นับตั้งแต่ CatEye ประกาศในcatalog'99ว่า จะเปิดสายการผลิต
heart rate monitor ในรูปแบบของ multisport computer  ส่ง
ผลให้ผู้คนจำนวนมากเฝ้ามองผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้อย่างรอคอย

หลังจากได้ทดลองอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง CatEye จึง
เริ่มเดินสายการผลิต  และตั้งชื่ออุปกรณ์ชิ้นใหม่นี้ว่า MSC-2Dx
โดยได้เริ่มวางตลาดในช่วงปลายปี

MSC-2Dx ได้ผนวกเอาheart rate monitor เข้าไว้กับcyclocomputer เพื่อให้เจ้าของสามารถ
ใช้ได้ทั้งกับจักรยานและกีฬากลางแจ้งอื่นๆ โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆคือ
  1. Main unit มีลักษณะคล้ายนาฬิกาข้อมือ โดยมีจอ
    แสดงผล 3 แถว โดย
    • แถวบน สามารถเลือกให้แสดงความเร็วหรือ
      นาฬิกา
    • แถวกลาง แสดงอัตราการเต้นของหัวใจ โดย
      ที่ขนาดของตัวเลขสามารถมองเห็นได้อย่าง
      ชัดเจนเมื่อติดตั้งไว้กับแฮนด์จักรยาน
        และ
      สัญญลักษณ์ของการใช้งานต่างๆ
    • แถวล่างสุด เป็นแถวสารพัดประโยชน์ เลือก
      ให้แสดงค่าต่างๆได้มากมายอาทิเช่น ความ
      เร็วขณะนั้น  ความเร็วเฉลี่ย  ความเร็วสูงสุด
      ระยะทางในทริป ระยะทางสะสม อัตราการ
      เต้นของหัวใจสูงสุด  เวลาในทริป  นาฬิกา
      เป็นต้น
  2. Chest belt heart rate sensor
  3. Bracket สำหรับติดตั้งกับแฮนด์จักรยาน (3.a) ซึ่ง
    มีสายไฟต่อกับspeed sensor สำหรับวัดความเร็ว
    ระยะทาง โดยจะต้องใช้
    adapter(3.b)เป็นตัวเชื่อม
    ระหว่างmain unit กับ bracket อีกทีหนึ่ง

ในส่วนของ cyclocomputerนั้น มีลักษณะเด่นที่แตกต่างไปจากcyclocomputerรุ่นทั่วๆไป
ได้แก่
  1. สามารถเลือกใช้กับวงล้อได้ 2 ขนาด โดยการตั้งค่าเส้นรอบวงล้อได้ 2 ค่า
  2. มีเครื่องหมายเตือนให้ทราบว่าค่าความเร็วในขณะนั้นมีค่ามากกว่า น้อยกว่า หรือเท่ากับ
    ความเร็วเฉลี่ย
ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะในส่วนของheart rate monitorเพียงอย่างเดียว เพราะว่าเป็นจุดมุ่งหมาย
หลักในการเลือกใช้อุปกรณ์ตัวนี้

Chest belt heart rate sensor
Chest belt heart rate sensor ทำหน้าที่ในการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่เปลี่ยนแปลงไปตาม
จังหวะการเต้น แล้วจะส่งสัญญาณในลักษณะของคลื่นวิทยุกำลังส่งต่ำไปยังส่วนmain unit ในระยะ
ไม่เกิน100 ซม. (ขึ้นกับสภาพของแบตเตอรี่) ซึ่งตามคู่มือที่ให้มาจะระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า
ห้าม
ใช้อุปกรณ์นี้กับผู้ป่วยที่ใช้pacemaker
(หาอ่านเหตุผลเพิ่มเติมได้ในความรู้เกี่ยวกับHRM)

Chest belt heart rate sensor สามารถแยกออกเป็น
ส่วนๆได้แก่
  1. Transmitter unit
  2. Belt electrode
ทางด้านหลังของbelt electrodeจะมีหน้าสัมผัสกับผิวหนัง
ที่ทำมาจากยางที่มีส่วนผสมของคาร์บอนในอัตราที่สูง เพื่อที่
จะทำหน้าที่เป็นขั้วไฟฟ้าได้  ซึ่งถ้าหากนำมาทดสอบกับผิว
หนังที่แห้งสนิทก็จะไม่สามารถทำงานได้   แต่ถ้ามีเหงื่อออก
มาสักนิดหนึ่งก็จะทำงานได้เป็นอย่างดี

Transmitter unit จะมีขั้ว contact สัมผัสกับส่วนของbelt
electrode  ซึ่งจะสกปรกจากคราบเหงื่อที่สามารถซึมเข้ามา
สัมผัสได้ จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้ใช้จะต้องถอดออกมาทำความ
สะอาดเป็นครั้งคราว มิเช่นนั้นอาจจะทำงานผิดพลาดได้

ตัวTransmitter unit เองจะมียางสำหรับsealกันน้ำที่บริเวณ
ฝาปิดแบตเตอรี่ ทำให้สามารถกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง  แต่ใน
คู่มือไม่ได้ยืนยันว่าสามารถลงว่ายน้ำได้หรือไม่   โดยส่วนตัว
ของผู้เขียนแล้วไม่แนะนำให้ใช้ลงว่ายน้ำครับ

Main unit
Main unit ทำหน้าที่รับสัญญาณที่ส่งมาจากตัวsensor แล้วประมวณผลเป็นครั้งต่อนาที (bpm)
ในกรณีที่จะนำมาใช้เป็นheart rate monitorเพียงอย่างเดียว เพื่อใช้เล่นกีฬากลางแจ้งอื่นๆ เช่น
จอกกิ้ง ก็สามารถนำมาคาดได้เหมือนกับนาฬิกาข้อมือ  ตัวmain unitนี้กันน้ำได้เป็นอย่างดี โดย
เฉพาะในระหว่างฝนตก (แต่ไม่ควรกดปุ่มใดๆ) ส่วนเรื่องว่ายน้ำนั้น ก็คงเหมือนกับนาฬิกาข้อมือ
ทั่วไปที่กันน้ำได้ แต่ในเมื่อตัวsensorไม่น่าไว้ใจก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะสวมmain unit ลง
ไปว่ายน้ำด้วย

สำหรับความแม่นยำในการประมวลผลนั้นในคู่มือแจ้งเอาไว้ว่าผิดพลาดไม่เกินบวกลบ 1bpmเลย
ทีเดียว ซึ่งนับว่าเป็นค่าผิดพลาดที่น้อยมากสำหรับการใช้งานในระดับการออกกำลังกาย นอกจาก
นี้แล้วตัวmain unit ยังสามารถบันทึกเหตุการณ์ต่างๆเป็นช่วงๆ  และ download ข้อมูลลงไปยัง
เครื่องPC เพื่อเป็นแนวทางในการจัดโปรแกรมการฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาที่มีความจริงจัง  โดยตัว
interface พร้อมกับsoftwareนี้จะต้องแยกซื้อต่างหาก

ในกรณีที่ main unit ไม่ได้รับสัญญาณใดๆไม่ว่าจะจาก
sensorภายในเวลา15 นาที  main unitจะเข้าสู่power
safe mode เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน

ด้านหลังของmain unitจะมีขั้วไฟฟ้า2ขั้ว สำหรับเชื่อมกับ
ขั้วของadapter เพื่อรับสัญญาณจากwheel sensor ที่ส่ง
ผ่านมาทางbracket อีกทีหนึ่ง   และยังใช้สำหรับเชื่อมต่อ
กับinterface ในการdownload ข้อมูลไปยังเครื่องPC

ตัวmain unitจะมีปุ่มต่างๆให้กดได้ 5 ปุ่ม คือ mode ,set/AT ,light ,start/stop และlap

สำหรับปุ่ม modeนั้น สามารถเลือกการทำงานโดยการกดไล่ทีละรายการได้ 4 functions ในแต่ละ
functionยังมีsubfunction อีก1function โดยการกดปุ่มค้างไว้ รวมทั้งสิ้นได้ 8 functions   ซึ่งผู้
ใช้สามารถอ่านเอาได้จากคู่มือภาษาอังกฤษที่อธิบายไว้อย่างละเอียด จึงขออนุญาตละรายละเอียดใน
ส่วนนี้

จุดเด่นที่น่าสนใจ

จุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับMSC-2Dx ได้แก่
  1. สามารถแบ่งheart rate target zoneได้ 4ช่วง โดยไม่ขึ้นต่อกัน ซึ่งแต่ละzoneจะกำหนด
    อัตราชีพจรต่ำสุดและสูงสุดโดยไม่ขึ้นกับzoneอื่นๆ   เครื่องจะแยกบันทึกเวลาที่อัตราชีพจร
    มีค่าอยู่ในzoneนั้นๆ
  2. ในแต่ละzone สามารถตั้งalarmได้โดยอิสระ และไม่ขึ้นต่อกัน  ในลักษณะของเสียงbeep
    เตือนเป็นจังหวะ โดยจะเริ่มร้องเตือนเมื่ออัตราชีพจรอยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าzoneดังกล่าว  เช่น
    • ถ้าเราstart alarm โดยตั้งค่าอัตราชีพจรต่ำสุดไว้ที่ 120 bpm ,สูงสุดไว้ที่ 140 bpm
      เมื่อเราเริ่มออกกำลังกาย   สมมติว่าเรามีอัตราชีพจรเพียง 70 bpm เครื่องจะยังไม่ร้อง
      เตือน แต่เมื่อเราออกกำลังจนอัตราชีพจรเพิ่มขึ้นจนย่างเข้าสู่ 120 bpm เครื่องจะเริ่ม
      จับเวลาที่ย่างเข้าสู่zoneที่เรากำหนดไว้
        ถ้าหากเราออกกำลังกายจนอัตราชีพจรเพิ่ม
      ขึ้นถึง 141 bpm เครื่องจะเริ่มร้องเตือนเป็นเสียง beepๆๆ  และจะเงียบลงเมื่ออัตรา
      ชีพจรลดลงมาเท่ากับ140 bpm และจะร้องอีกครั้งหนึ่งถ้าอัตราชีพจรลดลงมาที่ 119
      bpm โดยเสียงร้องจะหยุดลงก็ต่อเมื่อเรากดปุ่มstopหรืออัตราชีพจพกลับเข้าไปอยู่ใน
      zoneที่ตั้งไว้

      [ โดยส่วนตัวแล้ว ได้แบ่ง zone ออกเป็น 4 ช่วง คือ
      1. 65 - 75 %MHR + Alarm on
      2. 75 - 85 %MHR + Alarm on
      3. 85 - 92 %MHR + Alarm on
      4. 92 %MHR - 200 bpm + Alarm off

        โดยวิธีการนี้ เสียงbeepจะเริ่มร้องเตือน เมื่ออัตราชีพจรช้ากว่า 65%MHR ซึ่งหมายความว่าเราลดความหนักของ
        การออกกำลังกายลงมาจนต่ำกว่าระดับที่ได้ประโยชน์ และจะร้องเมื่ออัตราชีพจรมากกว่า 92%MHR ซึ่งแสดงว่าเรา
        กำลังล่วงเข้าสู่ขีดแดง ซึ่งถ้าหากเรายังอยากจะเก็บแรงไว้ก็คงต้องลดความรุนแรงลงมา โดยวิธีการนี้ผมสามารถใช้บอก
        ระดับความเหนื่อยในขณะที่กำลังขึ้นดอยอินทนนท์ได้เลยทีเดียว และเตือนให้รู้ว่าควรจะวางแผนยังไงต่อไป ควรจะฝืน
        ได้สักแค่ไหน และควรจะหยุดหรือไม่ แต่ทั้งนี้ขึ้นกับระดับความฟิตด้วย ถ้าหากไม่ฟิตรับรองว่าแพล๊บเดียว alarmก็จะ
        ร้องเตือนแล้วครับ ]
  3. สามารถบันทึก อัตราชีพจรสูงสุด ,time zone ,เวลาทั้งหมด ซึ่งสามารถเรียกดูได้จากการกด
    ปุ่มmodeไล่หาเอา
  4. สามารถบันทึกข้อมูลอัตราชีพจร ความเร็ว ระยะทาง เวลา และสามารถ download ลงไปใน
    เครื่องPC ผ่านทางinterface unit ซึ่งต้องซื้อเพิ่มเติม
    เพื่อเป็นข้อมูลในการฝึกซ้อมต่อไป
    [ สำหรับinterface unitนี้มีราคาจำหน่ายปลีกในUSA ประมาณ 120 US$ ]

ความแม่นยำของเครื่องมือ
ผู้เขียนได้ทำการทดสอบความแม่นยำของการบอกค่าอัตราชีพจรโดยการนำไปทดสอบจริงเทียบกับ
เครื่องexercise stress test ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่สามารถประเมินสภาพของหัวใจ และ
ความฟิต    ซึ่งเครื่องมือนี้จะประกอบด้วย

  • เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งจะ
    แสดงรูปของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ทาง
    จอภาพ และคำนวณอัตราการเต้น
    ของหัวใจ
  • ลู่วิ่งไฟฟ้า ที่ผู้ถูกทดสอบจะต้องขึ้น
    ไปวิ่งโดยจะเพิ่มความเร็วและความ
    ชันตามระดับที่ได้ถูกโปรแกรมและ
    ควบคุมจากคอมพิวเตอร์อีกทีหนึ่ง

ผลจากการทดสอบพบว่า MSC-2Dxตัวที่ผู้เขียนนำมาทดสอบนี้ สามารถวัดอัตราชีพจรได้แม่นยำ
มาก โดยให้ค่าผิดพลาดไม่เกิน 1 bpm ตามสเปคที่คู่มือให้ไว้จริงๆ โดยในช่วงชีพจรต่ำกว่า 100
bpm ค่าที่ได้จะเท่ากับที่เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจแสดงออกมา  แต่เมื่ออัตราชีพจรเร็วขึ้นค่าที่อ่าน
ออกมาจะช้ากว่าเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่เกิน 1bpm โดยในบางครั้งจะอ่านได้เท่ากัน  และใน
บางครั้งจะอ่านได้ช้ากว่า 1bpm

แต่เมื่อพยายามจะเปรียบเทียบค่าMaximum heart rateกลับไม่สามารถกระทำได้   เนื่องจากถูก
รบกวนจากการทำงานของมอเตอร์ชุดขับเคลื่อนสายพานลู่วิ่งเอง   โดยเฉพาะในstageที่สูงขึ้น ชุด
มอเตอร์ขับเคลื่อนสายพานจะหมุนเร็วขึ้นทำให้มีการรบกวนอย่างรุนแรงจนไม่สามารถเปรียบเทียบ
ค่าที่ได้ว่าเป็นเช่นไร แต่จากประสพการณ์ที่เคยใช้MSC-2Dxวัดอัตราชีพจรในขณะที่ปั่นจักรยาน
พบว่าเคยวัดอัตราชีพจรสูงสุดได้ถึง 184 bpm แต่จากการทดสอบบนเครื่องexercise stress test
นี้ ทางผู้เขียนได้ทำอัตราชีพจรสูงสุดไว้ที่ 185 bpm  โดยวิ่งแช่อยู่นานประมาณ 10 วินาทีที่อัตรา
ชีพจรดังกล่าว จนรู้สึกว่าเหนื่อยพอแล้ว
( ความจริงมันเหนื่อยมากเลยหละ ) จึงเลิกด้วยการค่อยๆทำ
การ warm down ลงมา และเมื่อลู่วิ่งลดความเร็วลงมา MSC-2Dx ก็สามารถกลับมาวัดอัตราชีพจร
ได้อีกเช่นเดิม

สิ่งที่พอสรุปได้คือ MSC-2Dxตัวนี้  มีความแม่นยำในระดับที่สูงมากใกล้เคียงกับระดับ medical
grade โดยมีความผิดพลาดไม่เกิน 1 bpm สมกับที่คุยไว้จริงๆ

ปัญหาในระหว่างการใช้งาน   
    ที่พบบ่อยที่สุดก็คือ
  • การถูกรบกวนจากสัญญาณไฟฟ้าและสัญญาณวิทยุภายนอก เช่น จอทีวี จอคอมพิวเตอร์ สาย
    ไฟฟ้าแรงสูง มอเตอร์ไฟฟ้า ประกายไฟฟ้าจากการจุดระเบิดของหัวเทียนรถมอเตอร์ไซด์ แม้
    กระทั่งภายในรถยนต์เองก็ยังถูกรบกวนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าในรถยนต์เอง  ซึ่งเข้าใจว่าระบบ
    filterของMSC-2DX ยังไม่สามารถกรองสัญญาณรบกวนเหล่านี้ได้ดีนัก
  • ปุ่มสำหรับกด โดยเฉพาะstart /stop ต้องจับความรู้สึกในการกดให้ดีๆ เพราะว่าในบางครั้ง
    กดแล้วทำงาน บางครั้งก็ไม่ทำงาน  ทั้งนี้เป็นเพราะความฝืดจากยางsealของปุ่มเหล่านี้นั่น
    เอง ซึ่งเมื่อเรียนรู้ไปสักพักก็สามารถจับความรู้สึกได้เอง

ข้อสรุป
MSC-2Dx เป็นเครื่องวัดอัตราชีพจรสำหรับการออกกำลังกายที่น่าใช้มากตัวหนึ่ง  ในสนนราคา
ประมาณไม่เกิน 6000บาท(สุดแล้วแต่ราคาในแต่ละร้าน) แลกกับfeatureมากมายในระดับยี่ห้อ
เรือนหมื่น และความแม่นยำในระดับสูงใกล้เคียงกับเครื่องมือในระดับmedical grade ถึงแม้ว่า
จะไม่ได้ใช้ระบบเข้าระหัสเพื่อลดการถูกรบกวน แต่ก็สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในส่วนของchest
sensor ได้เอง ซึ่งถึงจะทำให้ไม่สามารถใช้ลงว่ายน้ำได้  แต่ก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกพันกว่าบาท
ในการที่จะต้องส่งไปtradeกับทางบริษัท เช่นกับยี่ห้อเรือนหมื่น ในเวลาที่แบตเตอรี่หมดลง

หมายเหตุ  สายchest sensor สำหรับยี่ห้อแพงๆอย่างPolar ในรุ่นที่สูงๆ ได้พัฒนาให้สามารถchargeไฟได้แล้ว


------------------------------------------------------------------------

0001[TextCounter Fatal Error: Could Not Increment Counter]
อ่านเสร็จแล้วงั้นปิดหน้านี้นะจ๊ะ