Front suspension Fox 80 X Terralogic  Review              by lucifer

 

0001[TextCounter Fatal Error: Could Not Increment Counter]

 

แต่ก่อนมีคนเคยคิดว่า หากสามารถลอคชอคหน้าไม่ให้มันยุบตัวได้บ้างในบางครั้งก็คงจะดีอยู่หรอก  เพียงแต่ว่ามันก็ต้องเอื้อมมือไปบิดก้านให้มันลอค หรืออย่างดีก็ใช้วิธีต่อสายมาดึงที่แฮนด์         อืมมมมม พอมีคนใช้ไปสักพักหนึ่ง ก็เริ่มเกิดปัญหาที่ว่าทำไมต้องมาคอยปลดลอคให้มันกลับมายุบตัวได้อย่างเดิมอีก  ซ้ำร้ายกว่านั้นคือลืมปลดลอค เช่น หากปั่นขึ้นเขามาพร้อมๆกับลอคเอาไว้ แล้วเผลอลืมปลดลอคในขณะที่กำลังลงเขาที่เป็นทางขรุขระ  เรื่องยุ่งยากใจก็คงจะติดตามมา   อืมมมมม งั้นหากว่าจะทำให้มันลอคเองเมื่อไม่จำเป็นต้องให้มีการยุบตัว  และคลายลอคเองเมื่อต้องการให้มันมีการยุบตัว  วาวววววววว อะไรมันจะฉลาดได้อย่างนั้นหละ

 

TerraLogic Inertia-Valve Technology  จึงเป็นนวัตกรรมที่ถูกผลิตออกมารองรับความต้องการดังกล่าว  โดยมีหลักการง่ายๆคือสร้างวาล์วมาตัวหนึ่ง แต่เป็นวาล์วที่เปิดปิดได้เองตามทิศทางของแรงที่มากระทำ ในภาวะปกติแล้ววาล์วตัวนี้จะทำหน้าที่คอยปิดกั้นทางเดินน้ำมันภายในกระบอกชอค ทำให้ชอคเกิดอาการลอคตัวเองและจะไม่ตอบสนองต่อแรงกดจากด้านบน เช่นแรงที่เกิดจากการกดแฮนด์จักรยานในขณะที่กำลังยืนโยก หรือ ยืนอัดขึ้นเขา  แต่จะเปิดต่อเมื่อมีล้อตกหลุม หรือ ล้อกระแทกหิน

 

หลักการทำงานของระบบนี้จะอธิบายตามรูปดังนี้

 

วาล์วทรงกระบอก ทำด้วยทองเหลือง จะถูกสปริงด้านล่างคอยดันให้ปิดช่องทางเดินของน้ำมันตลอดเวลา โดยแรงดันจากสปริงนี้จะสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ด้วยการหมุนปุ่มปรับความไวด้านล่าง  ในตำแหน่งที่วาล์วอยู่บนสุดเช่นนี้ ชอคจะมีการลอคตัวเอง ถึงมีแรงมากระทำจากทางด้านบน ชอคก็จะยังไม่มีการยุบตัว

เมื่อกระบอกชอคมีการเคลื่อนที่ในทิศทางลงล่าง เช่น กรณีที่ล้อหน้าตกลงไปกระแทกกับก้นหลุม  ก็จะมีแรงกระแทกส่งกลับขึ้นมา แต่ตัววาล์วนั้นจะยังคงเคลื่อนลงล่างต่อด้วยความเฉื่อย ( คล้ายๆกับเวลาที่รถเมล์เบรคอย่างกระทันหัน ตัวรถหยุดอยู่กันที่  แต่ผู้โดยสารกระเด็นไปข้างหน้า ทำนองนั้นแหละ ) ทำให้มีการเปิดช่องทางเดินน้ำมัน  ชอคก็จะสามารถยุบตัวลง รับแรงกระแทกจากด้านล่างได้  ถ้าหากเราตั้งตัวปรับความไวของวาล์วได้พอเหมาะ เราก็แทบจะไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกจากล้อได้เลย

 

ในอีกกรณีที่คล้ายๆกัน คือ มีแรงกระแทกจากด้านล่างโดยที่ล้อหน้าไม่ได้เคลื่อนตกหลุม  เช่น กรณีของการปีนก้อนหิน โดยกรณีนี้ก็จะมีแรงส่งขึ้นมาทำให้ตัวชอคและล้อหน้าถูกกระแทกให้ลอยตัวขึ้น  ในกรณีนี้ตัววาล์วจะยังคงมีความเฉื่อยที่จะไม่เคลื่อนที่ตาม  ทำให้ช่องทางเดินดังกล่าวถูกเปิดขึ้นได้เช่นกัน ( คล้ายกรณีที่มีรถถอยหลังมาชนด้านหน้าของรถเมล์ที่จอดอยู่นิ่งๆ รถเมล์จะกระเด็นถอยหลัง แต่ผู้โดยสารจะหัวคะมำไปด้านหน้ารถแทน )

เทคโนโลยี่นี้มันดีจริงหรืออย่างไร ก็คงจะต้องทำการพิสูจน์กันครับ

ชอคที่อยู่ด้านหน้าผมนี้คือ ชอคFOX รุ่น 80X ซึ่งเป็นชอคที่ถูกผลิตขึ้นภายใต้ Inertia-Valve Technology ที่กล่าวไว้เบื้องต้นนั่นเอง

 

ข้อมูลทั่วไป

ระยะยุบตัว      : 80 mm

ระบบสปริง     : main air spring กับ negative coil spring  ( เติมลมผ่านทางวาล์วทางด้านบนของขาด้านซ้าย , หมุนลูกบิดสีน้ำเงินออกมาเสียก่อน )

ระบบdamper : Oil damper แบบ High-Flow, open-bath damper

                   : ปรับ rebound damping ได้ 12 ระดับ โดยการหมุนปรับจากลูกบิดสีแดงด้านบนของขาด้านขวา( compression damping ถูกปรับตั้งมาจากโรงงาน )

ระบบ inertia valve    : ปรับความไวของการยุบตัวได้ 22 ระดับ โดยการหมุนปรับจากลูกบิดด้านล่างของขาด้านขวา

กระบอกบน     : เส้นผ่าศูนย์กลาง 32 mm

ขนาดยางที่ใช้ได้       : ไม่เกิน 26  x 2.4

นน.จากรง.     : ประมาณ 1.6 kg.

 

ผมเลือกที่จะประกอบรถง่ายๆมาคันหนึ่ง แต่เลือกใช้ชอคตัวนี้ ซึ่งขั้นตอนแรกของการเซ็ทอัพชอคตัวนี้จำเป็นจะต้องพึ่งคู่มือเพื่อสูบลมให้เหมาะสมกับนน.ตัวตามสเปคของเขา เนื่องจากเจ้าชอคอัจฉริยะตัวนี้ไม่สามารถทำการหาค่าsagได้ เพราะพอขึ้นนั่งแล้วชอคมันไม่ยอมยุบตัว ( เลยดูเหมือนกับว่าชอคมันยาวกว่าชาวบ้านเขา ทำให้ดูเหมือนกับว่าแฮนด์รถค่อนข้างสูง ) เอามือกดแฮนด์มันก็ไม่ยอมยุบ  ต้องใช้วิธียกล้อหน้าให้ลอย แล้วปล่อยกระแทกพื้น มันก็ยอมยุบในช่วงแรก แต่พอเผลอสักหน่อยมันก็ยืดคืนตัว แล้วก็ลอคอยู่อย่างนั้นเหมือนเดิม   นี่ผมกำลังเจอกับpart-time front suspensionหรือเปล่าเนี่ย

 

        

 

ปุ่มสำหรับหมุนปรับความไวในการทำงานของวาล์ว

 

อยากจะกระแทกหัวสั่นตอนตกหลุม หรือ รูดนุ่มนิ่ม ก็หมุนปรับเอาจากตัวนี้หละครับ

 

 

 

 

 

ลูกบิดสีแดงด้านขวา จะเป็นตัวปรับrebound

ลูกบิดสีฟ้าด้านซ้าย จะเป็นจุกเกลียวสำหรับหมุนเปิดมาเติมลม

        

 

วาล์วลมแบบมาตรฐานที่ใช้กับชอคลมในปัจจุบัน  หัวศรก็ตัวเดียวกับยางในรถยนต์นั่นแหละครับ

 

แกนกระบอกบนใหญ่ล่ำปึก วัดได้32มม.นิดๆทีเดียวแหละ

    ปกติหลังเลิกงาน ผมจะมีกลุ่มปั่นจักรยานเล็กๆอยู่กลุ่มหนึ่ง  ซึ่งจะปั่นกันโดยรอบเมืองนครปฐม วันละ 30กว่ากม. ( ว่างก็ไปปั่นด้วย ไม่ว่างก็โดดร่ม , แต่ถ้าอ่อนซ้อม ก็จะโดนคนแก่ทิ้งให้ดมฝุ่นมาก็หลายครั้ง )  วันนั้นผมก็เลยถือโอกาสเอาเจ้า 80Xไปทดลองซะเลย

"เปลี่ยนรถหรือพี่" เสียงน้องในกลุ่มทักทันที  ทักไม่ทักเปล่า  เดินมากดแฮนด์รถผมทันที

"พี่ โช้คอะไรหนะพี่ แข็งโคตรเลย กดไม่ยอมลง ไม่สะเทือนแย่หรือเนี่ย"  หึ หึ หึ ผมหัวเราะเบาๆ  ก็แหงหละ ตูเองยังกดไม่ลงเลย กว่าจะเข้าใจว่ามันทำงานจังหวะไหน ยังต้องเรียนรู้อยู่พักหนึ่งเลย แล้วสูมาแต่ไหนฟระ จะได้รู้ว่ามันยุบได้ยังไง

 

วันนั้นใครต่อใครในกลุ่มก็พากันสงสัยในชอคประหลาดตัวนี้กันทั้งสิ้น  ทะยอยถามกันตลอดทางที่ปั่นไปด้วยกัน  เพราะเวลายืนโยก ยืนอัด ชอคมันก็ไม่ยอมยุบ บางคนก็สงสัยว่าชอคมันจะเสียหรือเปล่า  พอออกจากถนนดำ ก็เลยพากันลงไปปั่นในทางลูกรัง ทางเป็นหลุมเป็นบ่อ  งวดนี้สมาชิกในกลุ่มถึงกับอึ้ง เพราะว่าเมื่อกี้ที่มันไม่ยอมยุบเลย  ตอนนี้มันยุบเอา ยุบเอา รูดหลุม รูดเนิน ยุบเข้ายืดออกเหมือนชอคปกติเขานี่แหละ แต่พอขึ้นถนนดำมันก็ลอคตายอยู่อย่างเก่าอีก

 

กลายเป็นว่าวันนั้นผมปั่นจักรยานเหนื่อยน้อยกว่าเดิม โดยเฉพาะบนถนนดำ  เพราะชอคมันไม่มีการยุบตัวให้เสียแรงในช่วงที่กดบันไดเลย  อาการมันจึงคล้ายๆกับปั่นจักรยานตะเกียบแข็ง  แต่พอลงทางขรุขระมันก็กลายเป็นชอคแอบซอบเบอร์ไปซะ 

 

แล้วมันอัจฉริยะจริงหรือเปล่าเนี่ย

 

จริงๆแล้วมันก็ไม่ถึงกับจะเรียกว่าอัจฉริยะเสียทีเดียวกันหรอกครับ  เรียกมันว่าเป็นชอคที่ฉลาดดีกว่า เพราะมันเลือกที่จะทำงานและไม่ทำงานในช่วงเวลาที่เหมาะสม  แต่ปัญหาของมันก็คือในช่วงเวลาที่มันเริ่มจะทำงานเนี่ย มันต้องใช้เวลารอให้วาล์วตัวที่ว่านี่เปิดนานแค่ไหน?

 

ปุ่มปรับThreshold sensitivity ที่ด้านล่างของขาด้านขวานี่แหละครับที่เป็นตัวกำหนด  แต่ถึงผมปรับจนมันไวสุดๆแล้ว  ผมก็ยังจับความรู้สึกได้ 2 ลักษณะ คือ

1. ถ้าโดดลงหลุม หรือ ตกขอบถนน  ล้อหน้ามันจะยุบแทบจะทันที แทบจะจับจังหวะมันไม่ได้เลย  เอาเป็นว่า จังหวะนี้มันเหมือนชอคปกติที่จะยุบตัวเมื่อตกหลุมก็แล้วกัน (  ซึ่งอธิบายได้จาก วาล์วเคลื่อนที่เปิดช่องรูน้ำมันตามแรงเฉื่อย ดังกรณีที่ 1 )

2. ล้อหน้าชนหินเตี้ยๆ หรือไต่หิน หรือสันเนินถนน  ตรงนี้แหละที่มันบอกว่ามันไม่ได้ทำงานในทันที  มันให้ความรู้สึกคล้ายๆกับเราปั่นรถตะเกียบแข็งไปสะดุดกับก้อนหิน เพียงแต่มันเป็นความสะดุดแบบเล็กๆ แล้วล้อหน้าก็จะเริ่มยุบตัว (ซึ่งจะเป็นในกรณีที่ 2 คือ ต้องมีแรงมากระแทกจนล้อหน้าเคลื่อนตัวขึ้นบนก่อน ตัววาล์วมีความเฉื่อยที่จะอยู่กับที่จึงเปิดช่องรูน้ำมัน แต่แรงที่มากระแทกนั้นมันส่งมาถึงมือเราก่อนที่วาล์วจะเปิด เราจึงสัมผัสอาการสะดุดนี้ได้ )

 

บทสรุปกับชอคตัวนี้

1. แกนกระบอกบนมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 32mm ( วัดจริงๆได้มากกว่าอีกนิดหน่อย ) ซึ่งใหญ่มากเมื่อเทียบกับชอคยี่ห้ออื่นๆที่ผลิตออกมาเพื่อใช้สำหรับภารกิจcross country  ร่วมกับการออกแบบโครงสร้างภายนอกแล้ว  ชอคตัวนี้มีความstiffมากกว่าชอคหลายๆตัวที่เคยสัมผัสมา  ทำให้ตอบสนองต่อการบังคับควบคุมได้อย่างทันอกทันใจจริงๆ

2. นิสัยไม่ดีอย่างหนึ่งของชอคลมโดยทั่วๆไปคือ อาการขี้เกียจยุบตัวในช่วงแรก ยิ่งถ้าไม่ได้ใช้ระบบnegative air spring แล้ว มักจะปรับแต่งอะไรไม่ค่อยได้มาก  แต่สำหรับFOX 80X ตัวระบบNegative coil spring ซึ่งถุกปรับค่าความแข็งตายตัวมาจากโรงงาน ก็สามารถทำหน้าที่มันได้เป็นอย่างดี  ถึงแม้ว่าจะต้องรอจังหวะให้ล้อหน้าไปตกหลุมก่อน เพื่อให้inertia valveเปิด  แต่กระนั้นชอคก็ยุบตัวได้อย่างนุ่มนวลทุกๆครั้ง  ส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ก็คือ FOXถูกออกแบบมาให้มีน้ำมันขึ้นมาช่วยหล่อแกนกระบอกบนในทุกๆครั้งที่ชอคมีการทำงาน  หากเอามามือมาลูบกระบอกบนดู อาจจะเกิดข้อแคลงใจว่า ซีลรั่วหรือไงหว่า?ถึงมีน้ำมันมาเลอะแกนด้านบนได้  แต่เปล่าครับ ไม่รั่ว แต่เขาทำมาเช่นนั้นเอง  มันจึงทำให้ชอคมีการยุบตัวที่ราบรื่น ส่วนของบูชชิ่งและแกนกระบอกบนได้รับการหล่อลื่นเป็นอย่างดี ช่วยลดความสึกหรอ และเพิ่มความลื่นของการยุบตัวด้วย

3. ข้อนี้ถือว่าสำคัญสักหน่อย คือ ต้องเรียนรู้จังหวะในการเริ่มจะยุบตัวของชอค  โดยเฉพาะในจังหวะที่จะปีนไต่หิน เพราะมันจะไม่ได้ยุบตัวในทันทีทันควันเหมือนกับชอคทั่วๆไป หรือเหมือนกับเวลาที่มันตกหลุม  แต่มันจะมีอาการ"รอ"นิดหนึ่งเสมอๆ ( สามารถปรับให้มันรอนาน รอน้อยได้ด้วยการปรับปุ่มThreshold sensitivity) หากไม่คุ้นกับมันในช่วงแรกๆ อาจจะกะจังหวะเพี้ยนไปได้บ้าง  ไม่ใช่ข้อด้อยของมันหรอก เอาเป็นว่ามันเป็นข้อจำกัดทางเทคนิคที่ต้องรอเวลาให้มันทำงานสักนิดก็แล้วกัน

4. ความสามารถในการซับแรงสะเทือนของชอคตัวนี้ ต้องบอกว่ามันคือมาตรฐานของFOX ที่ถูกสร้างมาโดยเน้นการเก็บซับความสะเทือนเป็นสาระสำคัญที่สุด  หากผู้ใช้ปรับแต่งมันอย่างดี และเหมาะสมกับสภาพเส้นทางแล้ว มันจะเป็นชอคที่ใช้งานได้สนุกสนานมาก  สามารถลุยโหดๆได้อย่างลืมตัว  ดังนั้นทักษะของผู้ใช้ต้องดีด้วย  เพราะอาจจะเผลอจนย่ามใจไปกับสมรรถนะของมันจนลืมตัวไปว่ากำลังใช้ความเร็วเกินกม.กำหนด

5. ระบบ Terralogic ทำงานได้ถูกใจผมเกือบๆจะเต็มร้อย ( หักไปนิดหน่อย กับข้อจำกัดข้างต้น ) เพราะมันทำให้เย็นนั้น ผมซ่าบนถนนดำได้เต็มที่  และรูดกระหน่ำบนทางขรุขระ หลุมบ่อได้อย่างเมามัน  มันเป็นชอคที่เหมาะสำหรับใช้ในการแข่งขันcross country  หรือ การใช้งานโดยผู้ใช้ที่มีความจริงจัง และข้อสุดท้าย

6. มันมีข้อเสียข้อสำคัญ ซึ่งไม่ใช่ข้อจำกัดของมัน แต่เป็นข้อจำกัดของผู้ใช้เอง เพราะมันจะทำให้เงินฝากในบัญชีธนาคารของคุณลดฮวบฮาบลงไปได้ถึงกว่า 2 หมื่นบาท หากคุณหลงเสน่ห์ของมันอย่างลืมหูลืมตาไม่ขึ้น

 

ว่าแล้วผมก็ต้องหักใจถอดชอคตัวเก่งคืนให้แก่เจ้าของเขาไปอย่างไม่หันกลับไปมองมันอีก  เพราะกลัวจะหลงเสน่ห์มันจนยากแก่การถอนตัว  เอวัง........

บทความลิขสิทธิ์ จาก BLR เล่ม 3