ปัญหาเกี่ยวกับระบบเกียร์พอจะแบ่งและสรุปออกเป็นหัวข้อใหญ่ได้ดังนี้
  1. การทำงานผิดพลาด
  2. เสียงผิดปกติ
  3. โซ่ตกจากจานหน้า หรือจากเฟืองหลัง

1. การทำงานผิดพลาด

- ปัญหาที่เกียร์หลัง
อาการสาเหตุวิธีการแก้ไข

 - เกียร์ไม่เปลี่ยนตำแหน่งจากเฟืองเล็กไปยังเฟืองใหญ่หรือเปลี่ยน
 ช้า หรือเปลี่ยนแล้วเกียร์มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนกลับมายังตำแหน่ง
 เดิม ซึ่งจะเห็นได้ชัดที่ตำแหน่งเฟืองเกียร์ใหญ่ๆเช่นเกียร์ 3 หรือ
 เกียร์ 2

 - เกียร์พยายามจะเปลี่ยนตำแหน่งเองจากเฟืองใหญ่ลงมายังเฟือง
 เล็กกว่า  ซึ่งจะเห็นได้ชัดที่ตำแหน่งเฟืองเกียร์ใหญ่ๆ เช่น เกียร์ 3
 หรือเกียร์ 2
 

 - สายเกียร์หย่อนเกินไป

 - หมุนตัวเร่งความตึงที่ตีนผีหรือShifter
 ออก จนกระทั่งทำงานได้ดี

 - เกียร์ไม่เปลี่ยนตำแหน่งจากเฟืองใหญ่ไปยังเฟืองเล็กหรือเปลี่ยน
 ช้า หรือเปลี่ยนแล้วเกียร์มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนกลับมายังตำแหน่ง
 เดิม ซึ่งจะเห็นได้ชัดที่ตำแหน่งเฟืองเกียร์ใหญ่ๆเช่นเกียร์ 3 หรือ
 เกียร์ 2

 - เกียร์พยายามจะเปลี่ยนตำแหน่งเองจากเฟืองเล็กขึ้นไปยังเฟือง
 ใหญ่กว่า ซึ่งจะเห็นได้ชัดที่ตำแหน่งเฟืองเกียร์ใหญ่ๆเช่นเกียร์ 3
 หรือเกียร์ 2
 

 - สายเกียร์ตึงเกินไป

 - หมุนตัวเร่งความตึงที่ตีนผีหรือShifter
 เข้า จนกระทั่งทำงานได้ดี

 - เปลี่ยนตำแหน่งจากเฟืองเล็กขึ้นเฟืองใหญ่กว่าได้ดี แต่เปลี่ยน
 ตำแหน่งจากเฟืองใหญ่ลงมาเฟืองเล็กกว่าได้ช้า คล้ายๆกับสาย
 เกียร์ตึงเกินไป แต่เมื่อปรับลดความตึงของสายเกียร์ อาการอาจ
 จะดีขึ้นบ้างแต่ขึ้นเฟืองใหญ่ลำบากเหมือนกับว่าสายเกียร์ที่ปรับ
 ใหม่หย่อนเกินไป แต่พอปรับให้ตึงใหม่ ก็มีอาการแบบตอนต้น
 อีก ไม่สามารถปรับได้ลงตัวเสียที
 

 - สายเกียร์หรือปลอกสายเกียร์สกปรก เป็น
 สนิมจากการใช้งานมานาน น้ำ หรือโคลน
 เข้าสาย

 - เปลี่ยนสายเกียร์และปลอกสายทั้งคู่เพราะ
 เมื่อสายเกียร์เป็นสนิม ปลอกสายด้านในซึ่ง
 มองไม่เห็นก็มักจะสกปรกด้วเช่นกัน

 - เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์จากเฟืองเล็ก ไปยังเฟืองใหญ่ได้สะดวก
 แต่ขึ้นเฟืองใหญ่สุดหรือเกียร์1ไม่ได้ หรือลำบาก

 - ปรับสกรูตัวLที่ตีนผีไม่ถูกต้อง

 - คลายสกรูตัวLออก(ทวนเข็มนาฬิกา) ที
 ละ1/4รอบ  จนกระทั่งสามารถใส่เกียร์1
 ลงได้ จากนั้นเปลี่ยนตำแหน่งจานหน้าไว้
 ที่จานเล็ก แล้วเล็งแนวระหว่างยอดเฟือง
 จ๊อกกิ้งกับเฟืองเกียร์ 1 ปรับสกรูตัว L จน
 กระทั่งได้แนวตรงกัน
 

- ปัญหาที่สับจานหน้า
อาการสาเหตุวิธีการแก้ไข

  - เปลี่ยนตำแหน่งขึ้นจานที่ใหญ่กว่าลำบากทุกๆตำแหน่ง

 - ความตึงสายเกียร์หย่อนเกินไป
 

 - เปลี่ยนเกียร์มาที่ตำแหน่ง 2-1 เช็คระยะ
 ห่างระหว่างโซ่กับchain guideด้านใน
 ปรับตัวเร่งความตึงของสายที่shifterจน
 กระทั่งโซ่อยู่ห่างจากchain guideด้าน
 ใน 0-0.5mm
 

 - ไม่เข้าใจวิธีการใช้Shifter ในการเปลี่ยน
 จากตำแหน่งจากจานเล็กขึ้นจานใหญ่
 

 - เรียนรู้วิธีการใช้ใหม่ ต้องยอมรับความ
 จริงที่ว่า จานหน้ามีขนาดใหญ่กว่า และมี
 ระยะห่างระหว่างใบจานมากกว่าระยะ
 ห่างระหว่างใบเฟืองหลัง การที่จะเปลี่ยน
 จานหน้าโดยการกดshifter แล้วปล่อยเลย
 เหมือนกับการเปลี่ยนเกียร์หลังจึงเป็นเรื่อง
 ยาก การใช้ที่ถูกต้องนั้นจะต้องกดShifter
 แช่ไว้จนกระทั่งโซ่ข้ามไปยังจานใหญ่กว่า
 เรียบร้อยแล้วเสียก่อน
 

 - ใบจานหน้าไม่มีหมุดวิดโซ่หรือระบบ
 Hyperdrive เช่นใบจานรุ่นเก่าบางยี่ห้อ
 ซึ่งเป็นแผ่นเรียบๆ
 

 - เรียนรู้วิธีการใช้ เช่น กดShifterแช่ไว ้
 จนกระทั่งโซ่ข้ามไปยังจานใหญ่กว่าเรียบ
 ร้อยแล้ว

  - เช็คความตึงของสายเกียร์ให้ถูกต้อง
 หรือปรับตั้งความตึงของสายเกียร์เพิ่ม
 ขึ้นอีกเล็กน้อย

  - อาจจะปรับตำแหน่งของสับจานให้สูง
 ขึ้นอีกหรือติดตั้งโดยบิดมุมให้ส่วนหลัง
 ของใบสับจานเอนออกไปจากแนวล้อเล็ก
 น้อย แทนที่จะขนานกับแนวจานใหญ่ แต่
 ก็อาจจะทำให้การเปลี่ยนลงจานเล็กไม่ราบ
 รื่นได้

  - เปลี่ยนไปใช้ใบจานรุ่นใหม่ที่มีหมุดวิด
 โซ่

 
หมายเหตุ
 จากประสพการณ์การใช้ใบจานที่ไม่มี
 หมุดวิดโซ่ เช่น Syncross หรือ
 RaceFace รุ่นปี98 ลงไป พบว่าการ
 เปลี่ยนตำแหน่งจานหน้าจะราบรื่นกว่าถ้า
 ใช้กับ Grip Shift ร่วมกับเรียนรู้วิธีการใช้
 เสียใหม่ ทั้งนี้เนื่องจากว่า Rapid Fire
 มีช่วงStroke ขาขึ้นที่จำกัด เพราะออก
 แบบมาสำหรับจานหน้าของShimano
 ที่มีระบบHyperdrive ซึ่งแตกต่างไป
 จากGrip shift ที่บริหารด้วยข้อมือและมี
 ช่วงStroke ไม่จำกัด สามารถบิดได้มาก
 กว่าช่วงของRapid fire โดยเฉพาะจาก
 จานเล็กขึ้นจานกลาง
 

 - เปลี่ยนตำแหน่งจากจานกลางขึ้นจานใหญ่ลำบาก
 

 - ความตึงสายเกียร์หย่อนเกินไป
 

 - ตรวจเช็คความตึงของสายที่ตำแหน่ง
 เกียร์ 2-1
 

 - ปรับตั้งสกรูตัวH ที่สับจานไม่ถูกต้อง
 

 - คลายสกรูตัวH ออก(ทวนเข็มนาฬิกา)ที
 ละ 1/8 รอบ จนกระทั่งสามารถขึ้นจาน
 ใหญ่ได้อย่างราบรื่น
 

 - ตำแหน่งติดตั้งสับจานไม่ถูกต้อง
 

 - ตรวจสอบตำแหน่งและแก้ไขใหม่
 

 - เปลี่ยนตำแหน่งลงจานที่เล็กกว่าลำบากทุกๆตำแหน่ง

 - ความตึงสายเกียร์ตึงเกินไป

 - เปลี่ยนเกียร์มาที่ตำแหน่ง 2-1 เช็คระยะ
 ห่างระหว่างโซ่กับchain guide ด้านใน
 ปรับตัวเร่งความตึงของสายที่shifter จน
 กระทั่งโซ่อยู่ห่างจากchain guide ด้าน
 ใน 0-0.5mm
 

 - เปลี่ยนตำแหน่งจากจานกลางลงมาจานเล็กลำบาก
 

 - ความตึงของสายตึงเกินไป
 

 - ตรวจเช็คความตึงของสายที่ตำแหน่ง
 เกียร์ 2-1
 

 - ปรับตั้งสกรูตัวL ที่สับจานไม่ถูกต้อง
 

 - คลายสกรูตัวLออก(ทวนเข็มนาฬิกา)ที
 ละ1/4 รอบ  จนกระทั่งสามารถลดลงจาน
 เล็กได้ จากนั้นปรับตำแหน่งเกียร์ไว้ที่ 1-1
 เช็คระยะห่างของโซ่กับchain guide
 ด้านใน ปรับสกรูตัวL จนกระทั่งโซ่อยู่ห่าง
 จากchain guide ด้านใน 0-0.5mm
 

 - ตำแหน่งติดตั้งสับจานไม่ถูกต้อง
 

 - ตรวจสอบตำแหน่งและแก้ไขใหม่
 


2. เสียงผิดปกติ

- เสียงจากทางด้านชุดเฟืองหลัง
อาการสาเหตุวิธีการแก้ไข

 - เสียงเกิดขึ้นเมื่อใช้เฟืองหลังอยู่ในตำแหน่งกลางๆ
 

 - สายเกียร์หย่อนหรือตึงเกินไปทำให้เกียร์
 พยายามเปลี่ยนตำแหน่งเอง
 

 - ปรับความตึงสายเกียร์ให้ถูกต้อง
 

 - เสียงเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่เฟืองหลังอยู่ในตำแหน่งเล็กสุด
 (เฟือง 9) แต่จะหายไปเมื่อเปลี่ยนเป็นเกียร์อื่นๆ
 

 - ตำแหน่งสกรูตัวH ของตีนผีไม่ถูกต้อง
 

 - ตั้งตำแหน่งเกียร์ที่ 3-9 ปรับสกรูตัวH
 จนกระทั่งแนวยอดเฟืองจอกกี้กับเฟือง
 เกียร์9 ตรงกัน
 

 - เสียงเกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่เฟืองหลังอยู่ในตำแหน่งใหญ่สุด
 (เฟือง 1) แต่จะหายไปเมื่อเปลี่ยนเป็นเกียร์อื่นๆ
 

 - ตำแหน่งสกรูตัวL ของตีนผีไม่ถูกต้อง
 

 - ตั้งตำแหน่งเกียร์ที่ 1-1 ปรับสกรูตัวL
 จนกระทั่งแนวยอดเฟืองจอกกี้กับเฟือง
 เกียร์1 ตรงกัน
 

 - ปรับตั้ง B-tension screw ไม่ถูกต้อง
 ทำให้เฟืองจอกกี้ชนกับเฟืองเกียร์1
 

 - ตั้งตำแหน่งเกียร์ที่ 1-1 แล้วใช้มือดันขา
 ตีนผีไปด้านหน้าและปล่อยกลับ พร้อมๆ
 กับหมุนB-tension screw เข้า (ตาม
 เข็มฬิกา) จนยอดเฟืองจอกกี้ห่างเฟือง
 เกียร์1 ประมาณ 1mm
 

 - โซ่ยาวเกินไป ถึงแม้ว่าจะขัน B-tension
 screw เข้าไปจนสุดแล้วก็ยังไม่สามารถ
 แก้ไขปัญหาได้
 

 - มักพบในระบบ mega9 ที่ใช้เฟืองหลัง
 34T ให้ลองเช็คดูที่ตำแหน่งเกียร์1-9 ถ้า
 หากพบว่าโซ่หย่อนจนกระทั่งขาของตีนผี
 งอกลับขึ้นไปข้างบนจนทำให้โซ่สีกันเอง
 บริเวณใต้เฟืองจอกกี้ แสดงว่าโซ่ยาวเกินไป
 ให้ตัดโซ่ออกไป 1 คู่ข้อ
 

 -เสียงที่เกิดจากการกระโดดของโซ่ โดยไม่เกี่ยวกับระดับความตึง
 ของสายเกียร์
 

 - ความไม่เข้ากันของโซ่กับเฟืองโดยเฉพาะ
 เฟืองกับโซ่ที่อายุการใช้งานแตกต่างกัน
 มากๆ เช่น เฟืองเก่ามากๆกับโซ่ใหม่เอี่ยม
 หรือโซ่เก่ามากๆกับเฟืองใหม่เอี่ยม
 

 - ใช้โซ่กับเฟืองที่อายุการใช้งานใกล้เคียง
 กัน

 
Tip
 โดยปกติแล้วเฟืองจะมีอายุการใช้งานนาน
 กว่าโซ่ 2-3 เท่า การต้องเปลี่ยนทั้งโซ่และ
 เฟืองในเวลาเดียวกันจึงดูจะสิ้นเปลืองไม่
 น้อย เพราะว่าเฟืองในรุ่นสูงๆมีราคาแพง
 กว่าโซ่มาก แต่จะไม่เปลี่ยนก็ไม่ได้เพราะว่า
 เฟืองเดิมจะเก่ากว่าโซ่ใหม่มาก ถึงแม้จะไม่
 ได้สึกจนใช้งานไม่ได้แล้วก็ตาม แต่ก็จะ
 ทำงานไม่เข้าขากันกับโซ่ใหม่

  เราอาจลดการสิ้นเปลืองลงได้ โดยวิธีต่อ
 ไปนี้
   - จัดหาโซ่ 3 เส้น : เฟืองหลัง 1 ชุด
   - เปลี่ยนโซ่สลับกันทุกๆ 1 เดือน อาจจะถี่
 กว่านั้นถ้าใช้งานหนักๆ
   - สุดท้ายจะพบว่าเมื่อโซ่ทั้ง 3 เส้นยืด
 เฟืองก็จะสึกจนต้องทิ้งพอดี
 

 - ใช้โซ่ผิดระบบกับเฟือง เช่นใช้โซ่สำหรับ
 เฟืองหลัง 9 สปีดกับเฟืองหลัง 8 สปีด
 

 - ใช้โซ่ให้ถูกระบบกับเฟือง
 

 - จุดที่ต่อข้อโซ่ใหม่แน่นเกินไป ทำให้ข้อโซ่
 นั้นไม่สามารถขยับได้อย่างเต็มที่
 

 - ใช้ chain tool ดันแกนข้อโซ่ให้ขยับ
 เล็กน้อยหรือใช้มือบิดข้อโซ่บริเวณที่มี
 ปัญหานั้นจนคลายตัว
 

- เสียงจากทางด้านชุดจานหน้า
อาการสาเหตุวิธีการแก้ไข

 - เสียงโซ่สีกับchain guide
 

 - เหตุการณ์ปกติสำหรับเกียร์ 1-9 ซึ่งแนว
 โซ่จะเบี่ยงไปมาก เป็นเกียร์ต้องห้าม นอก
 จากจะใช้เก็บเกียร์เวลาจอดรถเท่านั้น
 

 - ไม่ต้องการการแก้ไข
 

 - โซ่เบียดกับขอบนอกของchain guide
 ที่ตำแหน่งเกียร์ 2-9 และ 3-9
 

 - เช็คความตึงของสายเกียร์ให้ถูกต้อง
 โดยดูจากระยะห่างระหว่างขอบด้านใน
 ของ chain guide กับโซ่ในเกียร์ 2-1
 ซึ่งควรจะอยู่ในช่วง 0-0.5 mm
  - ตรวจสอบมุมของแนวใบสับจาน ส่วน
 หลังของแนวใบสับจานอาจจะเอนเข้าหา
 แนวรถ ปรับมุมให้ขอบนอกของchain
 guide ขนานกับแนวของจานใหญ่ หรือ
 จาน3
 

 - เสียงที่เกิดในตำแหน่งเกียร์ 2-9
 

 - โซ่สีกับหมุดวิดโซ่ที่ขอบในของจาน3
 เป็นสิ่งปกติที่พบได้
 

 - เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับเพราะปกติตำแหน่ง
 เกียร์2-9 ด้านหลังของแนวโซ่จะเบี่ยงออก
 ไปจากแนวล้อ จนทำให้โซ่ที่ตำแหน่งจาน2
 สีกับหมุดวิดโซ่ของจาน3ได้ จึงควรจะ
 เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ไปที่ 3-7 แทน ซึ่งได้
 อัตราทดใกล้เคียงกัน และแนวโซ่เป็นเส้น
 ตรง
  - ถ้าหากยอมรับไม่ได้ ให้เพิ่มระยะchain
 line ด้วยการเปลี่ยนกระโหลกแกนยาวขึ้น
 หรือ ใช้กระโหลกที่สามารถปรับระยะ
 chainlineได้ เช่น RaceFace หรือ
 Real
 


3. โซ่ตกจากจานหน้า หรือจากเฟืองหลัง
อาการสาเหตุวิธีการแก้ไข

 - โซ่หล่นจากจานใหญ่ออกไปนอกรถ ช่วงเปลี่ยนจากจานกลางขึ้น
 จานใหญ่
 

 - ปรับตั้งสกรูตัว H ที่สับจานไม่ถูกต้อง
 

 - ให้หมุนสกรูตัวH เข้า (ตามเข็มนาฬิกา)
 ทีละ1/4 รอบ จนหมดอาการ
 

 - โซ่หล่นจากจานเล็กเข้าไปด้านในรถ ช่วงเปลี่ยนจากจานกลางลง
 ไปจานเล็ก
 

 - ปรับตั้งสกรูตัว L ที่สับจานไม่ถูกต้อง
 

 - ตั้งตำแหน่งเกียร์ที่ 1-1 หมุนสกรูตัวL
 เข้า(ตามเข็มนาฬิกา)จนกระทั่งโซ่ห่างจาก
 ขอบในของChain guide 0-0.5mm
 

 - โซ่หล่นจากเฟืองเกียร์1เข้าไปด้านในรถ
 

 - ปรับตั้งสกรูตัว L ที่ตีนผีไม่ถูกต้อง
 

 - ตั้งตำแหน่งเกียร์ที่ 1-1 หมุนสกรูตัวL
 เข้า(ตามเข็มนาฬิกา) จนกระทั่งยอดของ
 เฟืองจอกกี้ ตรงกับเฟืองของเกียร์1
 


------------------------------------------------------------------------

0001[TextCounter Fatal Error: Could Not Increment Counter]
อ่านเสร็จแล้วงั้นปิดหน้านี้นะจ๊ะ