ตีนผีขาสั้นหรือขายาวต่างกันอย่างไร

Shimano ทำตีนผีมีขาสั้นยาวแตกต่างกัน 3 รหัสคือ
1. SS ซึ่งจะสั้นที่สุด และใช้กับเสือหมอบที่มีจานหน้า 2 จานเท่านั้น
2. GS สำหรับเสือหมอบจะเป็นตีนผีขายาวซึ่งจะใช้กับจานหน้า 3 จาน ( 52-42-30 ) แต่ถ้าเป็นของเสือภูเขาจะถูกเรียกเป็นตีนผีขาสั้นไปซะนี่
3. SGS เป็นตีนผีที่ขายาวที่สุด

ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องความแตกต่างของขาสั้น ขายาวนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นก็คือ อย่าเพิ่งละเลยเรื่องพื้นฐาน มาดูตารางแสดงคุณสมบัติของตีนผีรุ่นต่างๆกันก่อนดีกว่าครับ


ตารางที่แสดงให้เห็นนี้เป็นเฉพาะของเสือภูเขาอะไหล่ปี 2000 เท่านั้น จริงๆแล้วยังมีของปี 1998 และ 1999 อีก แต่คิดว่าแค่นี้ก็น่าจะแสดงให้เห็นให้เข้าใจได้ง่ายๆแล้วครับ ดูรูปกันหน่อยนะครับ


ตีนผีทุกๆรุ่นจะมีสปริงอยู่ด้วยกัน 3 ชุด
1. B-tension spring หรือ สปริงที่อยู่ใน Hanger bracket หรือ ที่ที่เราขันยึดตัวตีนผีเข้ากับdrop out สปริงตัวนี้จะทำหน้าที่ดึงให้ hanger bracket ถอยไปด้านหลังตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เฟืองจอกกี้กระแทกกับชุดเฟืองท้าย โดยเฉพาะช่วงที่ใช้เฟืองท้ายใบใหญ่ที่สุด
2. Parallelogram link spring จะอยู่ระหว่างinner link และ outer link ของขาบน
- สำหรับตีนผีธรรมดา สปริงตัวนี้ทำหน้าที่ดึงให้ขาของตีนผีขยับกลับออกไปด้านนอก โดยจะเกี่ยวจาก link pinตัวหลังของouter plate ไปยังlink pin ตัวหน้าของinner plate พูดๆง่ายๆคือเป็นตัวดึงให้ตีนผีขยับเพื่อเปลี่ยนเกียร์จากเฟืองใหญ่ลงมายังเฟืองเล็ก
- ส่วนในตีนผีreverse หรือ Rapid rise สปริงตัวนี้จะเกี่ยวจากlink pinตัวหลังของinner plate ไปยังlink pin ตัวหน้าของouter plate สปริงตัวนี้จึงทำหน้าดึงในทิศตรงกันข้ามกับแบบปกติ คือ จะดึงให้ขาของตีนผีขยับเข้าด้านในแทน หรือ เป็นตัวดึงให้ตีนผีขยับเพื่อเปลี่ยนเกียร์จากเฟืองเล็กขึ้นไปยังเฟืองใหญ่
3. สปริงใน pulley cage bracket สปริงตัวนี้จะทำหน้าทีดึงให้ขาล่างหรือpulley cage งอเข้าหาขาบนตลอดเวลา โดยสปริงตัวนี้จะทำหน้าร่วมกับ B-tension spring ในการดึงให้โซ่ตึงตลอดเวลา

ที่ต้องกล่าวให้เข้าใจแบบนี้ก่อน เพราะว่าจะได้หลับตานึกภาพการทำงานไปด้วยกันได้ไงครับ

มาดูไล่ตารางกันทีละบรรทัดนะ ตารางจะบอกให้รู้ว่า
1.ชุดตีนผีชุดนี้ทำงานได้กับชุดเฟืองท้าย 9 สปีด ซึ่งเราสามารถใช้กับ 8 และ 7 สปีดได้ ทั้งนี้เนื่องจากตีนผีชุดนี้มีระยะที่จะขยับเคลื่อนที่จากเฟืองนอกสุด เข้าไปจนถึงเฟืองในสุด ได้ ( เฟือง 8 กับ เฟือง 9 ชั้น มีระยะห่างจากเฟืองเล็กสุด ไปยังเฟืองใหญ่สุดเท่าๆกัน ส่วนเฟือง7ชั้นมีระยะดังกล่าวน้อยกว่า ดังนั้นตีนผีสำหรับเฟือง 7 ชั้น จึงนำมาใช้งานกับเฟือง 8หรือ 9 ชั้นได้ลำบาก เนื่องจากถูกออกแบบมาให้มีระยะขยับที่สั้นกว่า ซึ่งอาจจะไม่พอสำหรับระยะห่างระหว่างเฟืองเล็กสุด กับใหญ่สุด ที่ห่างกันมากกว่าได้ )
2. Max. Sprocket 34T อันนี้แสดงว่า ตีนผีชุดนี้สามารถใช้กับเฟืองท้ายใหญ่สุดได้ไม่เกิน 34ฟัน
###### แล้วอะไร?เป็นตัวกำหนดหละ ตัวที่จะกำหนดว่าตีนผีจะใช้ได้กับเฟืองใหญ่สุดกี่ฟันนี้คือ ระยะห่างมากที่สุดระหว่างจุดศูนย์กลางของHanger bracket กับ จุดศูนย์กลางของGuide pulleyหรือเฟืองจอกกี้ ที่ตีนผีสามารถจะทำได้ (ระยะห่างนี้จะขึ้นกับความยาวของขาบน และยังจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเมื่อตีนผีขยับตัวเข้าด้านใน )
###### ความแตกต่างของตีนผี 8 สปีดของปี 98 กับ ตีนผี9สปีดตั้งแต่ปี 99 ขึ้นไป ก็คือ ความสามารถในการรับเฟืองที่ใหญ่สุด ซึ่งเดิมได้แค่ 32T ขึ้นมาเป็น34T ด้วยการเพิ่มระยะห่างดังกล่าวขึ้นโดยอาศัยการเพิ่มความยาวของขาบนให้ยาวขึ้นกว่าเดิม
3. Min. Sprocket 11T อันนี้แสดงให้เห็นว่าตีนผีชุดนี้สามารถใช้กับเฟืองท้ายที่เล็กสุดไม่น้อยกว่า 11ฟัน
###### แล้วอะไร?เป็นตัวกำหนดหละ อันนี้เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจกันนักกระมัง แต่ตัวที่กำหนดก็ไม่ได้มีอะไรที่ลึกซึ้งนัก นอกไปจาก ระยะห่างระหว่าง จุดศูนย์กลางของHanger bracket กับlink pin ตัวหลัง และมุมที่แคบที่สุดระหว่าง Hanger bracket กับขาบนที่สามารถจะทำได้
4. Front difference กับ Total Capacity อันนี้แหละที่เป็นเรื่องที่จะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องขากุด ขาสั้น ขายาว นี่แหละ

######จานหน้าของShimano นั้นจะถูกประดิษฐ์ให้มีจำนวนฟันเป็นชุดกันเสมอ เช่น 44-32-22 ซึ่งเราจะเห็นได้ในชุดขาจานcompact และ 46-34-24 หรือ 48-36-26 ในชุดขาจานStandard คำว่าFront difference หมายถึงความแตกต่างของจำนวนฟันของจานหน้าใหญ่สุด กับเล็กสุด ซึ่งจะสังเกตได้ว่าทุกๆชุดจะมีค่า เท่ากับ 22T ทั้งสิ้น ซึ่งค่านี้มีความสำคัญกับการทำงานของชุดสับจานหน้า ถ้าหากเราcombineชุดใบจานเสียใหม่ เช่น 46-34-22 ซึ่งจะมีค่า front difference เปลี่ยนไปเป็น 24T ซึ่งจะเกินกว่าค่าปกติที่ชุดสับจานทั่วๆไปจะทำงานได้อย่างราบรื่นได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าเราจะต้องมีการพลิกแพลงการติดตั้งสับจานหน้า เพื่อให้คงความราบรื่นในการทำงานต่อไป เรื่องนี้แล้วแต่ฝีมือช่าง (และฝีมือเรา ถ้าเราเป็นคนทำเองครับ ! )
######แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับการทำงานของตีนผีหละ เกี่ยวสิครับ ไม่งั้นเขาคงไม่ระบุไว้ให้มากเรื่องหรอก มันมาเกี่ยวที่คำว่า"Total Capacity"ต่างหากครับ ผมเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะเข้าใจความหมายของคำนี้ ในเรื่องช่างมือใหม่ที่ผมแนะนำการติดตั้งและปรับแต่งเกียร์ก็ลืมกล่าวไว้เสียด้วย
######Total capacity หมายถึงผลลัพท์ระหว่าง front difference + ผลต่างของจำนวนซี่เฟืองของเฟืองหลังใบใหญ่สุดกับเฟืองหลังใบเล็กสุด
ตัวอย่างเช่น ใช้จานหน้า 44-32-22 ใช้เฟืองหลังชุด 11-32 ค่าTotal capacityของระบบนี้จะเท่ากับ ( 44-22 ) + ( 32-11 ) = 22 + 21 เท่ากับ 43

5. ฯลฯ ที่เหลือขออุบเอาไว้ก่อน เอ๊ย ขอละไว้ไม่กล่าวถึง เพราะว่าไม่ยังประโยชน์กับเนื้อหาที่เราจะคุยกัน

ขาสั้นมาก ขาสั้น ขายาว
เรามาวกดูตีนผีขาสั้นมากรหัสลงท้ายด้วยSS กันก่อนนะครับ ซึ่งผมบอกแล้วว่ามันใช้กับเสือหมอบที่มีชุดจานหน้า 2ใบ ซึ่งจะมีfront difference ไม่เกิน 15T ( 53-42 , 53-39 , 52-39T ) มากสุดก็คือ 14T และเฟืองหลังเสือหมอบซึ่งส่วนแตกต่างที่มากสุดก็คงเป็นชุด12-27 ซึ่งมีผลต่างเท่ากับ 15 รวมแล้วTotal capacity ก็เท่ากับ 29T ก็จะเพียงพอแล้ว สำหรับตีนผีรหัสSS เช่นRD-6500-SS ที่ใช้ในชุด Ultegra

แล้วตีนผีขาสั้นรหัสลงท้ายด้วยGS ถ้าเป็นเสือหมอบก็จะใช้กับชุดจานหน้า 3ใบ ( 52-42-30 ) ซึ่งจะมีค่าfront difference=22T เมื่อใช้กับชุดเฟืองหลัง 12-27 ก็จะมีค่าTotal capacity=37T ซึ่งตีนผีในรหัสRD-6500-GSสามารถรับได้ แต่ถ้าเป็นเสือภูเขาหละ!

ตีนผีของMTBในรหัสลงท้ายด้วย GS ที่เราเรียกว่าตีนผีขาสั้นจะสามารถรับ Total capacity ได้เพียง33T แต่ตีนผีของMTBในรหัสลงท้ายด้วย SGS หรือที่เราเรียกว่าตีนผีขายาวจะสามารถรับมือกับTotal capacity ได้ถึง43Tซึ่งเท่ากับTotal capacityของระบบMTBทั่วไป แค่นี้เองหรือที่คือความแตกต่างในเรื่องของคุณสมบัติ ครับ!นี่แหละครับคือความแตกต่าง แล้วความแตกต่างในเชิงกายภาพหละเป็นยังไง?

ตีนผีในรหัส GS และ SGS สามารถใช้งานได้กับเฟืองหลังใหญ่สุด 34T เท่ากัน และเฟืองเล็กสุด 11T เท่ากัน ความแตกต่างที่ต่างกันในเชิงกายภาพจริงๆก็คือ ระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของเฟืองจอกกี้ กับเฟืองเทนชั่น เท่านั้น! พูดง่ายๆว่าขาล่างของตีนผีSGSยาวกว่า

เมื่อยาวกว่าก็จะเก็บโซ่ได้มากกว่า แล้วเป็นยังไงหละก็คงจะต้องวกมาที่เรื่องของความยาวโซ่ที่พอเหมาะสำหรับเสือภูเขานั้น เรามีวิธีการเลือกความยาวโซ่ได้ 2 วิธี
1. วิธีแรกเป็นวิธีมาตรฐานสำหรับShimano group set คือ ร้อยโซ่ผ่านจานหน้าใหญ่สุดและเฟืองหลังใหญ่สุด โดยไม่ผ่านตีนผี เอาปลายมาชนกัน แล้วบวกไปอีก 1คู่ หรือ 2ข้อโซ่ ซึ่งเป็นวิธีที่ผมแนะนำไว้ใน"ช่างมือใหม่" วิธีการนี้จะใช้ได้กับตีนผีขายาวรหัสSGS ซึ่งเป็นตีนผีมาตรฐาน ซึ่งวิธีนี้เมื่อร้อยผ่านตีนผีและต่อโซ่แล้ว เวลาที่เก็บเกียร์ไว้ที่ตำแหน่งจานหน้าเล็กสุด และเฟืองหลังเล็กสุด ( 1-9 ) ตีนผีจะงอได้สวยกำลังดี โซ่ที่ผ่านเฟืองเทนชั่นมาจะไม่ตกท้องช้างและจะไม่สีกันกับโซ่ที่คล้องเฟืองจอกกี้ และยังสามารถใส่เกียร์ต้องห้ามที่จานหน้าใหญ่สุดและเฟืองหลังใหญ่สุดได้ ( 3-1 )( เฉพาะชุดเฟืองหลัง 11-32 นะครับ ชุด 11-34 จะทำไม่ได้ ถึงทำได้ก็อย่าทำ เพราะว่าTotal capacity จะเท่ากับ 45 ซึ่งมากกว่าความสามารถของตีนผี ) เพราะว่าโดยวิธีมาตรฐานที่Shimanoแนะนำ จะทำให้ตีนผีสามารถทำงานได้ครบtotal capacity ได้
#####โดยวิธีการนี้ไม่สามารถนำไปใช้ได้อย่างดีนักกับตีนผีขาสั้นรหัสGS เพราะว่าโซ่ที่ผ่านเฟืองเทนชั่นจะตกท้องช้างและจะสีกันกับโซ่ที่คล้องผ่านตีนผี ในเวลาที่เก็บโซ่ และจะทำให้สปริงใน pulley cage bracket ซึ่งคอยดึงให้เฟืองเทนชั่นดึงโซ่ให้ตึงจะทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือหย่อนความสามารถในการรักษาความตึงของโซ่ไป ทำให้มีโอกาสเกิดChain suck ได้ง่ายๆ ( Chain suck จะเกิดตอนที่ย้ายโซ่จากจานกลาง ลงมาจานล่าง แต่โซ่ที่อยู่ทางด้านล่างและด้านหลังของจานกลาง จะไม่ทันหล่นลงไปที่จานเล็กสุดได้ทัน เนื่องจากเฟืองเทนชั่นไม่สามารถดึงโซ่ส่วนล่างให้ตึงตัวได้ทัน หรือรถได้รับการกระเทือนมากๆ ทำให้โซ่ส่วนนั้นถูกหมุดวิดโซ่ของจานกลางเกี่ยวขึ้นไป ทำให้โซ่ถูกวิดขึ้นไปขัดระหว่างใบจานกับchain stay ) หรือในกรณีที่เราcombineชุดใบจานหน้าเอง เช่น ผมใช้ 46-34-22 กับชุดเฟือง 12-32 (ซึ่งทั้งระบบจะมีTotal capacity เท่ากับ 45 ซึ่งมากเกินกว่าตีนผีหลังจะคลุมได้หมด )เวลาเก็บโซ่ โซ่ก็จะสีกันและตกท้องช้าง และทำให้เกิดChain suckได้ง่ายๆ ดังที่กล่าวไว้แล้ว

จึงต้องใช้วิธีที่ 2
2. วิธีวัดจริงๆ วิธีนี้ดูจะตรงไปตรงมาที่สุด อาจจะลำบากสักนิด แต่จะพอดิบพอดีกับตีนผีขาสั้น(GS) ที่สุด วิธีก็คือ ร้อยโซ่ผ่านจานหน้าใบเล็กสุด ผ่านตีนผีผ่านเฟืองหลังเล็กสุด เลือกความยาวโซ่ที่ทำให้ตีนผีงอพับมากที่สุด โดยที่โซ่ที่ผ่านเฟืองเทนชั่นมาไม่ตกท้องช้างและไม่สีกันกับโซ่ที่คล้องเฟืองจอกกี้ ด้วยวิธีนี้จะสามารถทำให้การทำงานของเฟืองเทนชั่นเป็นไปอย่างสมบูรณ์
#####แล้ววิธีนี้ จะใช้เฟืองต้องห้าม 3-1 ได้หรือไม่ ตอบได้เลยครับว่าไม่มีทาง! เพราะว่าตีนผีขาสั้นมีค่า Total capacity เพียง 33T เท่านั้น นั่นหมายถึง ถ้าเราใช้ Front difference มาตรฐานเท่ากับ 22 เราจะเหลือค่าผลต่างด้านหลังเพียง 11 ซึ่งถ้าเราใช้เฟืองหลัง 11-32 หรือเฟือง11-34 เราจะเหลือ แค่เพียง 11 + 11 เท่ากับ 22T เท่านั้น !
#####แต่อย่าเพิ่งสับสน จริงๆแล้วคุณก็ยังใช้เฟืองหลัง 32T หรือ 34T ได้เหมือนกับตีนผีขายาวได้เสมอ แต่จะใช้ได้เมื่อจานหน้าอยู่ที่ตำแหน่งจานกลาง หรือ จานเล็กสุดเท่านั้น แต่ถ้าคุณอยู่ที่จานใหญ่สุด เฟืองหลังสุดที่ใหญ่ที่สุดที่คุณจะใช้ได้เมื่อใชักับตีนผีขาสั้นก็คือ 22T ( โดยที่ตีนผียังทำงานได้อย่างปลอดภัย )
#####เมื่อเป็นแบบนี้ตีนผีขาสั้นจะทำมาทำไมหละ ไม่เห็นได้เรื่องเลยนี่ หลายๆคนคงจะคิดแบบนั้น ปล่าวครับ มันมีประโยชน์ที่คุณคิดไม่ถึงอีก อย่าลืมว่าขาล่างที่สั้นกว่าจะทำให้ตัวสปริงที่ดึงให้เฟืองเทนชั่นดึงโซ่ให้ตึงนั้นทำงานได้แรงกว่าเดิมและดึงโซ่ได้ตึงกว่าเดิม ผิดกับตีนผีที่มีขาล่างยาวกว่า แรงดึงสปริงจะดึงโซ่ให้ตึงได้น้อยกว่าขาสั้น จริงป่าว ( ลองคิดกลับกันสิครับ ถ้าขายาวกว่า โซ่ก็จะออกแรงดึงให้ขาล่างของตีนผีกางออกมาได้ง่ายกว่า ) บรรดารถDHทั้งหลายจึงจำเป็นต้องใช้ตีนผีขาสั้น เพราะว่าสามารถรักษาความตึงของโซ่ได้ดีกว่าขายาว อีกทั้งDH ใช้จานหน้าใบเดียว ค่าFront diff.จึงมีค่าเท่ากับ 0 เลยไม่ต้องห่วงอะไรเท่าไหร่

เอาหละหาข้อสรุปกันดีกว่า
1. ตีนผีขาสั้น GS หรือ ขายาว SGS สามารถใช้งานในระดับทั่วๆไปได้เหมือนกัน ใช้กับเฟืองหลังใหญ่สุดได้เท่ากัน ไม่ต้องกังวล
2. ตีนผีขาสั้นGSใช้งานได้ในขอบเขตที่จำกัดกว่าตีนผีขายาวในเฉพาะกรณีที่ใช้จานหน้าใหญ่สุดเท่านั้น โดยจะไล่เฟืองหลังได้จำกัดกว่าโดยเฟืองหลังใหญ่ที่สุดเมื่อใช้จานหน้าใหญ่สุดจะมีขนาดไม่มากกว่า 22Tเมื่อใช้กับชุด 11-32 ,11-34 หรือ 23Tเมื่อใช้กับชุด 12-34 ของXTR
3. ตีนผีขาสั้นGS จะมีแรงดึงโซ่ได้ดีกว่าตีนผีขายาวSGS ทำให้ลดโอกาสที่จะเกิดChain suck ได้ดีกว่า
4. ความไวในการเปลี่ยนเกียร์เฟืองหลังนั้น ไม่มีความแตกต่างกัน และไม่มีเหตุผลใดที่จะมาสนับสนุนว่าความไวจะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ตีนผีขาสั้น เนื่องจากการเปลี่ยนเกียร์นั้น ความเร็วจะขึ้นกับความลื่นของสายเกียร์ เหลี่ยมมุมหรือProfile ของเฟืองหลังและของโซ่ อัตราการขยับของสายเกียร์ และการเคลื่อนที่ของขาบนของตีนผีในการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ โดยเฉพาะความตึงของParallelogram link spring ซึ่งในXTRจะมีขนาดเส้นสปริงใหญ่กว่ารุ่นล่างกว่า ( การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์จะอาศัยการขยับของเฟืองจอกกี้หรือGuide pulley ในการพาโซ่ข้ามเฟืองเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ ) ส่วนขาล่างที่มีความยาวแตกต่างกันจะมีผลในเรื่องการรักษาระดับความตึงของโซ่ได้ดีกว่า ลดโอกาสการเกิดChain suckได้ดีกว่า

ส่วนเรื่องของตีนผีReverse ก็เหมือนกันทุกประการ แต่ต่างกันที่มันreverse กลับทิศกันเท่านั้น

0001[TextCounter Fatal Error: Could Not Increment Counter]
อ่านเสร็จแล้วงั้นปิดหน้านี้นะจ๊ะ