แต่ก่อนมีคนเคยคิดว่า
หากสามารถลอคชอคหน้าไม่ให้มันยุบตัวได้บ้างในบางครั้งก็คงจะดีอยู่หรอก
เพียงแต่ว่ามันก็ต้องเอื้อมมือไปบิดก้านให้มันลอค
หรืออย่างดีก็ใช้วิธีต่อสายมาดึงที่แฮนด์
อืมมมมม พอมีคนใช้ไปสักพักหนึ่ง
ก็เริ่มเกิดปัญหาที่ว่าทำไมต้องมาคอยปลดลอคให้มันกลับมายุบตัวได้อย่างเดิมอีก ซ้ำร้ายกว่านั้นคือลืมปลดลอค
เช่น หากปั่นขึ้นเขามาพร้อมๆกับลอคเอาไว้ แล้วเผลอลืมปลดลอคในขณะที่กำลังลงเขาที่เป็นทางขรุขระ เรื่องยุ่งยากใจก็คงจะติดตามมา อืมมมมม งั้นหากว่าจะทำให้มันลอคเองเมื่อไม่จำเป็นต้องให้มีการยุบตัว และคลายลอคเองเมื่อต้องการให้มันมีการยุบตัว วาวววววววว
อะไรมันจะฉลาดได้อย่างนั้นหละ
TerraLogic Inertia-Valve Technology จึงเป็นนวัตกรรมที่ถูกผลิตออกมารองรับความต้องการดังกล่าว โดยมีหลักการง่ายๆคือสร้างวาล์วมาตัวหนึ่ง แต่เป็นวาล์วที่เปิดปิดได้เองตามทิศทางของแรงที่มากระทำ ในภาวะปกติแล้ววาล์วตัวนี้จะทำหน้าที่คอยปิดกั้นทางเดินน้ำมันภายในกระบอกชอค ทำให้ชอคเกิดอาการลอคตัวเองและจะไม่ตอบสนองต่อแรงกดจากด้านบน เช่นแรงที่เกิดจากการกดแฮนด์จักรยานในขณะที่กำลังยืนโยก หรือ ยืนอัดขึ้นเขา แต่จะเปิดต่อเมื่อมีล้อตกหลุม หรือ ล้อกระแทกหิน
หลักการทำงานของระบบนี้จะอธิบายตามรูปดังนี้
|
วาล์วทรงกระบอก
ทำด้วยทองเหลือง จะถูกสปริงด้านล่างคอยดันให้ปิดช่องทางเดินของน้ำมันตลอดเวลา
โดยแรงดันจากสปริงนี้จะสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ด้วยการหมุนปุ่มปรับความไวด้านล่าง ในตำแหน่งที่วาล์วอยู่บนสุดเช่นนี้ ชอคจะมีการลอคตัวเอง
ถึงมีแรงมากระทำจากทางด้านบน ชอคก็จะยังไม่มีการยุบตัว |
เมื่อกระบอกชอคมีการเคลื่อนที่ในทิศทางลงล่าง เช่น
กรณีที่ล้อหน้าตกลงไปกระแทกกับก้นหลุม
ก็จะมีแรงกระแทกส่งกลับขึ้นมา
แต่ตัววาล์วนั้นจะยังคงเคลื่อนลงล่างต่อด้วยความเฉื่อย (
คล้ายๆกับเวลาที่รถเมล์เบรคอย่างกระทันหัน ตัวรถหยุดอยู่กันที่ แต่ผู้โดยสารกระเด็นไปข้างหน้า
ทำนองนั้นแหละ ) ทำให้มีการเปิดช่องทางเดินน้ำมัน ชอคก็จะสามารถยุบตัวลง
รับแรงกระแทกจากด้านล่างได้
ถ้าหากเราตั้งตัวปรับความไวของวาล์วได้พอเหมาะ
เราก็แทบจะไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกจากล้อได้เลย ในอีกกรณีที่คล้ายๆกัน คือ มีแรงกระแทกจากด้านล่างโดยที่ล้อหน้าไม่ได้เคลื่อนตกหลุม เช่น กรณีของการปีนก้อนหิน โดยกรณีนี้ก็จะมีแรงส่งขึ้นมาทำให้ตัวชอคและล้อหน้าถูกกระแทกให้ลอยตัวขึ้น ในกรณีนี้ตัววาล์วจะยังคงมีความเฉื่อยที่จะไม่เคลื่อนที่ตาม ทำให้ช่องทางเดินดังกล่าวถูกเปิดขึ้นได้เช่นกัน ( คล้ายกรณีที่มีรถถอยหลังมาชนด้านหน้าของรถเมล์ที่จอดอยู่นิ่งๆ รถเมล์จะกระเด็นถอยหลัง แต่ผู้โดยสารจะหัวคะมำไปด้านหน้ารถแทน ) |
เทคโนโลยี่นี้มันดีจริงหรืออย่างไร
ก็คงจะต้องทำการพิสูจน์กันครับ
ชอคที่อยู่ด้านหน้าผมนี้คือ ชอคFOX รุ่น 80X
ซึ่งเป็นชอคที่ถูกผลิตขึ้นภายใต้ Inertia-Valve
Technology ที่กล่าวไว้เบื้องต้นนั่นเอง
ระยะยุบตัว : 80 mm
ระบบสปริง : main air spring กับ negative coil
spring (
เติมลมผ่านทางวาล์วทางด้านบนของขาด้านซ้าย , หมุนลูกบิดสีน้ำเงินออกมาเสียก่อน
)
ระบบdamper : Oil
damper แบบ High-Flow, open-bath damper
: ปรับ rebound damping ได้
12 ระดับ โดยการหมุนปรับจากลูกบิดสีแดงด้านบนของขาด้านขวา( compression damping ถูกปรับตั้งมาจากโรงงาน )
ระบบ inertia valve :
ปรับความไวของการยุบตัวได้ 22 ระดับ โดยการหมุนปรับจากลูกบิดด้านล่างของขาด้านขวา
กระบอกบน :
เส้นผ่าศูนย์กลาง 32 mm
ขนาดยางที่ใช้ได้ : ไม่เกิน 26 x 2.4
นน.จากรง. : ประมาณ 1.6 kg.
ผมเลือกที่จะประกอบรถง่ายๆมาคันหนึ่ง แต่เลือกใช้ชอคตัวนี้
ซึ่งขั้นตอนแรกของการเซ็ทอัพชอคตัวนี้จำเป็นจะต้องพึ่งคู่มือเพื่อสูบลมให้เหมาะสมกับนน.ตัวตามสเปคของเขา
เนื่องจากเจ้าชอคอัจฉริยะตัวนี้ไม่สามารถทำการหาค่าsagได้ เพราะพอขึ้นนั่งแล้วชอคมันไม่ยอมยุบตัว
( เลยดูเหมือนกับว่าชอคมันยาวกว่าชาวบ้านเขา
ทำให้ดูเหมือนกับว่าแฮนด์รถค่อนข้างสูง ) เอามือกดแฮนด์มันก็ไม่ยอมยุบ
ต้องใช้วิธียกล้อหน้าให้ลอย แล้วปล่อยกระแทกพื้น มันก็ยอมยุบในช่วงแรก
แต่พอเผลอสักหน่อยมันก็ยืดคืนตัว แล้วก็ลอคอยู่อย่างนั้นเหมือนเดิม นี่ผมกำลังเจอกับpart-time front suspensionหรือเปล่าเนี่ย
|
ปุ่มสำหรับหมุนปรับความไวในการทำงานของวาล์ว อยากจะกระแทกหัวสั่นตอนตกหลุม
หรือ รูดนุ่มนิ่ม ก็หมุนปรับเอาจากตัวนี้หละครับ |
ลูกบิดสีแดงด้านขวา จะเป็นตัวปรับrebound ลูกบิดสีฟ้าด้านซ้าย
จะเป็นจุกเกลียวสำหรับหมุนเปิดมาเติมลม |
วาล์วลมแบบมาตรฐานที่ใช้กับชอคลมในปัจจุบัน
หัวศรก็ตัวเดียวกับยางในรถยนต์นั่นแหละครับ แกนกระบอกบนใหญ่ล่ำปึก
วัดได้32มม.นิดๆทีเดียวแหละ |
ปกติหลังเลิกงาน
ผมจะมีกลุ่มปั่นจักรยานเล็กๆอยู่กลุ่มหนึ่ง
ซึ่งจะปั่นกันโดยรอบเมืองนครปฐม วันละ 30กว่ากม. ( ว่างก็ไปปั่นด้วย
ไม่ว่างก็โดดร่ม ,
แต่ถ้าอ่อนซ้อม ก็จะโดนคนแก่ทิ้งให้ดมฝุ่นมาก็หลายครั้ง
)
วันนั้นผมก็เลยถือโอกาสเอาเจ้า 80Xไปทดลองซะเลย
"เปลี่ยนรถหรือพี่" เสียงน้องในกลุ่มทักทันที ทักไม่ทักเปล่า เดินมากดแฮนด์รถผมทันที
"พี่ โช้คอะไรหนะพี่ แข็งโคตรเลย
กดไม่ยอมลง ไม่สะเทือนแย่หรือเนี่ย" หึ หึ หึ ผมหัวเราะเบาๆ ก็แหงหละ ตูเองยังกดไม่ลงเลย
กว่าจะเข้าใจว่ามันทำงานจังหวะไหน ยังต้องเรียนรู้อยู่พักหนึ่งเลย แล้วสูมาแต่ไหนฟระ จะได้รู้ว่ามันยุบได้ยังไง
วันนั้นใครต่อใครในกลุ่มก็พากันสงสัยในชอคประหลาดตัวนี้กันทั้งสิ้น ทะยอยถามกันตลอดทางที่ปั่นไปด้วยกัน เพราะเวลายืนโยก ยืนอัด ชอคมันก็ไม่ยอมยุบ บางคนก็สงสัยว่าชอคมันจะเสียหรือเปล่า พอออกจากถนนดำ
ก็เลยพากันลงไปปั่นในทางลูกรัง ทางเป็นหลุมเป็นบ่อ งวดนี้สมาชิกในกลุ่มถึงกับอึ้ง
เพราะว่าเมื่อกี้ที่มันไม่ยอมยุบเลย
ตอนนี้มันยุบเอา ยุบเอา รูดหลุม รูดเนิน ยุบเข้ายืดออกเหมือนชอคปกติเขานี่แหละ แต่พอขึ้นถนนดำมันก็ลอคตายอยู่อย่างเก่าอีก
กลายเป็นว่าวันนั้นผมปั่นจักรยานเหนื่อยน้อยกว่าเดิม โดยเฉพาะบนถนนดำ เพราะชอคมันไม่มีการยุบตัวให้เสียแรงในช่วงที่กดบันไดเลย
อาการมันจึงคล้ายๆกับปั่นจักรยานตะเกียบแข็ง แต่พอลงทางขรุขระมันก็กลายเป็นชอคแอบซอบเบอร์ไปซะ
แล้วมันอัจฉริยะจริงหรือเปล่าเนี่ย
จริงๆแล้วมันก็ไม่ถึงกับจะเรียกว่าอัจฉริยะเสียทีเดียวกันหรอกครับ เรียกมันว่าเป็นชอคที่ฉลาดดีกว่า
เพราะมันเลือกที่จะทำงานและไม่ทำงานในช่วงเวลาที่เหมาะสม
แต่ปัญหาของมันก็คือในช่วงเวลาที่มันเริ่มจะทำงานเนี่ย
มันต้องใช้เวลารอให้วาล์วตัวที่ว่านี่เปิดนานแค่ไหน?
ปุ่มปรับThreshold
sensitivity ที่ด้านล่างของขาด้านขวานี่แหละครับที่เป็นตัวกำหนด แต่ถึงผมปรับจนมันไวสุดๆแล้ว ผมก็ยังจับความรู้สึกได้ 2
ลักษณะ คือ
1. ถ้าโดดลงหลุม หรือ ตกขอบถนน
ล้อหน้ามันจะยุบแทบจะทันที แทบจะจับจังหวะมันไม่ได้เลย เอาเป็นว่า จังหวะนี้มันเหมือนชอคปกติที่จะยุบตัวเมื่อตกหลุมก็แล้วกัน ( ซึ่งอธิบายได้จาก
วาล์วเคลื่อนที่เปิดช่องรูน้ำมันตามแรงเฉื่อย ดังกรณีที่ 1 )
2. ล้อหน้าชนหินเตี้ยๆ หรือไต่หิน หรือสันเนินถนน
ตรงนี้แหละที่มันบอกว่ามันไม่ได้ทำงานในทันที
มันให้ความรู้สึกคล้ายๆกับเราปั่นรถตะเกียบแข็งไปสะดุดกับก้อนหิน
เพียงแต่มันเป็นความสะดุดแบบเล็กๆ แล้วล้อหน้าก็จะเริ่มยุบตัว
(ซึ่งจะเป็นในกรณีที่ 2 คือ ต้องมีแรงมากระแทกจนล้อหน้าเคลื่อนตัวขึ้นบนก่อน
ตัววาล์วมีความเฉื่อยที่จะอยู่กับที่จึงเปิดช่องรูน้ำมัน
แต่แรงที่มากระแทกนั้นมันส่งมาถึงมือเราก่อนที่วาล์วจะเปิด
เราจึงสัมผัสอาการสะดุดนี้ได้ )
1. แกนกระบอกบนมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 32mm (
วัดจริงๆได้มากกว่าอีกนิดหน่อย )
ซึ่งใหญ่มากเมื่อเทียบกับชอคยี่ห้ออื่นๆที่ผลิตออกมาเพื่อใช้สำหรับภารกิจcross
country ร่วมกับการออกแบบโครงสร้างภายนอกแล้ว ชอคตัวนี้มีความstiffมากกว่าชอคหลายๆตัวที่เคยสัมผัสมา
ทำให้ตอบสนองต่อการบังคับควบคุมได้อย่างทันอกทันใจจริงๆ
2. นิสัยไม่ดีอย่างหนึ่งของชอคลมโดยทั่วๆไปคือ
อาการขี้เกียจยุบตัวในช่วงแรก ยิ่งถ้าไม่ได้ใช้ระบบnegative air spring แล้ว
มักจะปรับแต่งอะไรไม่ค่อยได้มาก
แต่สำหรับFOX 80X ตัวระบบNegative
coil spring ซึ่งถุกปรับค่าความแข็งตายตัวมาจากโรงงาน ก็สามารถทำหน้าที่มันได้เป็นอย่างดี
ถึงแม้ว่าจะต้องรอจังหวะให้ล้อหน้าไปตกหลุมก่อน เพื่อให้inertia
valveเปิด แต่กระนั้นชอคก็ยุบตัวได้อย่างนุ่มนวลทุกๆครั้ง ส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ก็คือ FOXถูกออกแบบมาให้มีน้ำมันขึ้นมาช่วยหล่อแกนกระบอกบนในทุกๆครั้งที่ชอคมีการทำงาน หากเอามามือมาลูบกระบอกบนดู
อาจจะเกิดข้อแคลงใจว่า ซีลรั่วหรือไงหว่า?ถึงมีน้ำมันมาเลอะแกนด้านบนได้
แต่เปล่าครับ ไม่รั่ว แต่เขาทำมาเช่นนั้นเอง มันจึงทำให้ชอคมีการยุบตัวที่ราบรื่น
ส่วนของบูชชิ่งและแกนกระบอกบนได้รับการหล่อลื่นเป็นอย่างดี ช่วยลดความสึกหรอ
และเพิ่มความลื่นของการยุบตัวด้วย
3. ข้อนี้ถือว่าสำคัญสักหน่อย คือ ต้องเรียนรู้จังหวะในการเริ่มจะยุบตัวของชอค
โดยเฉพาะในจังหวะที่จะปีนไต่หิน เพราะมันจะไม่ได้ยุบตัวในทันทีทันควันเหมือนกับชอคทั่วๆไป หรือเหมือนกับเวลาที่มันตกหลุม
แต่มันจะมีอาการ"รอ"นิดหนึ่งเสมอๆ ( สามารถปรับให้มันรอนาน
รอน้อยได้ด้วยการปรับปุ่มThreshold sensitivity) หากไม่คุ้นกับมันในช่วงแรกๆ
อาจจะกะจังหวะเพี้ยนไปได้บ้าง ไม่ใช่ข้อด้อยของมันหรอก
เอาเป็นว่ามันเป็นข้อจำกัดทางเทคนิคที่ต้องรอเวลาให้มันทำงานสักนิดก็แล้วกัน
4.
ความสามารถในการซับแรงสะเทือนของชอคตัวนี้
ต้องบอกว่ามันคือมาตรฐานของFOX ที่ถูกสร้างมาโดยเน้นการเก็บซับความสะเทือนเป็นสาระสำคัญที่สุด หากผู้ใช้ปรับแต่งมันอย่างดี และเหมาะสมกับสภาพเส้นทางแล้ว มันจะเป็นชอคที่ใช้งานได้สนุกสนานมาก สามารถลุยโหดๆได้อย่างลืมตัว ดังนั้นทักษะของผู้ใช้ต้องดีด้วย เพราะอาจจะเผลอจนย่ามใจไปกับสมรรถนะของมันจนลืมตัวไปว่ากำลังใช้ความเร็วเกินกม.กำหนด
5. ระบบ Terralogic ทำงานได้ถูกใจผมเกือบๆจะเต็มร้อย ( หักไปนิดหน่อย กับข้อจำกัดข้างต้น ) เพราะมันทำให้เย็นนั้น
ผมซ่าบนถนนดำได้เต็มที่
และรูดกระหน่ำบนทางขรุขระ หลุมบ่อได้อย่างเมามัน มันเป็นชอคที่เหมาะสำหรับใช้ในการแข่งขันcross
country หรือ
การใช้งานโดยผู้ใช้ที่มีความจริงจัง และข้อสุดท้าย
6. มันมีข้อเสียข้อสำคัญ ซึ่งไม่ใช่ข้อจำกัดของมัน
แต่เป็นข้อจำกัดของผู้ใช้เอง เพราะมันจะทำให้เงินฝากในบัญชีธนาคารของคุณลดฮวบฮาบลงไปได้ถึงกว่า 2 หมื่นบาท
หากคุณหลงเสน่ห์ของมันอย่างลืมหูลืมตาไม่ขึ้น
ว่าแล้วผมก็ต้องหักใจถอดชอคตัวเก่งคืนให้แก่เจ้าของเขาไปอย่างไม่หันกลับไปมองมันอีก
เพราะกลัวจะหลงเสน่ห์มันจนยากแก่การถอนตัว เอวัง........
บทความลิขสิทธิ์ จาก BLR เล่ม 3