
และในทางกลับกันถ้าแกนกระโหลกสั้นลง ชุดใบจานหน้าและขาจานก็จะขยับตัวเข้าใกล้กับเฟรมมากขึ้น
จึงมีคำที่ช่วยในการอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นไปอีก คำนั้นก็คือคำว่า"chain line" จริงๆแล้วคำว่าchain line เป็นคำที่มีความหมายค่อนข้างหลากหลาย ทั้งในแง่ของผู้ผลิตอย่างshimano ก็ให้ความหมายแบบหนึ่ง ในแง่ของmanual ก็ให้อีกความหมายหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วล้วนแต่มีความหมายตรงกันทั้งสิ้น เรามาทำความเข้าใจกันอย่างง่ายๆดีกว่านะครับ
Chainline คือเส้นที่ลากจากจุดกึ่งกลางของชุดใบจานหน้าไปยังจุดกึ่งกลางของชุดเฟืองหลัง โดยถ้าเป็นชุดจานหน้า3ใบกับเฟืองหลัง9ใบ ก็จะหมายถึงเส้นที่ลากจากจานกลางไปยังเฟืองของเกียร์5นั่นเอง
ตามทฤษฎีแล้ว แนวchainlineควรจะขนานกับแนวฐานล้อของจักรยาน ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของชุดเกียร์ทั้งจานหน้าและเฟืองหลัง สามารถทำงานได้ครบถ้วน โดยที่โซ่ไม่ได้บิดตัวเบี่ยงเบนไปมากนัก จึงมีการวัดระยะchainlineเพื่อใช้อ้างอิง โดยจะวัดจากกึ่งกลางของท่อนั่ง(seat tube)ไปยังยอดของใบจานกลาง
 |
จักรยานเสือภูเขามาตรฐานที่มีดุมหลังกว้าง135mm และไม่มีการการบิดของเฟรม ระยะChainlineที่จะทำให้แนวของchainlineขนานกับแนวฐานล้อ จะมีค่าประมาณ 47.5 mm
ส่วนจักรยานเสือหมอบที่มีดุมหลังกว้าง130mm ระยะChainlineที่จะทำให้แนวของchainlineขนานกับแนวฐานล้อ จะมีค่าประมาณ 45 mm
|
สำหรับshimanoนั้น มักจะทำกระโหลกสำหรับจักรยานเสือภูเขาที่มีความยาวให้เลือก 2 ขนาด เช่นกระโหลกแบบTapered BB-UN72 จะมีความยาวแกนกระโหลกให้เลือก 2 ขนาดคือ 110 และ 113 mm โดยถ้าใช้กระโหลกแกนยาว 110 mm จะได้ระยะchainline เท่ากับ 47.5 mm แต่ถ้าใช้กระโหลกแกนยาว 113mm จะได้ระยะchainlineเพิ่มขึ้นเป็น 50 mm ( สำหรับกระโหลกแบบSplined BB-ES70 จะมี 2 ช่วงความยาวคือ 113 และ 118mm ซึ่งจะให้ระยะchainline 47.5 และ 50.0mm ตามลำดับ)
คำถามก็คงจะผุดขึ้นมาในใจหละสิว่า ทำมาทำไม? เพราะเมื่อใช้แล้วchainlineก็จะเบนออกมาจากเดิม? คำตอบมันมีอยู่ในตัวของมันเอง คือ จักรยานเสือภูเขานั้นมีความหลากหลายในเรื่องของchain stayหรือตะเกียบโซ่ รถบางค่ายมีตะเกียบโซ่ใหญ่และหนาแถมยังกางอ้าออกมาอีก โดยเฉพาะพวกfull suspensionที่มีmain pivotหรือจุดหมุนหลักอยู่ด้านล่าง ซึ่งถ้าหากใช้แกนกระโหลก110mm อาจจะทำให้ขาจานหรือชุดใบจาน อยู่ชิดกับchain stayมากเกินไป ถ้าหากมีการบิดตัวของขาจานหรือของchain stay ก็อาจจะเกิดการกระทบกันได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยอมขยับระยะchainlineออกมาจากเดิมอีก2.5mm ซึ่งระยะดังกล่าวไม่ได้มีผลมากมายนักต่อการทำงานของชุดเกียร์หลักๆ เพียงแต่ในตำแหน่งจานหน้าเล็กสุด และเฟืองเกียร์หลังใหญ่สุดหรือตำแหน่งเกียร์1-1 แนวโซ่อาจจะเบี่ยงตัวไปมากกว่าปกติบ้าง ในขณะที่การทำงานของชุดจานหน้าในการลดจานจากใบจานกลางลงมาใบจานเล็กยังอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้
( ในรถที่chain stayไม่ได้ใหญ่นัก ก็สามารถใช้กับกระโหลกแกนยาว110mmได้อย่างสบาย แต่ถ้าเป็นรถที่chain stay เล็กๆ เช่น พวกที่ทำมาจากโครโมลี่ ก็อาจจะใช้แกนกระโหลกยาวเพียง107mmได้อย่างสบายๆ โดยที่ระยะchainline แทบจะไม่ได้ลดลงมาเลยด้วยซ้ำ เพราะแกนทางด้านซ้ายมันหดเข้ามาในสัดส่วนที่มากกว่าทางด้านขวาครับ )
ในความคิดเห็นของผมแล้ว สำหรับชุดขับเคลื่อนมาตรฐานทั่วไปถ้าหากไม่มีปัญหาเรื่องระยะห่างระหว่างขาจานกับchain stayแล้ว กระโหลก107หรือ110mm ก็น่าจะลงตัวที่สุดแล้ว เพราะจะได้ระยะchainlineที่เหมาะสมที่สุด
- ลักษณะส่วนปลายของแกนกระโหลก ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบ คือ
- Tapered square blockซึ่งเป็นแบบที่เราคุ้นเคย และพบเห็นได้ทั่วๆไป
- Splined block ซึ่งยังแบ่งออกเป็น 2 มาตรฐาน คือ
- Shimano type ส่วนปลายจะเป็นร่องหยักและสัน จำนวน 8 ร่อง ในครั้งแรกนั้นได้พัฒนามาใช้กับอุปกรณ์ขับเคลื่อนในชุดXTR (BB-M952) ต่อมาในปี2000จึงได้พัฒนามาใช้กับกระโหลกในรุ่นรองลงมา(BB-ES70) แต่ไม่สามารถใช้แทนกันได้

- มาตรฐานที่ทางTruvative, RacefaceและChrisKing ร่วมมือกันพัฒนาขึ้นมาจะมีลักษณะคล้ายกับของShimano แต่จะมีจำนวนร่องและสันมากกว่า คือ 10 ร่อง
ทั้งกระโหลกแบบTapered และSplinedนั้น ต้องใช้ร่วมกับชุดขาจานที่ออกแบบมาเฉพาะ โดยเฉพาะแบบsplinedนั้น ต้องเลือกใช้ในถูกยี่ห้อและรุ่นด้วย ทั้งนี้โปรดอ่านเพิ่มเติมจากกระทู้ Bottom Bracket แบบ Splined & Tapered โดยคุณDen (18/07/2000) จากคอลัมน์"ถามๆตอบๆ 1" ซึ่งได้อธิบายถึงความแตกต่างและข้อดีของกระโหลกทั้ง 2 แบบนี้ไว้อย่างละเอียด
- BB shell width หรือความกว้างของเฟรมในส่วนที่ขันกระโหลกเข้าไป จะมีค่าอยู่ด้วยกัน 3 ขนาดคือ 68 ,70 และ73 mm โดยทั่วๆไปแล้วเฟรมที่ถูกผลิตมาจากโรงงานทางไต้หวันส่วนใหญ่จะมีBB shell กว้าง68mm ในขณะที่รถที่ผลิตจากอเมริกาส่วนใหญ่ เช่น Klein , Gary Fisher ,Trek (รุ่นสูงๆ) ฯลฯ จะมีBB shell กว้าง 73 mm ในขณะที่บางยี่ห้อใช้BB shell กว้าง 68 mm ( สำหรับMTBแล้ว ขนาดของBB shell กว้าง70 mm ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก ) อยากจะรู้ว่ากว้างเท่าไรก็ไม่เห็นจะยากเลยนี่ครับ วัดซะก็หมดเรื่อง
แล้วทำไมต้องทำให้BB shell กว้างแตกต่างกัน? เป็นเพราะความแตกต่างกันในแง่ของการออกแบบรูปร่าง และลักษณะของchain stay คือ ถ้าchain stay อวบอ้วนมาก เมื่อนำมาเชื่อมกับBB shell ถ้าหากBB shell กว้างไม่พอ ก็จะดูไม่สวย หรือล้นออกมาทางด้านข้างได้ และสิ่งหนึ่งที่ทางผู้ผลิตคิดไว้ในใจก็คือ BB shell ที่กว้างกว่าย่อมจะทำให้เฟรมนั้นstiffและแข็งแรงกว่า
โดยทั่วไปแล้วกระโหลกมาตรฐานที่ผลิตออกมาขายกันในท้องตลาด เช่นShimano ส่วนของBB cupด้านขวาจะเป็นfixed BB cup คือจะติดแน่นกับส่วนของตัวกระโหลกเองและจะมีลักษณะเป็นบ่า เพื่อที่เวลาขันเข้าไปในBB shell จนสุดแล้วจะได้ระยะchainlineตามที่ทางโรงงานผู้ผลิตต้องการ ส่วนBB cupด้านซ้ายจะไม่ได้เป็นชิ้นเดียวกับตัวกระโหลก แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวกำหนดความตึงในการขันยึดกระโหลกเข้ากับBB shell ซึ่งBB cupด้านซ้ายนี้จะเรียกว่าเป็นแบบadjustable BB cup ดังนั้นทางผู้ผลิตจึงจะต้องผลิตกระโหลกสำหรับBB shell ที่กว้างแตกต่างกันด้วย เพราะการนำเอากระโหลกที่ทำมาสำหรับBB shell 68 mm มาใช้กับเฟรมที่มี BB shell 73 mm ขาจานด้านขวาและชุดใบจานจะขยับออกมาจากเฟรม(ระยะchainlineขยับออกไปจากนอกรถหรือระยะchainlineเพิ่มขึ้น) ส่วนขาจานด้านซ้ายจะขยับเข้าไปชิดเฟรมมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริโภคที่จะต้องเลือกกระโหลกที่เหมาะสมและถูกต้องกับBB shellของจักรยานตัวเอง ซึ่งวิธีง่ายที่สุดคือวัดความกว้างของBB shellของเฟรม
แต่สำหรับกระโหลกบางยี่ห้อที่มีBB cup เป็นแบบadjustable BB cup ทั้ง 2 ด้าน เช่น RaceFace จะสามารถปรับใช้ได้กับBB shellหลายๆขนาด ในกรณีที่จะเลือกใช้กระโหลกที่มีadjustable BB cupทั้ง 2 ด้าน ผู้ติดตั้งเองจะต้องวัดระยะchainlineให้ถูกต้องด้วย
ลำพังแค่นี้ เวลาไปเลือกซื้อกระโหลก ก็ต้องเลือกให้ถูกทั้งความยาวแกน คือ จะเอา 110 หรือ 113 mm แล้วยังจะต้องเลือกให้ถูกต้องกับ BB shell อีก ว่าจะกว้างเท่าไหร่ 68 หรือ 73 mm หรือว่าจะเจอ 70mm ก็คงแล้วแต่จะเลือกซื้อกันนะครับ ขอให้ถูกต้องกับรถที่ใช้ก็แล้วกัน
- เกลียวกระโหลก เกลียวของBB cup แต่ละด้านนั้นจะต้องมีลักษณะที่เข้ากันได้กับเกลียวของBB shellจึงจะสามารถขันเข้าไปได้
ลักษณะของเกลียว
- ขนาดของเกลียว
- เส้นผ่าศูนย์กลางของเกลียว จะถูกกำหนดจากเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก(outer diameter , OD.)ของเกลียวตัวผู้หรือ สกรูนั่นเอง โดยจะกำหนดเป็นค่าตามทฤษฎีหรือที่เรียกว่าnominal OD. ซึ่งถ้าหากวัดจริงๆactual OD.ก็จะมีค่าน้อยกว่ากันเล็กน้อย เนื่องจากขั้นตอนในการทำเกลียวจะต้องมีการสึกหรอของเนื้อโลหะไปบ้าง เช่น nominal OD. = 35.0 mm วัดจริงอาจจะได้ 34.6 - 34.9 mm เป็นต้น ซึ่งอาจจะใช้หน่วยเป็นนิ้วหรือmetric แล้วแต่ทางผู้ผลิต
- ระยะเกลียว (pitch) กรณีที่ใช้หน่วยเป็นนิ้ว จะเขียนเป็นจำนวนเกลียวในระยะ1นิ้ว เช่น 24tpi (threads per inch) พูดง่ายๆคือ เกลียวยาว1นิ้วจะมีร่องเกลียว24ร่อง (ถ้าหมุนรอบตัวเอง24รอบ สกรูตัวนั้นก็จะขยับออกไป1นิ้ว) หรือ อาจจะใช้หน่วยmetric โดยจะเขียนเป็นระยะเกลียวเลย เช่น 1mm พูดง่ายๆคือว่าแต่ละเกลียวจะมีระยะห่างกัน 1 mm นั่นเอง
ขนาดของเกลียวจะถูกเขียนให้เข้าใจตรงกัน ดังตัวอย่าง เช่น
- 1.37" x 24tpi หมายถึงเกลียว ที่เกลียวตัวผู้มีขนาด nominal OD. = 1.37นิ้ว มีระยะเกลียวเท่ากับ 24 เกลียวต่อนิ้ว
- M35 x 1mm หมายถึงเกลียว ที่เกลียวตัวผู้มีขนาด nominal OD. = 35mm มีระยะเกลียวแต่ละเกลียวห่างกัน 1 mm
- M36 x 24tpi หมายถึงเกลียว ที่เกลียวตัวผู้มีขนาด nominal OD. = 36mm มีระยะเกลียวเท่ากับ 24 เกลียวต่อนิ้ว
เป็นต้น

- ทิศของเกลียว(thread direction) มีอยู่ด้วยกัน 2 ลักษณะ คือ
- เกลียวขวา (right-hand thread , RH. thread) เป็นทิศของเกลียวที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน โดยสกรูจะเดินหน้าเข้าไปเมื่อหมุนในทิศตามเข็มนาฬิกา และจะถอยออกมาเมื่อหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา เมื่อนำสกรูมาดูในแนวตั้งจะเห็นว่าลักษณะของเกลียวจะเอียงลาดขึ้นไปทางด้านขวา ดังรูป

- เกลียวซ้าย (left-hand thread , LH. thread) เป็นทิศของเกลียวที่กลับทางกันกับเกลียวขวา คือ สกรูจะเดินหน้าเข้าไปเมื่อหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา และจะถอยออกมาเมื่อหมุนในทิศตามเข็มนาฬิกา เมื่อนำสกรูมาดูในแนวตั้งจะเห็นว่าลักษณะของเกลียวจะเอียงลาดขึ้นไปทางด้านซ้าย เกลียวซ้ายจะถูกนำมาใช้กับชิ้นงานที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งผู้ผลิตจะต้องบอกเอาไว้ในคู่มือเสมอ ดังรูป

วกเข้ามาเรื่องของเกลียวกระโหลกกันสักทีนะครับว่ามันมีลักษณะอย่างไร? เกลียวกระโหลกของจักรยานนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายมาตรฐานทีเดียว เรามาดูกันนะครับว่าแต่ละมาตรฐานนั้นมีลักษณะอย่างไรบ้าง
- BSC(British Standard Cycle) ขนาดเกลียว 1.370" x 24tpi
ISO(International Standard Organization)ขนาดเกลียว 1.375" x 24tpi
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา แต่ฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวซ้าย *
ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 34.6-34.9 mm.
และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง 33.6-33.9mm.
ในทางปฏิบัติจริงๆแล้ว มาตรฐานทั้ง2แบบนี้ จะมีขนาดเท่ากัน นอกจากนี้ยัง เป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้กับจักรยานทุกๆคันที่ผลิตออกมาจากประเทศในเอเซีย รวมไปถึงจักรยานส่วนใหญ่ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงจักรยานส่วนใหญ่ที่ผลิตมาจากประเทศต่างๆ และยังรวมไปถึงกระโหลกไต้หวันหรือญี่ปุ่นทุกๆอันที่ผลิตออกมาโดยไม่บ่งบอกชนิดของเกลียว และเป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้ในจักรยานเสือภูเขาแทบทุกยี่ห้อ ซึ่งทางShimanoจะใช้รหัสว่า BC 1.37 x 24" ในบางยี่ห้ออาจจะใช้รหัสว่า BC 1.370 x 24tpi
- Italian ขนาดเกลียว M36 x 24tpi
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา และฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวขวาด้วย * ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 35.6-35.9 mm.
และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง 34.6-34.9mm.
ใช้กับจักรยานแทบทุกยี่ห้อที่ผลิตในอิตาลีโดยเฉพาะจักรยานถนน และจักรยานถนนบางยี่ห้อของอเมริกาที่ส่งไปขายยังอิตาลีและยุโรป นอกจากนี้ยังใช้กับจักรยานบางยี่ห้อที่ผลิตในเมกซิโก กระโหลกจะใช้รหัสว่า IT M36 x 24" หรือ IT M36 x 24tpi
- Swiss ขนาดเกลียว M35 x 1mm
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา แต่ฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวซ้าย *
ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 34.6-34.9 mm.
และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง 33.6-33.9mm.
เป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้กับจักรยานที่ผลิตในฝรั่งเศสตั้งแต่ปลายช่วงยุค70 (1961-1970) จนถึงช่วงกลางยุค80 (1971 - 1980)
- French ขนาดเกลียว M35 x 1mm
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา และฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวขวาด้วย *
ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 34.6-34.9 mm.
และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง 33.6-33.9mm. เป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้กับจักรยานที่ผลิตในฝรั่งเศสตั้งแต่ช่วงกลางยุค80เป็นต้นมา ซึ่งจะเห็นว่าจะมีขนาดเดียวกันกับเกลียวSwiss แต่จะต่างกันที่ทิศเกลียวของฝาปิดกระโหลกด้านขวาเท่านั้น
- Whitworth ขนาดเกลียว 1-3/8" x 26tpi
* ฝาปิดกระโหลกด้านซ้ายจะเป็นเกลียวขวา แต่ฝาปิดกระโหลกด้านขวาจะเป็นเกลียวซ้าย *
ถ้าวัดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอกจริงๆของเกลียว BB cup จะอยู่ในช่วง 34.6-34.9 mm.
และเส้นผ่าศูนย์กลางภายในจริงๆของเกลียว BB shell จะอยู่ในช่วง 33.6-33.9mm.
เป็นมาตรฐานเกลียวกระโหลกที่ใช้กับจักรยานราคาไม่แพงบางยี่ห้อในประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะยี่ห้อที่มี 3 speeds และ 10 speeds
 | ตัวอย่างสำหรับฉลากของกระโหลกของShimano ที่บอกให้ทราบว่า เป็นกระโหลกรุ่น ES-70 ใช้กับBB shellกว้าง68mm , BB cupเป็นเกลียวมาตรฐานBSC , แกนยาว 113 mm และบอกว่าด้านใดเป็นด้านขวาหรือซ้าย |
 | สำหรับกระโหลกแบบTaperedนั้น จะตอกตัวเลขบอกความยาวของแกนกระโหลกไว้ที่แกนกระโหลกด้านซ้าย |
คงจะพอก่อนกระมังครับ สำหรับเรื่องชวนปวดกระโหลกที่หามาให้อ่านกันในครั้งนี้ สงสัยอย่างไรสอบถามกันได้ครับ
โดย : lucifer -
[ 29 ก.ย. 2543 - 14:07:20 น. ]
|