การติดตั้งสับจานหน้า
สับจานหน้าจะเป็นอุปกรณ์ที่มีโอกาสจะก่อปัญหาในการใช้งานได้บ่อยที่สุด ถ้าหากไม่ได้รับการ
ติดตั้งที่ถูกวิธี


สิ่งสำคัญที่ต้องนึกถึงในการติดตั้งสับจานหน้า คือ
  • ตำแหน่งความสูงของสับจาน
    โดยปกติเวลาซื้อสับจานมาใหม่จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า
    pro-set alignment block มาด้วย อุปกรณ์นี้จะทำ
    จากพลาสติกสีขาวหรือดำ   สอดรองให้chain guide
    ขยับออกมาเล็กน้อย ทำให้การตั้งตำแหน่งสับจานง่าย
    ขึ้น แต่ถ้าไม่มีมาให้หรือหายไปแล้วก็ไม่เป็นไร ทั้งนี้
    เนื่องจากระดับความสูงของสับจานจะมีความยืดหยุ่น
    ได้บ้าง ตำแหน่งความสูงที่เหมาะสมนั้นจะทำให้
    ขอบ
    ล่างของchain guideด้านนอก อยู่สูงกว่ายอดใบจาน
    ใหญ่ 1-3 mm

  • แนวของใบสับจาน ( chain guide )
    การตั้งแนวของchain guide เพื่อให้การทำงานของ
    สับจานเป็นไปอย่างราบรื่นนั้น ในทางปฏิบัติจะปรับ
    ให้
    แนวของchain guideด้านนอกขนานกับใบจาน
    ใหญ่
    ( ดังรูป )

    ถ้าส่วนท้ายของchain guide เบนออกด้านนอก จะ
    ส่งผลให้การขึ้นจานใหญ่ง่ายขึ้น แต่จะลงจานเล็กได้
    ลำบาก

    ในทางตรงกันข้าม   ถ้าส่วนท้ายของ chain guide
    เบนเข้าด้านใน จะส่งผลให้การขึ้นจานใหญ่ลำบาก
    แต่จะลงจานเล็กได้ง่ายขึ้น

    ในขณะที่สับจานแบบเกี่ยวกระโหลกเป็นสับจานที่แทบจะไม่มีปัญหาจากการติดตั้งเลย เพราะว่าได้ถูกออกแบบบังคับตำแหน่งเอาแต่แรก
    แล้ว จะปรับได้ก็เพียงระดับความสูงได้เพียง 2ระดับเท่านั้น

    สับจานหน้ารุ่น XTR ของShimano จะเป็นสับจานหน้าที่ค่อนข้างจะยุ่งยากในการติดตั้งสักหน่อย ถ้าหากไม่มีpro-set alignment
    blockติดมาด้วย เพราะแนวของchain guide ด้านนอกและด้านในจะเปลี่ยนไปตามจังหวะการทำงาน เนื่องจากได้รับการออกแบบมา
    เป็นพิเศษ อีกทั้งไม่แนะนำให้ใช้กับจานหน้าแบบcompact ในรุ่นXTลงไป  เนื่องจากอาจจะมีปัญหาของchain guide ด้านในจะติด
    ขัดกับขอบของใบจานกลาง ในจังหวะที่เปลี่ยนขึ้นจากจานกลางไปจานใหญ่ได้ ทำให้เป็นปัญหาในการจะเปลี่ยนตำแหน่งขึ้นไปใช้ใบจาน
    ใหญ่ได้เสมอๆ


การติดตั้งตีนผี
ใช้กุญแจหกเหลี่ยมขนาด 5 mm ขันยึดตีนผีกับส่วนDrop out ของเฟรมจนแน่นพอ การติดตั้ง
ตีนผีหลังไม่มีเรื่องยุ่งยากเหมือนกับสับจานหน้า เพราะว่าเฟรมจะบังคับเอาไว้

การเลือกความยาวโซ่ที่เหมาะสม
ความยาวโซ่ที่เหมาะสมจะทำให้เราสามารถใช้เกียร์ได้ครบทุก
เกียร์ สามารถเก็บเกียร์ที่ตำแหน่งจานหน้าเล็กสุดและเฟืองหลัง
เล็กสุด ( 1- 9 ในเกียร์ 27สปีด )ได้โดยที่โซ่ไม่มีการหย่อนตก
ท้องช้าง และสามารถใช้ตำแหน่งเกียร์ต้องห้าม 3-1ได้ โดยไม่
ติดขัด  ความยาวโซ่ที่เหมาะสมนั้นจะวัดโดยการคล้องโซ่ผ่าน
เฟืองหลังใหญ่สุด ไปยังจานหน้าใบใหญ่สุด โดยไม่คล้องผ่าน
ตีนผี เอาปลายโซ่2ข้างมาบรรจบชนกันพอดี และบวกไปอีก2
ข้อ ( 1 คู่ คือมีทั้ง outer-link plate และ inner-link plate )
ดังรูป


การปรับแต่งเกียร์
ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะระบบเกียร์ 27 สปีด หรือ 3x9  และRapidFire shifter เพื่อความเข้าใจ
ที่ตรงกัน (สำหรับระบบ21,24 สปีด และGrip shift ก็ใช้หลักการเดียวกันทุกประการ)

เพื่อความสะดวกในการทำงาน ควรจะหาขาตั้งที่สามารถยกให้ล้อหลังลอยขึ้นจากพื้นได้อย่างอิสระ
หรือจะหาเพื่อนใจดีมาช่วยยกรถให้ล้อหลังลอยจากพื้นก็ไม่ผิดกติกาอะไร   
ตำแหน่งเริ่มต้นคือโซ่
จะคล้องผ่านจานหน้าเล็กสุดและเฟืองหลังเล็กสุด ซึ่งเป็นตำแหน่งเริ่มต้นของเกียร์ (สปริงของทั้งสับ
จานและตีนผีจะหย่อนที่สุด)
  • เริ่มต้นกันที่เกียร์หลังหรือตีนผีกันก่อนครับ
    • หมุนตัวเร่งความตึงของสายทั้งที่ตีนผี และshifter(ถ้ามี)เข้า
      ในให้สุดแล้วคลายออกมาประมาณ 1/2 รอบ
    • ใช้สายตาเล็งแนวระหว่างเฟืองจอกกี้กับยอดเฟืองเล็กสุดก่อน
      ดูว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าหากเยื้องกันให้ปรับสกรูตัว H
      ถ้าหมุน
      สกรูเข้า(ตามเข็มนาฬิกา) เฟืองจอกกี้จะขยับเข้าด้านใน 
      ถ้า
      หมุนออก(ทวนเข็มนาฬิกา) เฟืองจอกกี้จะขยับตัวออกด้าน
      นอก
      ให้ปรับคร่าวๆไปก่อน แล้วค่อยปรับให้ละเอียดในภาย
      หลัง

      การปรับให้ละเอียดนั้นจะต้องทำหลังจากติดตั้งเกียร์หน้าเรียบร้อยแล้ว โดยปรับตำแหน่งจาน
      หน้าไว้ที่จาน3หรือจานใหญ่สุด ปรับตำแหน่งเกียร์หลังไว้ที่เกียร์9  แล้วเล็งแนวระหว่างเฟือง
      จอกกี้กับยอดเฟืองเกียร์9 อีกครั้ง ปรับสกรูตัวH จนกระทั่งได้แนวที่ตรงกัน
    • สอดสายเกียร์ผ่านเข้าไปในที่ยึด ใช้คีมดึงปลายสายให้ตึง จากนั้นจึงใช้หกเหลี่ยม
      5 mm ขันสกรูที่ใช้ยึดสายเกียร์จนแน่น
    • หมุนบันไดให้ล้อหลังหมุน
    • ลดตำแหน่งเกียร์หลังด้วยshifterจากเกียร์ 9 -->8 ดูว่าเกียร์เปลี่ยนในทันทีหรือไม่
      • ถ้าหากว่าเกียร์ไม่ยอมลดตำแหน่งลง หรือเปลี่ยนไปแล้วแต่มีแนวโน้มว่าจะ
        กลับมาอยู่ที่เกียร์9อย่างเดิม
        ซึ่งจะสังเกตได้จากเสียงหรือการกระโดดของโซ่
        กลับมายังตำแหน่งเดิม แสดงว่าสายเกียร์หย่อนเกินไป  ให้
        หมุนตัวเร่งความ
        ตึงออก
        จนกระทั่งเกียร์เปลี่ยนตำแหน่งตามต้องการหรือเสียงเงียบลง
      • ถ้าเกียร์ลดตำแหน่งลงไปยังเกียร์8ได้ แต่มีแนวโน้มว่าจะลดตำแหน่งไปยัง
        เกียร์7เอง
        ซึ่งจะสังเกตได้จากเสียงหรือการกระโดดของโซ่ แสดงว่าสายเกียร์
        ตึงเกินไป ให้
        หมุนตัวเร่งความตึงเข้า  จนกระทั่งเกียร์หยุดท่าทีที่จะเปลี่ยน
        เองหรือเสียงเงียบลง

        ปกติแล้วสายเกียร์ที่ตึงไปหรือหย่อนไปเล็กน้อยนั้นอาจจะไม่เห็นผลได้ชัดในช่วงแรกๆ   แต่เมื่อลดเกียร์ไปจนถึงเกียร์
        4 หรือเกียร์ 3 แล้วจะสังเกตอาการได้ชัดกว่า   เพราะจะสะสมความคลาดเคลื่อนจนถึงจุดที่แสดงออกได้อย่างชัดเจน
        ก็ให้ทำการปรับหมุนตัวเร่งเข้าหรือออกแล้วแต่ปัญหา ทดสอบจนถึงเกียร์2

    • จากนั้นลดตำแหน่งเกียร์หลังจนถึงเกียร์1 ถ้า
      • ลดเกียร์ไม่ลง แสดงว่าตีนผีไม่สามารถขยับตัวเข้าไป
        ด้านในได้อีก ให้
        คลายสกรูตัวLที่ตีนผีออกมา (ทวน
        เข็มนาฬิกา)
        ทีละน้อย จนสามารถลดเกียร์ได้พอดี
      • ลดเกียร์ลงได้แต่โซ่หล่นข้ามเฟืองเกียร์1 หรือมีแนว
        โน้มว่าจะไต่ข้ามเฟือง แสดงว่าตีนผีสามารถขยับตัว
        เข้าไปด้านในได้มากเกินไป ให้มาเล็งตำแหน่งเฟือง
        จอกกี้และเฟืองเกียร์1จากทางด้านหลัง แล้วจึง
        หมุน
        สกรูตัวLเข้า (ตามเข็มนาฬิกา)
          จนกระทั่งยอดเฟือง
        จอกกี้ตรงกับยอดเฟืองเกียร์1พอดี

        ( การตรวจเช็คความพอดีของสกรูตัวLนั้นจะทำเมื่อจานหน้าอยู่ในตำแหน่งจาน1
        หรือจานเล็กเสมอ )
    • ทดลองใช้มือดันขาตีนผีไปข้างหน้า(รถ) แล้วปล่อย
      กลับหลายๆครั้ง เพื่อดูระยะห่างระหว่างเฟืองจอกกี้
      กับเฟืองเกียร์1  จากนั้นจึงใช้ไขควงปาก4แฉกหมุน
      ปรับ B-tension screw ให้ยอดเฟืองจอกกี้ต่ำกว่า
      เฟืองเกียร์1 ประมาณ 1mm   
      ถ้าใกล้กันเกินไป ใน
      เวลาที่ปั่นบันไดเฟืองจอกกี้จะกระทบกับเฟืองเกียร์1
      จนเกิดเสียงรบกวน
        ให้แก้ไขโดยหมุน B-tension
      screw เข้าใน ( ตามเข็มนาฬิกา )
    • จากนั้นให้ลองไล่เกียร์ขึ้นบน ลดเกียร์ลงล่างจนทำงานคล่องทุกเกียร์

      สายเกียร์ตึงเกินไป เกียร์จะพยายามเปลี่ยนตำแหน่งไปยังตำแหน่งที่เฟืองหลังใหญ่ขึ้นเอง และเมื่อเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์จาก
      เฟืองใหญ่ไปเฟืองเล็กจะทำได้ลำบากหรือมีเสียงรบกวน

      สายเกียร์หย่อนเกินไป เมื่อเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์จากเฟืองเล็กไปยังเฟืองใหญ่ เกียร์จะไม่ยอมเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแล้วจะพยายาม
      เปลี่ยนกลับไปยังตำแหน่งเดิม แต่เมื่อเปลี่ยนตำแหน่งจากเฟืองใหญ่ลงมาเฟืองเล็กจะทำได้ง่ายหรือเกียร์จะเปลี่ยนตำแหน่งให้
      เอง

  • จากนั้นมาต่อกันที่เกียร์หน้าหรือสับจานหน้ากัน
    • หมุนตัวเร่งความตึงของสายทั้งที่shifterเข้าในให้สุดแล้วคลายออกมาประมาณ1/2
      รอบ
    • หมุนบันได เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังไปที่เกียร์ 1 หรือเฟือง
      ใหญ่สุด ดูระยะห่างระหว่างโซ่กับchain guideด้านใน แล้ว
      ปรับสกรูตัวLด้านบนตัวสับจาน
      • ถ้า หมุนเข้าในหรือตามเข็มนาฟิกา ใบสับจานจะขยับ
        ออกนอก
        (Chain guideด้านในขยับเข้าชิดกับโซ่)
      • ถ้า คลายออกหรือหมุนทวนเข็มนาฬิกา ใบสับจานจะ
        ขยับเข้าด้านใน
        (Chain guideด้านในขยับออกห่าง
        จากโซ่)

      ให้ปรับสกรูตัวLจนได้ระยะห่างระหว่างโซ่กับChain guide
      ด้านใน เท่ากับ 0-0.5mm

      จากรูปเป็นสับจานแบบรัดล่างหรือTop-swing แต่ถ้าเป็นแบบรัดบนหรือStandard link
      ตำแหน่งสกรูตัวH กับ L จะสับตำแหน่งกันกับที่แสดง

    • สอดสายเกียร์ผ่านเข้าไปในที่ยึด ใช้คีมดึงปลายสายเกียร์ให้ตึงแล้วจึงใช้หกเหลี่ยม
      5mm กวดสกรูที่ใช้ยึดสายเกียร์จนแน่น สำรวจความตึงของสายเกียร์ในส่วนที่พาด
      ผ่านเฟรม ถ้ายังหย่อนอยู่ให้ติดตั้งใหม่จนตึงพอดี
    • หมุนบันได เปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังไปที่เกียร์ 5 แล้วกด
      shifter
      เปลี่ยนตำแหน่งจานหน้าจากจานเล็กขึ้นไปยังจาน
      กลาง
      โดยกด shiferแช่ไว้จนกระทั่งโซ่เปลี่ยนตำแหน่งมา
      อยู่ที่จานกลางจึงปล่อยมือ  ถ้าหากโซ่เลื่อนขึ้นจานกลางด้วย
      ความลำบากแสดงว่าสายหย่อนเกินไป ให้หมุนตัวเร่งความ
      ตึงสายออกมาทีละ1 รอบ จนกระทั่งพอใจ (แต่อาจจะไม่พอ
      ดี!)
    • จากนั้นให้หมุนบันไดแล้วลดเกียร์หลังไปที่เกียร์1 ดูระยะ
      ห่างระหว่างโซ่กับchain guideด้านใน ปรับตัวเร่งความตึง
      สายที่shifter จนกระทั่ง
      โซ่อยู่ห่างจากchain guideด้านใน
      0 - 0.5mm
      ซึ่งจะเป็นค่าความตึงของสายเกียร์ที่ถูกต้องตาม
      ทฤษฎีที่สุด ( ดังรูป )
    • หมุนบันไดเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังไปที่เกียร์ 9 แล้วเปลี่ยนตำแหน่งจานหน้า
      จากจานกลางขึ้นไปจานใหญ่
      โดยกด shiferแช่ไว้จนกระทั่งโซ่เปลี่ยนตำแหน่ง
      มาอยู่ที่จานใหญ่แล้วจึงปล่อยมือ ถ้าหากความตึงของสายถูกต้องตั้งแต่เมื่อสักครู่
      โซ่ควรจะขึ้นไปยังจานใหญ่ได้อย่างสะดวก แต่ถ้า
      • โซ่ขึ้นจานใหญ่ด้วยความลำบากและรู้สึกฝืนๆในการกดshifter ให้คลาย
        สกรูตัวH ที่สับจานออก
        ทีละ 1/8 รอบ จนกระทั่งสามารถขึ้นจานใหญ่ได้
        อย่างราบรื่น
      • โซ่ขึ้นจานใหญ่แล้วหล่นข้ามออกไปด้านนอก หรือมีแนวโน้มว่าจะหล่น
        ให้หมุนสกรูตัวH ที่สับจานเข้าทีละ1/4 รอบ

    • หมุนบันได ลดตำแหน่งเกียร์หน้าจากจานใหญ่ลงมาจานกลางซึ่งควรจะลงมาได้
      อย่างราบรื่น ลดตำแหน่งเกียร์หลังลงไปที่เกียร์1  แล้วลดตำแหน่งเกียร์หน้าจาก
      จานกลางลงไปที่จานเล็ก  ถ้า
      • โซ่ลงจานเล็กไม่ได้หรือลงได้ไม่ดี ให้คลายสกรูตัวLที่สับจานออกทีละ1/4
        รอบ
      • โซ่หล่นข้ามจานเล็กลงไปด้านในของกระโหลก ให้ขันสกรูตัวLที่สับจานเข้า
        ทีละ1/2 รอบ  โดยสามารถเช็คจากระยะห่างระหว่างโซ่ กับ Chain guide
        ด้านใน ในตำแหน่งเกียร์ 1-1 ซึ่งควรมีค่าอยู่ในช่วง 0-0.5mm

      ความตึงของสายเกียร์หน้า อาจจะปรับให้หย่อนหรือให้ตึงกว่ากฎเกณฑ์ที่ให้ได้อีกเล็กน้อย เนื่องจากว่าการปรับแต่งสับจานหน้า
      นั้นมีความยืดหยุ่นมากกว่าการปรับเกียร์หลัง ขอเพียงปรับแต่งสกรูLและH ได้ถูกต้อง รวมไปถึงติดตั้งได้อย่างพอดี ก็จะไม่ค่อย
      มีปัญหาเรื่องโซ่หล่นข้ามจานหรือการทำงานเท่าไรนัก
จากนั้นให้ลองปรับตำแหน่งเกียร์หลังและสับจานหน้าดูว่าสามารถทำงานได้ดีทุกๆตำแหน่งหรือไม่
ถ้าหากที่ทำมาทั้งหมดถูกต้องแล้วก็ไม่ควรจะมีปัญหาใดๆ แต่ถ้าหากไม่ราบรื่นดีนักให้ลองตรวจสอบ
ย้อนหลังดูว่าขั้นตอนที่ทำมาตั้งแต่ต้นนั้นถูกต้องหรือไม่

ขอเพียงแต่มีความอดทน และค่อยๆสังเกตก็จะพบว่าการปรับแต่งเกียร์นั้นไม่ใช่เรื่องยากที่ต้องพึ่งช่าง
เลย   ขอให้โชคดีครับ


------------------------------------------------------------------------

0001[TextCounter Fatal Error: Could Not Increment Counter]
อ่านเสร็จแล้วงั้นปิดหน้านี้นะจ๊ะ