ถามๆตอบๆ
No One Knows Everything

  36359  


GI : ค่า Gear Inches - ตัวช่วยชี้วัดในการเปรียบเทียบสมรรถนะจักรยานอย่างง่ายๆ


เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  14:54:05 น.

      รูปที่ 1


      รูปที่ 2


เพื่อนๆ เคยผ่านตาบ้างใหมครับสำหรับค่า GI หรือ Gear Inches ที่เขียนไว้ใน Spec. ของจักรยานรวมทั้ง Catalog จักรยานบางรุ่น บางแบบ

ค่า GI นี้เป็นเหมือนดัชนีแบบคร่าวๆ ให้เราทราบว่าจักรยานคันนั้นมีสมรรถนะทางด้านความเร็ว ความสามารถในการใต่ทางชัน อย่างไร เพื่อที่จะสามารถนำไปเปรียบเทียบกับจักรยานคันอื่นหรือจักรยานที่เราใช้อยู่โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องของขนาดวงล้อหรือเรื่องอื่นๆ มาเกี่ยวข้องยกตัวอย่างเช่น

จักรยานเสือหมอบล้อ 700C จานหน้า 53/39 เฟืองหลัง 12 - 25 จะมีค่า GI อยู่ระหว่าง 41 - 116

จักรยานเสือภูเขา ล้อ 26 นิ้ว จานหน้า 42/32/22 เฟืองหลัง 11 - 32 จะมีค่า GI อยู่ระหว่าง 17 - 95

จักรยานพับล้อ 20 นิ้ว จานหน้า 52 ฟัน เฟืองหลัง (เฟืองเกลียว 7 ชั้น) 14 - 28 จะมีค่า GI อยู่ระหว่าง 34 - 68

จักรยานพับล้อ 20 นิ้ว จานหน้า 52 ฟัน เฟืองหลัง (เฟืองสวม 8 ชั้น) 11 - 32 จะมีค่า GI อยู่ระหว่าง 30 - 87

จักรยาน Single Speed ส่วนมากจะมีค่า GI ประมาณ 52 หรือ 55


ค่า GI ที่นิยมใช้กันเป็นส่วนมาก มักใช้ในลักษณะของเลขจำนวนเต็มที่มีการปัดเศษทศนิยม ดังนั้นในการเปรียบเทียบสมรรถนะแบบละเอียดจึงควรอ้างอิงจากค่าความเร็วที่คำนวนได้จากอัตราทดของเกียร์มากกว่านอกจากจะปรับใช้ค่า GI แบบส่วนตัวที่คำนวนเป็นสูตรวัดแบบละเอียดโดยไม่ตัดเศษทศนิยม


เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  14:56:21 น. # 1

      รูปที่ 1


ตัวเลขค่า GI ของจักรยานนี้เปรียบได้กับค่า "แรงม้า/รอบ" ของรถยนต์ ค่าตัวเลขที่น้อยก็แสดงถึงความสามารถด้านความเร็วที่ค่อนข้างต่ำของจักรยานยกตัวอย่างเช่น

- จักรยาน Single Speed ค่า GI ระดับ 52 ถึง 55 เป็นการบอกให้เราทราบว่าความเร็วที่จักรยานคันนี้ทำได้จะอยู่ที่ระดับประมาณ 15 - 25 กม./ชม. (รอบขา 60 - 100 รอบ/นาที)

ส่วนจักรยานที่มีสมรรถนะทางด้านความเร็วดีอย่างจักรยานเสือหมอบและจักรยานเสือภูเขาก็จะมีค่า GI ดังนี้

- จักรยานเสือหมอบ ล้อ 700C ค่า GI ที่เกียร์สุดท้าย (จานหน้า 52 ฟัน เฟืองหลัง 12 ฟัน) เท่ากับ 114  เป็นการบอกให้เราทราบว่าความเร็วที่จักรยานคันนี้ทำได้จะอยู่ที่ระดับประมาณ 32 - 54 กม./ชม. (รอบขา 60 - 100 รอบ/นาที)

- จักรยานเสือภูเขา ล้อ 26 นิ้ว ค่า GI ที่เกียร์สุดท้าย (จานหน้า 42 ฟัน เฟืองหลัง 11 ฟัน) เท่ากับ 93  เป็นการบอกให้เราทราบว่าความเร็วที่จักรยานคันนี้ทำได้จะอยู่ที่ระดับประมาณ 27 - 45 กม./ชม. (รอบขา 60 - 100 รอบ/นาที)

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  14:58:06 น. # 2

      รูปที่ 1


ประวัติอย่างย่อและสูตรคำนวน

ค่า GI เป็นการคำนวนสมรรถนะของจักรยานอย่างย่อโดยใช้สูตรสั้นๆ ง่ายๆ ด้วยการนำเอาอัตราทดของจักรยานมาคูณกับค่าเส้นผ่าศูนย์กลางวงล้อ (ยาง) โดยเขียนเป็นสูตรได้ดังนี้

ค่า Gear Inches = จำนวนฟันของจานหน้า % จำนวนฟันของเฟืองหลัง X เส้นผ่าศูนย์กลางวงล้อรวมยาง (ใช้ค่าวัดเป็นนิ้ว)

ค่า GI เริ่มนิยมใช้ในสมัยที่จักรยานยังเป็นระบบอัตราทดเดียว (Single Speed) ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยในการคำนวนหาค่าเปรียบเทียบระหว่างจักรยานที่มีขนาดวงล้อต่างกัน โดยใช้หลักคิดว่าเมื่อจักรยานต้นแบบ "เพนนี-ฟาร์ธิง" ที่มีล้อหน้าใหญ่-ล้อหลังเล็กปั่นฯ ได้สบาย การจะออกแบบจักรยานใหม่ซึ่งอาจจะมีล้อขนาด 20 นิ้ว 24 นิ้ว หรือ 26 นิ้วก็ควรจะปั่นฯ ได้สบายเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน ค่า GI จึงถูกนำมาใช้เพื่อเป็นตัวเปรียบเทียบ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  14:59:30 น. # 3

      รูปที่ 1


ในสมัยปัจจุบันมีความผิดเพี้ยนไปในแนวคิดเรื่องของจักรยาน Single Speed เนื่องจากความนิยมในจักรยานเสือภูเขามีมากกว่าจักรยานชนิดอื่นๆ จึงทำให้หลายคนเข้าใจเอาเองว่าจักรยานชนิด Single Speed นั้นควรจะมีอัตราทดเท่ากับ 2 : 1 เช่นหากใช้จานหน้าจำนวน 38 ฟัน เฟืองหลังก็ควรจะเป็น 18 ฟัน แต่หากนำอัตราทด 2:1 นี้ไปใช้กับจักรยานพับ Single Speed จะทำให้ค่า GI ของจักรยานล้อ 20 นิ้วเหลือเพียง GI = 39 เท่านั้นเอง (จักรยานพับล้อ 20 นิ้วจะมีค่า GI = 52 จะต้องใช้อัตราทดประมาณ 2.74) ดังนั้น ค่า GI จึงเป็นมาตรวัดสำหรับเปรียบเทียบสมรรถนะของจักรยานต่างรุ่น ต่างแบบ ต่างขนาดวงล้อได้อย่างใกล้เคียงมากกว่าการใช้มาตรวัดอย่างอื่น

ค่า GI ที่นิยมใช้อ้างอิงใน Catalog หรือ Spec. ของจักรยานนั้นบางครั้งก็มีลักษณะการอ้างอิงที่มีความคลาดเคลื่อนของตัวเลขอยู่ระดับหนึ่งคล้ายๆ กับเรื่องของรถยนต์ยกตัวอย่างเช่น

จักรยานพับ Single Speed ล้อ 20 นิ้วคันหนึ่ง อ้างอิงค่า GI ไว้ที่ 56 โดยใช้จานหน้า 45 ฟัน เฟืองหลัง 16 ฟัน ซึ่งหากคำนวนค่า GI โดยใช้ค่าเส้นผ่าศูนย์กลางตามทฤษฏี (45 % 16 X 20 = 56.25 ) จะได้ค่า GI = 56 พอดี แต่หากคำนวนโดยใช้ค่าเส้นผ่าศูนย์กลางที่แท้จริงล้อยางขนาด 20 นิ้วจะมีค่าเส้นผ่าศูนย์กลางจริงเท่ากับ 18.4 นิ้ว ดังนั้นในกรณีนี้ค่า GI ในทางปฏิบัติของจักรยานคันเดียวกันนี้จะอยู่ที่ 52 เท่านั้น(45 % 16 X 18.4 = 51.75 )

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  15:00:46 น. # 4

      รูปที่ 1


ค่า GI ในอีกแง่มุมหนึ่ง

ค่า GI นอกจากจะใช้เพื่อบ่งบอกสมรรถนะด้านความเร็วของจักรยานแล้วยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในแง่อื่นๆ อีกยกตัวอย่างเช่น

"จักรยานที่มีค่า GI เท่ากันหรือใกล้เคียงกันแสดงว่ามีสมรรถนะในด้านความเร็วใกล้เคียงกันด้วย"

-  จักรยานพับล้อ 20 นิ้ว จานหน้า 52 ฟัน เฟืองหลัง 14 ฟัน (ค่า GI = 68) จะทำความเร็วได้ใกล้เคียงกับ จักรยานเสือภูเขา ล้อ 26 นิ้ว จานหน้า 42 ฟัน เฟืองหลัง 15 ฟัน (ค่า GI = 68)

ดังนั้นเพื่อนๆ ที่มีปรับแต่งจักรยานเสือภูเขาเป็น "เสือภูเขาทางเรียบ" หรือโมฯ จักรยานพับเพื่อให้ทำความเร็วบนทางเรียบได้ก็อาจจะสามารถใช้ประโยชน์จากค่า GI เปรียบเทียบนี้เพื่อทราบสมรรถนะคร่าวๆ ของจักรยานตัวเองได้เช่นกันว่าพอจะปั่นฯ ด้วยความเร็วขนาด "ตามหลังเสือหมอบ" ได้ทันหรือไม่โดยการคำนวนหาจากค่า GI ของเกียร์สุดท้ายหรือเกียร์ที่ต้องการนำมาเปรียบเทียบความเร็ว

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  15:01:54 น. # 5

ค่า GI ในแง่ของความสามารถในการใต่ทางชัน

จักรยานที่มีความสามารถในการใต่ทางลาดชันโดยไม่รู้สึกหนักแรงในการปั่นฯ มากนัก สำหรับนักปั่นฯ ทั่วไปที่ไม่ใช่ "ขาแรง" มักจะมีค่า GI ต่ำกว่า 30 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจักรยานที่มีค่า GI ต่ำสุด = 41 อย่างจักรยานเสือหมอบจาน 39/25 จะไต่เขา "ไม่เป็น" เพียงแต่ผู้ปั่นฯ อาจจะต้องมีทักษะอย่างพอเพียงจำนวนหนึ่งในการฝึกหรือปั่นฯ ใต่เขาด้วยจักรยานที่มีค่า GI ค่อนข้างสูงกว่าปรกติสักนิดหนึ่ง

หากหันกลับไปดูค่า GI สำหรับจักรยานเสือภูเขาทั่วไปจะเห็นว่าค่า GI ระหว่าง 17 - 95 ของ จักรยานเสือภูเขา ล้อ 26 นิ้ว จานหน้า 42/32/22 เฟืองหลัง 11 - 32 นั้นค่อนข้าง "เหลือเฟือ" ในการนำไปปั่นฯ ใต่ที่สูงชันสมกับชื่อ "เสือภูเขา"

ค่า GI ในแง่ของความสามารถในด้านความเร็วบนทางเรียบ

จักรยานที่มีเกียร์ (Multi Speed) โดยส่วนมากหากไม่ได้ผลิตมาเพื่อเน้นประสิทธิภาพด้านการทำความเร็ว (สูง) บนทางเรียบก็มักจะมีค่า GI สูงสุดอยู่ที่ระหว่าง 70 - 90 อย่างเช่นจักรยานเสือภูเขาทั่วไป และจักรยานพับ ล้อ 20 นิ้ว ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อทำความเร็วสำหรับการปั่นฯ เดินทางไกลท่องเที่ยวอย่างพอเพียง แต่หากเป็นจักรยาน Road Bike สำหรับการทำความเร็ว(สูง)บนทางเรียบโดยเฉพาะอย่างจักรยานเสือหมอบแล้วค่า GI สูงสุดมักจะอยู่ที่ระดับ 100 + ขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  15:02:33 น. # 6

ค่า GI สำหรับจักรยาน Single Speed

สำหรับจักรยานชนิดเกียร์เดียว - Single Speed จุดมุ่งหมายหรือแนวคิดของจักรยานประเภทนี้จะอยู่ที่ความสะดวกสบาย รู้สึก "เบาแรง" ในการปั่นจักรยานโดยมีข้อจำกัดอยู่ว่าควรจะเป็นการใช้งานจักรยานบนพื้นราบเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งช่วงความเร็วที่จักรยานสามารถทำได้มักจะอยู่ที่ 15 - 25 กม./ชม. ที่รอบขาตั้งแต่ 60 รอบ/นาที ไปถึง 100 รอบขา/นาที ซึ่งเป็นรอบขาและความเร็วที่คนทั่วไปสามารถทำได้โดยไม่รู้สึกว่าปั่นฯ แล้วกินแรงหรือเหนื่อยง่าย แม้ว่าจะเป็นรอบขาและความเร็วที่ดูเหมือนจะ "ธรรมดาๆ " สำหรับชาวเสือฯ ผู้ชำนาญจักรยาน แต่ด้วยความเร็วและรอบขาระดับที่ "ปั่นฯ (นาน) เท่าไรก็ไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อย" จึงทำให้จักรยาน Single Speed สามารถทำสถิติระยะทางในการเดินทางไกลได้อย่าง "ไม่น่าเชื่อ" ในระยะเวลา 1 วัน ดังเช่นตัวอย่างต่อไปนี้

ด.ช.11 ขวบห่วงแม่ ปั่นจักรยานบุกกรุง !!
http://webboard.mthai.com/52/2007-07-26/336777.html

เฒ่านักปั่นทางไกลตัวจริง “ฮัมเบอร์”ยุคสงครามโลก ตะลุยข้ามจังหวัดเป็นว่าเล่น
http://www.thaibike.com/news/read.php?id=16

จักรยาน Single Speed มักมีค่า GI ค่าใดค่าหนึ่งอยู่ระหว่าง 50 ถึงไม่เกิน 55

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  15:03:47 น. # 7

      รูปที่ 1


บทสรุป

ค่า Gear Inches เป็นเครื่องมืออย่าง่ายๆ ที่ช่วยในการเปรียบเทียบสมรรถนะของจักรยาน ทำให้เราทราบถึงขีดความสามารถของระบบเกียร์ในจักรยานคันนั้นว่ามีความสามารถในด้านการทำความเร็ว (บนทางเรียบ) เท่าใดและมีความสามารถในการใต่ทางชันระดับใด รวมไปถึงภาพรวมอย่างคร่าวๆ ของจักรยานคันนั้นในกรณีที่เป็นจักรยานแบบมีเกียร์ (Multi Speed)

ในความเป็นจริงนั้น ค่า Gear Inches ไม่สามารถใช้เป็นคำตอบที่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมดของจักรยานเนื่องจากแม้ว่าประสิทธิภาพของระบบเกียร์จะทัดเทียมกันในระหว่างจักรยาน 2 คัน แต่ก็ยังมีสิ่งอื่นที่เป็นปัจจัยให้เกิดความแตกต่างในด้านความเร็วอีกมากมายอาทิเช่น

- น้ำหนักตัวของผู้ขับขี่ / น้ำหนักรวมของจักรยาน

- ประสิทธิภาพด้านกำลัง(ขา)ของผู้ขับขี่

- ความลื่นและฝืดของดุมแต่ละชนิดที่มีค่าไม่เท่ากัน

- ความยาวของขาบันใด ซึ่งส่งผลต่อรอบขา

- ขนาดของยางซึ่งส่งผลต่อความเร็ว ความลื่นใหลในทางเรียบ และการเกาะถนนที่ดีในทางวิบาก

- ความสามารถในการทรงตัวที่ความเร็วสูงซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของจักรยาน

- ความคล่องตัวของระบบบังคับเลี้ยวซึ่งส่งผลต่อการทรงตัวที่ระดับความเร็วสูงส่วนหนึ่งด้วย ฯลฯ

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลให้จักรยานคันหนึ่งมีความแตกต่างจากจักรยานอีกคันบนความเร็วที่เท่าเทียมกัน ค่า Gear Inches เป็นแค่เพียงตัวชี้วัดอย่างคร่าวๆ ว่าจักรยานคันดังกล่าว "ทำได้" หรือ "ทำ(ความเร็ว)ไม่ได้" เท่านั้นเอง ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นในการทำความเร็วนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิมของจักรยานคันนั้น ความสามารถในการปรับแต่งจักรยานและฝีมือของผู้ขับขี่เองอีกด้วย

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  15:07:04 น. # 8

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับคำว่า Gear Inches สามารถหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเวปต่างๆ เหล่านี้ครับ

Gear inches - Wikipedia, the free encyclopedia
http://en.wikipedia.org/wiki/Gear_inches

Gear Inches - How to Calculate and Uses
http://www.inlandempirecycling.com/Cycling/calculate_gear_inch_chart.htm

Bicycle Touring 101: Selecting the best gearing for your touring ...
http://www.bicycletouring101.com/BikeGearing.htm

Interactive Gear-Inch Calculator
http://www.bicyclesource.com/bike/gear/

Gear Inch Calculator
http://www.recumbents.com/WISIL/gearinches.asp

เสือแก่
Member


เข้าร่วม : 06 พ.ย. 48
เปิดกระทู้ : 3 ครั้ง
ให้ความเห็น : 260 ครั้ง
30 ก.ค. 50  17:18:06 น. # 9

เรื่อง ความรู้เชิงช่างนี่ ต้องยกให้พี่เสือSpectrum เลยครับ สุดยอด

เสือกระดาษ
Unregistered

[ 58.10.234.110 ]
30 ก.ค. 50  18:47:17 น. # 10

แจ๋วจริงๆครับ  ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกแล้ว  นับถือนับถือ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
30 ก.ค. 50  21:13:14 น. # 11

สุดยอดครับ  

สุดยอด
Unregistered

[ 124.157.148.232 ]
30 ก.ค. 50  21:24:54 น. # 12

      

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
30 ก.ค. 50  22:26:30 น. # 13

ขอบคุณสำหรับคำชมจากทุกท่านครับ โดยเฉพาะ อ. Lucifer และ คุณเสือแก่ ที่กรุณาแวะมาให้กำลังใจครับ

ทุเรียน
Senior Member


เข้าร่วม : 10 ต.ค. 48
เปิดกระทู้ : 41 ครั้ง
ให้ความเห็น : 761 ครั้ง
31 ก.ค. 50  13:34:42 น. # 14



เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
03 ส.ค. 50  20:31:19 น. # 15

ส่วนผมตอนนี้...ต้วมเตี้ยมอ่านครับ  สมองไม่ค่อยจะไวกับพวกตารางและตัวเลขซะแล้ว

จะพยายามเก็บความรู้ให้หมด  ขอบคุณท่านเสือ Spectrum ด้วยคนครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
04 ส.ค. 50  11:39:29 น. # 16

ค่า GI ทำให้เราเข้าใจจักรยานคันหนึ่งได้ง่ายขึ้นครับ คุณเสือแก่ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ก็เลยเก็บความรู้มาฝากกันครับ

GI ที่มีค่าตัวเลขจำนวนมากเป็นการอธิบายให้รู้แบบคร่าวๆ ว่าจักรยานคันนั้นมีประสิทธิภาพด้านความเร็ว ยกตัวอย่างเช่นจักรยานล้อเล็กขนาด 20 นิ้วหากมีค่า GI = 80 ส่วนจักรยานล้อ 26 นิ้วมีค่า GI = 70 แสดงว่าจักรยานล้อขนาด 20 นิ้วคันนั้นมีพื้นฐานที่จะทำความเร็วได้ดีกว่าจักรยานล้อ 26 นิ้วเป็นต้นครับ ถ้าเราเอาแค่ความรู้สึกมาจับส่วนมากเราก็มักจะมี Bias เสียตั้งแต่แรกแล้วว่า ล้อ 26 นิ้ว  "ดีกว่า" แต่ค่า GI จะไม่หลอกความรู้สึกเราครับ

ส่วนค่า GI น้อยๆ ก็เป็นตัวเลขที่ตรงไป ตรงมาอีกเช่นกัน หากว่าจักรยานคันหนึ่งมีค่า GI = 17 ในขณะที่อีกคันหนึ่งมีค่า GI = 30 ก็หมายความว่าคันที่มีค่า GI = 17 ใต่เขาหรือใต่ที่สูงชันได้ดีกว่าอีกคันหนึ่งครับ

ปรกติเราเทียบจักรยาน 2 คันด้วยการปั่นฯ แข่งกันซึ่งมีตัวแปรอื่นๆ เข้ามาปนอีกเยอะเช่นน้ำหนักผู้ขับขี่ที่หนักไม่เท่ากัน แรงของแต่ละคนมีมาก-น้อยไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นคำตอบก็มักจะมี Bias เยอะครับ แต่ค่า GI นั้น ตรงไป-ตรงมา ก็เลยทำให้เทียบภาพรวมของจักรยานแต่ละคันได้ง่ายหน่อยครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
04 ส.ค. 50  11:46:37 น. # 17

ขออภัยครับ จะพิมพ์ชื่อ คุณเสือน้อย กลับมือไวไปพิมพฺเป็นชื่อ คุณเสือแก่ แทนเสียนี่ครับ      

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
04 ส.ค. 50  20:53:10 น. # 18

ขอบคุณยิ่ง...อีกครั้งครับ

ช่วงนี้ผมไม่ได้ห่างหายไปไหนนะครับ  ป้วนเปี้ยนทุกวันที่กระดาน "ชวนกันไปปั่น"  ไปใช้พื้นที่เล่าเรื่องที่เคยปั่นเที่ยวครับ

ด้วยความระลึกถึง

เสือแก่
Member


เข้าร่วม : 06 พ.ย. 48
เปิดกระทู้ : 3 ครั้ง
ให้ความเห็น : 260 ครั้ง
04 ส.ค. 50  22:25:48 น. # 19

ตอนนี้ผมกำลังมอง รถพับ อยากเอามาแต่ง ไล่พวกเสือหมอบ  พี่เสือspectrum , พี่เสือน้อย  แนะนำรุ่นไหนดี  เอาแบบเจ๋งๆเลยครับ

เสือสามวา
Junior Member


เข้าร่วม : 22 ก.ย. 48
เปิดกระทู้ : 0 ครั้ง
ให้ความเห็น : 88 ครั้ง
04 ส.ค. 50  22:29:40 น. # 20

http://www.bikeloves.com/board_qa/topic_view.php?qID=8068#
ปั่นต้นฉบับhttp://www.bikeloves.com/board_qa/topic_view.php?qID=8068#
เยี่ยมมั่กกกhttp://www.bikeloves.com/board_qa/topic_view.php?qID=8068#
คารวะ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
04 ส.ค. 50  23:06:29 น. # 21

      รูปที่ 1


      รูปที่ 2


      รูปที่ 3


ก็คงเป็นรถพับระดับล้อ 20 นิ้วครับที่สามารถเอามาปรับแต่งให้ทำความเร็วพอจะไล่ทันเสือหมอบได้ อยากแนะนำให้ คุณเสือแก่ เข้าเวป http://www.dahon.com จะมีรถพับหลายแบบที่ไม่ได้มีการนำเข้ามาจำหน่ายที่บ้านเราครับ เขาจะจัดเกรดไว้เป็นรถประเภท Road หรือ Performance อย่าง Road Bike พับได้รุ่นหนึ่งที่ชื่อว่า Hammerhead เห็นว่าราคาที่ญี่ปุ่นแค่ 2 หมื่นกว่าบาทไทยเองครับ

ส่วนรถพับระดับ Performance ที่เพิ่งเข้ามาบ้านเราเห็นว่ามีโชว์ที่ร้านนครไทยเป็น DAHON รุ่น SpeedPro ครับ 24 เกียร์ เป็นเกียร์ดุม 3 เกียร์ + 8 เฟืองท้ายครับ มีเทคโนโลยีระบบกันสะเทือนล้อหน้าแบบใหม่แถมมาให้ด้วย พร้อมยาง 20 X 1.25 แบบ Hipressure ราคาค่าตัวถ้าจำไม่ผิดราวๆ 3 หมื่นกว่าครับ แฮนด์เป็นแบบที่เราชอบเรียกกันว่าแฮนด์เสือหมอบตัด(ครึ่ง) นั่นแหละครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
04 ส.ค. 50  23:13:21 น. # 22

      รูปที่ 1


      รูปที่ 2


      รูปที่ 3


แต่รถพับล้อ 20 นิ้วกับความเร็วสูงนั้นต้องฝึกทักษะและประสพการณ์พอสมควรนะครับ เนื่องจากแม้จะสามารถทำความเร็วสูงเทียบเท่าหรือทันเสือหมอบได้แต่ก็มีความอันตรายมากกว่ารถจักรยานเสือหมอบอีกครับ เนื่องจากขนาดล้อที่เล็กทำให้อุปสรรคพวกหลุม บ่อ ก้อนหินที่อาจจะไม่เป็นปัญหากับรถล้อใหญ่ แต่กับล้อ 20 นิ้วนี่ต้อง "หลบหลีก" อย่างเดียวครับ ดังนั้นสมาธิต้องดีและตาไว "มากๆ"  ครับ     

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
04 ส.ค. 50  23:54:54 น. # 23

ความจริงแล้วในเรื่องของจักรยานพับระดับ Performance ก็ยังมีตัวเด่นๆ อีกหลายยี่ห้อครับ อย่างเช่น Bikefriday ซึ่งเป็นจักรยานแนว Handmade หรือ Tailor Made คือต้อง "สั่งตัด" เท่านั้น โดยลูกค้าต้องแจ้งสัดส่วนของตัวเอง สไตล์การขับขี่ที่ชอบ สั่งไปแล้วก็รออีก 2 - 3 เดือนครับ ถ้าผมจำไม่ผิดเวปเขาก็คือ
Http://www.bikefriday.com

เจ้า Bikefriday นี่เห็นเจ้าของที่สั่งเข้ามาใช้ในเมืองไทยไม่เคยมีใครบอกว่าใช้แล้วผิดหวังสักรายครับ ส่วนใหญ่จะบอกกันว่าการทรงตัว "ดีมาก" แม้จะเอาไปใช้ในลักษณะการปั่นฯ ความเร็วสูง

อีกยี่ห้อที่ว่ากันว่าเป็นจักรยานระดับ World Class เลยก็คือ ยี่ห้อ Alex Moulton ครับ เจ้าของและผู้ผลิตเป็นวิศวกรผู้ออกแบบระบบกันสะเทือนของรถยนต์ยี่ห้อ Austin รุ่น Mini ที่โด่งดังไปทั่วโลกครับ พอมาออกแบบและผลิตจักรยานก็โด่งดังพอๆ กับรถยนต์ Austin : Mini ครับ ที่แปลกกว่าจักรยานพับอื่นๆ ก็คือยี่ห้อนี้เป็น Separate Bike ครับ ถอดน๊อตล๊อคตรงกลางลำตัวแล้วแยกออกเป็น 2 ส่วนเพื่อการขนส่งแทนการพับ และล้อก็แปลกครับเป็นล้อขนาด 17 นิ้ว ขนาดและลักษณะเดียวกับยาง HiPressure ของเสือหมอบครับ ระบบกันสะเทือนแบบ Full Sus. ตัวจักรยานหน้าตาต้องบอกว่า "ประหลาด" สำหรับผู้ที่คุ้นกับจักรยานเสือหมอบและเสือภูเขา แต่ราคายิ่งประหลาดเข้าไปใหญ่ครับ รถรุ่นเล็กที่สุดราคา 7 หมื่นบาทไทยและต้องเข้าคิวสั่งเท่านั้นครับ ส่วนรุ่นใหญ่ Full Option เห็นว่าราคาราวๆ สามแสนบาทไทยครับ

จักรยานยี่ห้อ Alex Moulton นี้เคยทำสถิติ World Record ในสนามทดสอบมาแล้วด้วยสถิติความเร็ว 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ระยะทางสักประมาณ 200 เมตร มังครับ

เล่าให้ฟังเป็นเรื่องประดับความรู้นะครับ ไม่กล้าเล่ามากนักเดี่ยวจะถูกข้อหาเว่อร์เกินไปครับส่วนรูปรถพับระดับ Performance และรถพับที่ไม่เคยเห็นหลายยี่ห้อดูภาพได้ที่กระทู้นี้ครับ

........รวมรถที่อยากมีไว้ครอบครอง...........
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=163489

อีกเวปที่รวบรวมข้อมูลเรื่องรถพับไว้มากมายหลายยี่ห้อก็ที่นี่ครับ

http://www.pubbike.com/forum/

ส่วนตรงนี้เป็นเวปวิจารณ์และทดสอบรถพับ เข้าเวปแล้วคลิกที่หัวข้อ "Bike Forum" ครับ

เวปของคุณ O'Pern เองครับ

http://www.racing-club.net/board/index.php

เสือแก่
Member


เข้าร่วม : 06 พ.ย. 48
เปิดกระทู้ : 3 ครั้ง
ให้ความเห็น : 260 ครั้ง
05 ส.ค. 50  00:42:28 น. # 24

ขอบคุณมากเลยครับ พี่เสือspectrum
ที่มองๆไว้ก็มีเจ้าSpeed proTT กับ เจ้า Mu SL เจ้า speed pro นี่ กลัวตรงเกียร์ดุมนี่แหละครับ ไม่ทราบว่าระยะว ถ้าใช้แบบหนักๆมันจะดูแลยากไหม  
ส่วนเจ้าMu SL   นี รูปร่างมันโค้งแปลกๆ ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเค้า แต่เห็นว่าน้ำหนักมันเบากว่าspeed proพอควร
   อยากจะหารุ่นที่บ้านเรามีใช้กัน สมรรถนะ ดีๆอย่างspeed pro  แต่อยากเอามาแต่งให้ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบเสือหมอบเลยครับ แฮ่ๆๆ จริงๆอยากจะup grade เจ้า Bi achi FG lite alu (ชอบมากๆๆๆ) ซึ่งถ้าได้ชุดDurace มา ก็จะเหลือ Ultegra ทั้งชุดกะว่าจะยกมาใส่รถพับที่ว่านี่แหละ ครับ

   ต้องขออภัยท่านผู้อ่านท่านอื่นซึ่งเข้ามาอ่านสาระความรู้เรื่องGI ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบมาก่อน และเห็นว่าเป็นบทความที่มีประโยชน์ มีคุณค่ามากบทความหนึ่ง  พอมาถามเรื่องรถพับในกระทู้นี้เดี๋ยวพาลไปเลยเถิดไปเป็นเรื่อเรื่องอื่นกันไปหมด  ถ้ายังไงเผื่อมีท่านผู้อ่านท่านอื่นที่สนใจเรื่องรถพับ ผมอยากจะไปที่กระทู้ใหม่เรื่องรถพับ  แต่ต้องขอเรียนเชิญพี่เสือspectrum   พี่เสือน้อย และอีกหลายๆท่านที่อาจจะมีความรู้ ประสบการณ์ เรื่องนี้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยครับ

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
05 ส.ค. 50  09:47:39 น. # 25

เรื่องรถ...ข้อยบ่ฮู้..บ่หัน  ตั้งแต่ปั่นจักรยานเล่นมา  (มาเล่นตอนหมดอารมณ์ทำงานหารายได้ซ่ะแล้ว...โฮ)  ก็มีวาสนาปั่นและใช้เฉพาะแต่กะจักรยานที่พรรคพวกเขาจัดมาให้  พรรคพวกร่วมแก้งค์เป็นกองเชียร์คบหามานานนับเกือบสามสิบปี

ตัว Bikefriday  เห็นเป็นตัวจริงของเพื่อนสนิทกันเมื่อวัยหนุ่ม  เจออีกทีวันนี้...ท่านเป็นประธาน...ซะแล้ว  ประธานกลุ่มจักรยานดอนเมือง  ผมเรียกท่านติดปาก "ท่านประธานวิริของผม"

ความดีหรือไม่ดีของเจ้า Bikefriday  เป็นอิหยัง...เสือแก่เขียนคุยได้กับท่านประธานของผม  ที่ชมรมจักรยานดอนเมือง  เปิดลิ้งค์ต่อสายกันได้สะดวกครับกับที่กระดานหน้าหลักของ  Thaimtb

ฟังจากปากท่านประธาน...ท่านวัดไซท์เสือภูเขาตัวเก่งของท่าน  สั่ง Bikefriday  ตัดให้ท่านเป็นการจำเพาะ  (แบบเผื่อช่องว่างรับพุงที่ยื่นค้ำให้เหมาะเจาะ...อันนี้แอบฮาท่านนะครับ เห็นปั่นมานานพอๆกะผม...พุงท่านไม่ยุบเลย  เลยแอบแซว   ห้ามไปฟ้องท่าน...)

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
05 ส.ค. 50  12:16:24 น. # 26

ก่อนอื่นคงต้องกล่าวขออนุญาติ อ. Lucifer และเพื่อนสมาชิกนะครับ ว่าข้อความต่อไปนี้คงจะเป็นการอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องรถพับที่ คุณเสือแก่ สอบถามมา แต่ก็จะพยายามไม่ให้กระทู้กลายพันธ์ไปเป็นเรื่องอื่นๆ นอกจากเรื่องของค่า GI ครับ

เมื่อวานนี้เรื่องที่เล่าดูจะออกไปในแนวรถ (พับ) ในอุดมคติมากไปนิดหนึ่ง วันนี้เลยขอแก้ตัวด้วยการเล่าในเชิงเทคนิคและวิชาการบ้างครับ

จริงๆ แล้วการจะปรับแต่งให้รถจักรยานพับหรือเสือภูเขาคันหนึ่งปั่นฯ ทำความเร็วไล่กวดจักรยานเสือหมอบทันนั้น จุดเริ่มต้นที่มีความเป็นไปได้เลยก็คือปรับแต่งให้ค่า GI เท่ากันหรือใกล้เคียงกับจักรยานเสือหมอบ เนื่องจากว่าจักรยานที่มีค่า GI เท่ากันจะหมายความถึง ค่า Top Speed ที่เท่ากัน รอบขาที่เหมือนกัน และออกแรงเท่ากัน โดยยังไม่นับรวมความได้เปรียบ-เสียเปรียบเรื่องอื่นๆ อย่างเช่นความสามารถในการทรงตัวที่ความเร็วสูง ขนาดของขาจานที่เหมาะสมกับผู้ขับขี่ (รถจักรยานพับมักให้ขาจาน 160 - 165 มม. เป็นขาจานติดรถมามากกว่าขาจาน 170 มม. เนื่องจากเหตุผลทางด้านกายภาพของรถ)

จักรยานเสือหมอบจานหน้า 53 ฟัน เฟืองหลัง 12 ฟันจะมีค่า GI = 116 ดังนั้นรถพับล้อ 20 นิ้ว ขนาดจานหน้า 52 ฟันจะทำให้มีค่า GI เท่ากันก็จะต้องใช้เฟืองหลังขนาด 8 ฟัน ซึ่งจะให้ค่า GI = 120 ในทางปฏิบัติดูเหมือนจะแทบมีความเป็นไปได้ค่อนข้างยาก แต่สำหรับรถจักรยานพับซึ่งใช้เกียร์ดุมระบบ Dual Drive แล้วถือว่ามีความเป็นไปได้สูงครับ

รถพับล้อ 20 นิ้วจานหน้า 52 ฟัน เฟืองหลัง 11 ฟันซึ่งเป็นเฟืองเล็กที่สุดสำหรับดุมสวมทั่วๆ ไปจะทำได้จะให้ค่า GI = 87 ซึ่งยังนับว่าห่างจากค่า GI ของจักรยานเสือหมอบอยู่มากทำให้การจะปั่นฯ ไล่ตามจักรยานเสือหมอบที่ความเร็วเดียวกันจะต้องใช้รอบขาที่สูงกว่าและเหนื่อยมากกว่าเนื่องจากจะทำให้ค่า HR สูงกว่าการปั่นฯ ที่รอบขาเดียวกัน แต่สำหรับจักรยานระบบ Dual Drive เกียร์ดุม 3 เกียร์ ที่เกียร์ 2 ของดุมจะให้ค่าอัตราทดแบบ "N(Nature)" และเกียร์ 3 ซึ่งเป็นเกียร์ " + " จะให้อัตราทดเพิ่มขึ้นประมาณ + 1.3X ดังนั้น หากจักรยานพับระบบเกียร์ Dual Drive ใช้จานหน้า 52 ฟัน เฟืองหลัง 11 ฟัน รวมกับเกียร์ 3 ในดุมจะได้อัตราทดเทียบเท่ากับจานหน้า 52 ฟัน และเฟืองหลัง 8 หรือ 9 ฟันโดยประมาณซึ่งให้ค่า GI = 120 (8 ฟัน) หรือ GI = 106 (9ฟัน) ซึ่งเป็นค่า GI ที่เทียบเท่ากับจักรยานเสือหมอบครับ

ในความเป็นจริงการจะปรับแต่งจักรยานพับสัก 1 คันให้มีประสิทธิภาพด้านความเร็วและการทรงตัวที่ดี เป็นเรื่องยุ่งยากมากครับ รถพับจึงมีลักษณะเปรียบได้กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คคือควรจะหาซื้อชนิดที่ปรับแต่งสมรรถนะเรียบร้อยมาแล้วจากโรงงานดีกว่าครับอย่างเช่นจักรยาน DAHON รุ่น Speed Pro TT ที่ผมยกตัวอย่างมา

สำหรับจักรยานพับแล้วในความเห็นส่วนตัวของผมค่อนข้างนิยมไปในลักษณะของการใช้งานปั่นฯ ท่องเที่ยวเชิง Touring หรือใช้งานทั่วๆ ไปแนว Comfort Bike มากกว่าครับ เนื่องจากการนำเอารถจักรยานพับมาปั่นฯ ใช้ความเร็วสูงแบบจักรยานเสือหมอบแม้จะมีความเป็นไปได้แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีอันตรายค่อนข้างสูงครับ เพื่อนสมาชิกที่ผมรู้จักท่านหนึ่งต้องขายจักรยานพับไปทั้งๆ ที่เสียดายว่ามัน "คล่องตัวและทำความเร็วได้ดีไม่แพ้จักรยานเสือหมอบ" เนื่องจากไปเกิดอุบัติเหตุมาจากการสะดุดลูกระนาดบนถนนช่วงทำความเร็วสูง (ประมาณ 35 - 40 กม./ชม.) ทำให้บาดเจ็บที่ลูกสะบ้า หัวเข่า (และอาจจะมีอาการกล้ามเนื้อบาดเจ็บร่วมด้วย) จนปั่นฯ จักรยานไม่ได้อยู่หลายเดือนครับ แกก็เลยต้องขายจักรยานพับทิ้งไปเพราะกลัวว่าจะอดใจ (ปั่นฯ เร็ว) ไม่ได้จนไปเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีกครั้งครับ

ในส่วนของเรื่องเกียร์ดุมเท่าที่ทราบข้อมูลบ้างเล็กน้อย มีความแข็งแรงและทนทานพอสมควรครับเนื่องจากเป็นระบบ Sealed แต่ก็ต้องดูแลระดับน้ำมันเกียร์บ้างเล็กน้อยเป็นบางระยะ เกียร์ดุมนี่ใช้ทนแต่เสียแล้วก็ซ่อมยากครับ เนื่องจากไม่มีอะไหล่และต้องการผู้ชำนาญซึ่งในบ้านเราคนที่ชำนาญระบบเกียร์ดุม (จักรยาน) มีระดับนับตัวคนได้ครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
05 ส.ค. 50  12:27:43 น. # 27

ส่วนเกียร์ดุมที่ทำมาแบบ Heavy Duty ต้องเป็นเจ้า " เกียร์ดุม Rohloff 14 speed " ตัวนี้ครับ แต่จะหาได้ยากมากๆๆๆๆ เพราะแม้กระทั่งตัวดุมเองที่จะเองมาแปลง-ปรับแต่งจักรยาน ก็ราคา (เฉพาะดุม) มากกว่า 7 หมื่นบาทไทยแล้วละครับ ลองดูรายละเอียดคร่าวๆ ที่ผมแปลไว้ในกระทู้นี้สิครับ

 เกียร์ดุม Rohloff 14 speed
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=166796

ป.ล. - เกียร์ดุมนี่ฝรั่งจะค่อนข้างนิยมมากสำหรับรถที่ใช้งานในลักษณะ Free Maintainance ซึ่งเหมาะและเข้ากันได้กับจักรยานแนว Touring ครับ

เสือแก่
Member


เข้าร่วม : 06 พ.ย. 48
เปิดกระทู้ : 3 ครั้ง
ให้ความเห็น : 260 ครั้ง
05 ส.ค. 50  21:27:16 น. # 28

ขอบคุณมากครับพี่เสือspectrum สำหรับข้อมูล
   จริงๆแล้ว กะว่าจะซื้อเอาไว้ใช้ขี่เล่นๆในเมืองแหละครับ  เอาไปทำงานบ้าง ทีนี้ที่อยากได้ระบบขับเคลื่อนที่ใกล้เคียงเสือหมอบก็เพราะกะจะ เผื่อ สำหรับบางโอกาสครับ มีสปรินทร์เล็กๆ โชว์สาวๆ (มอไซค์) หรืออาจจะใส่ท้ายรถเวลาไปเที่ยว เผื่ออยากจะขี่เล่นๆ ชมบ้านชมเมืองเค้า อย่างว่าแหละครับ คนเคยขี่และชอบเสือหมอบ  พอมีรถอีกคัน ก็อยากได้Feeling คล้ายๆกัน ตอนนี้เทใจให้ Speed Pro TT ซะแล้ว ได้ข่าวว่าทางผู้นำเข้าหันมาให้ความสนใจรถพับ คงได้มีข่าวดีไม่ช้านี้ครับ
  
   เรื่องข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจักรยานนี่ ยกให้พี่เสือspectrum เต็มๆเลยครับ
  
   ถ้ามีเวลาจะเขียนกระทู้เสือหมอบ ต่อ  วันนี้ได้หนังสือมาอีก3เล่ม น่าสนใจมากครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
05 ส.ค. 50  22:53:14 น. # 29

ถ้าจะเอาแบบเกือบไม่ต้องแต่งตอนนี้ก็คงเป็นจักรยาน HASA รุ่น F-1 ล้อ 20 นิ้วครับ เพราะเป็นรถพับตัวถังอลูฯ 20 นิ้ว  ที่ให้ระบบขับเคลื่อนของเสือหมอบมาเป็น Standard ติดรถมาเลยครับ ราคาราวๆ หมื่นสองกว่าๆ ครับ หรือหากชอบแบบเบามากๆ ด้วยก็ต้องเป็นรุ่นตัวถัง Carbon ทั้งคันราคาราวๆ 3 หรือ 4 หมื่นกว่าบาทนี่แหละครับ

ดูรายละเอียดได้ที่เวปนี้ครับ เป็นเวปผู้นำเข้าของไทยครับ

http://www.kosmikbike.com

ส่วนเวปผู้ผลิตที่ไต้หวันจะเป็น Links นี้ครับ

http://www.hasabike.com.tw/

ถ้ามีเวลาจะเขียนกระทู้เสือหมอบ ต่อ  วันนี้ได้หนังสือมาอีก 3 เล่ม น่าสนใจมากครับ

รอติดตามผลงานของ คุณเสือแก่ อยู่เช่นกันครับ

FASDAF
Unregistered

[ 61.90.141.59 ]
25 ก.ย. 50  11:39:13 น. # 30

เพิ่งเจอบทความนี้
มีประโยชน์มากครับ
และนับถือท่าน เสือ Spectrum  จริงๆ

น่าจะรวมบทความทั้งหมดเป็นเล่มนะครับ
ผมคนหนึ่งที่จะซื้อ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
25 ก.ย. 50  13:38:04 น. # 31

ขอบคุณสำหรับคำชมครับ

ส่วนเรื่องรวมเล่มยังไม่มีจังหวะเหมาะเลยครับ ระหว่างนี้ผมว่า Print หน้าเวปลงกระดาษ A4 รวมไว้อ่านเองก่อนก็น่าจะพอได้นะครับ ประหยัดเงินอีกต่างหากครับ

เสื้อสุ้ม
Unregistered

[ 124.121.23.50 ]
30 ธ.ค. 50  13:12:43 น. # 32

ขอบคุณครับท่าน

บุโรทั่ง
Member


เข้าร่วม : 11 พ.ย. 50
เปิดกระทู้ : 1 ครั้ง
ให้ความเห็น : 141 ครั้ง
02 ก.พ. 51  12:11:28 น. # 33

หากผมปรับปรุงเจ้าเสือน้อยบุโรทั่งล้อ 16 นิ้วของผม
ให้มีจานหน้า 52 ฟัน และมีเฟืองท้ายเล็กที่สุด 11 ฟันแล้ว
ค่าเกียร์อิ๊นช์ ของเกียร์สุดท้าย จะเท่ากับ 67.3 ปัดเป็น 67
เส้นผ่านศูนย์กลางล้อคำนวณที่ 14 นิ้ว (กะๆ เอา)

เทียบเท่ากับเสือภูเขาเก้าเกียร์ ที่เกียร์ 3-6 หรือ 44-17
ซึ่งมีเกียร์อิ๊นช์ 62.7 หรือ 63 ซึ่งเป็นค่าที่ใกล้เคียง

หมายถึงจะได้ความเร็วใกล้เคียงกัน ที่รอบขาเท่ากัน
ความหนักของการปั่นจะเท่ากันด้วย

ผมเข้าใจถูกไหมครับ

ป.ล. ถ้าหากว่าพี่เสือ spectrum จะจำได้
เสือน้อยบุโรทั่งของกระผม ยังไม่ตายครับ
ตอนนี้ได้ดุม 28 ซี่ สำหรับเฟืองสวมแล้ว
ตามด้วยตีนผีเสือหมอบ SORA
รอแต่ว่าจะหาเฟืองอะไรสวมเท่านั้น
คนที่ขายให้ แนะนำฝากมาว่าซี่ต้องไม่เกิน 24 ฟันครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
03 ก.พ. 51  16:20:59 น. # 34

ล้อ 16 นิ้วมักมีเส้นผ่าศูนย์กลางของยางนอกเท่ากับ 14.5 นิ้วครับ ดังนั้นในกรณีนี้เกียร์ 52/11 ก็จะมีค่า GI = 68.54 หรือ GI = 69 (ความเร็วประมาณ 30.63 กม./ชม. ที่รอบขา 90 รอบ/นาที)

ส่วนจักรยานเสือภูเขาหากเป็นยาง 26 X 1.5 นิ้ว ที่ผมใช้อยู่เส้นผ่าศูนย์กลางยาง = 24.75 นิ้วครับ ดังนั้นเกียร์ 44/17 จะมีค่า GI = 64.06 หรือ GI = 64 (ความเร็วประมาณ 27.67 กม./ชม. ที่รอบขา 90 รอบ/นาที)

เกียร์ 44/16 จะมีค่า GI = 68.06 หรือ GI = 68 (ความเร็วประมาณ 29.40 กม./ชม. ที่รอบขา 90 รอบ/นาที)

จะเห็นว่าค่า GI 69 ในจักรยานล้อ 16 นิ้ว มีค่าใกล้เคียงกับ GI 68 ในจักรยานเสือภูเขาครับ และสามารถทำความเร็วได้ใกล้เคียงกันโดยอยู่ในเงื่อนไขที่ว่า ต้องเป็นรอบขาเดียวกัน

ซึ่งในความเป็นจริงจักรยาน HASA รุ่น F-2 วงล้อ 16 นิ้วเกียร์ 52/11 ก็สามารถทำความเร็วเดินทางบนทางเรียบระดับ 30 กม./ชม. ได้อย่างที่คำนวนครับ

แต่ในเรื่องของความหนักของการปั่นฯ กลับมีปัจจัยอื่น

http://sheldonbrown.com/gain

บอกข้อมูลให้เรารู้ว่าขาจาน 170 มม. เมื่อย้ายที่มาอยู่ในจักรยานล้อ 16 นิ้วนั้นให้ผลในเรื่องความหนักแรง "ไม่เท่ากับ" ขาจาน 170 มม. ที่อยู่ในจักรยานเสือภูเขาล้อ 26 นิ้ว โดยหากเรานำค่ารัศมีวงล้อ (ล้อ 16 นิ้วมีเส้นผ่าศูนย์กลางวงล้อ = 306 มม. หรือมีรัศมีวงล้อเท่ากับ  153 มม.) มาหารด้วยค่าความยาวขาจานจะเห็นว่า ในจักรยานล้อ 16 นิ้วมีค่า Gain = 0.9 ส่วนจักรยานเสือภูเขาจะมีค่า Gain 1.76 (170/599/2)

ขาจาน(ในทางทฤษฏี) จะให้ความรู้สึก "หนัก-เบา" เท่ากับขาจาน 170 มม. ในจักรยานพับล้อ 16 นิ้ว หากเป็นจักรยานเสือภูเขาจะมีค่าความยาวขาจานประมาณ 270 มม. ดังนั้นในทางปฏิบัติขาจาน 170 มม. ในรถพับล้อ 16 นิ้วจึงมักทำรอบขาสูงๆ ไม่ค่อยได้หรือไม่ก็รู้สึก "กินแรง" มากกว่าเสือภูเขาที่ความเร็วและ GI เดียวกันครับ

นี่คืออรรถประโยชน์ของรถพับล้อ 16 นิ้วครับ หากปั่นฯ ระยะใกล้ๆ เช่น 10 หรือ 15 กม. ก็จะได้  "ความเหนื่อย" ราวกับปั่นฯ เสือภูเขามาสัก 30 - 40 กิโลฯ ครับ 5555

ป.ล. ถ้าหากว่าพี่เสือ spectrum จะจำได้ เสือน้อยบุโรทั่งของกระผม ยังไม่ตายครับ ตอนนี้ได้ดุม 28 ซี่ สำหรับเฟืองสวมแล้ว ตามด้วยตีนผีเสือหมอบ SORA รอแต่ว่าจะหาเฟืองอะไรสวมเท่านั้น คนที่ขายให้ แนะนำฝากมาว่าซี่ต้องไม่เกิน 24 ฟันครับ

ยังจำได้ครับและดีใจด้วยที่ คุณบุโรทั่ง ยังมีความตั้งใจที่จะบูรณะเจ้าล้อ 16 คันนี้ต่อไปครับ

เฟืองใหญ่ที่สุดในรถพับล้อ 16 นิ้วหากใช้เกิน 24 ฟัน ตีนผีก็แทบจะสัมผัสไปกับพื้นดินเลยครับ รวมไปถึงอัตราทดที่ "มากเกินไป" อีกต่างหาก (GI 26) เพราะ GI 30 นั้นก็ใช้สำหรับขึ้นที่ชันเช่นสะพานหรือเนินสูง ได้สบายๆ อยู่แล้วครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
03 ก.พ. 51  16:36:05 น. # 35

ป.ล. - โดยธรรมชาติและข้อจำกัดเรื่องขาจานในรถล้อ 16 นิ้วทำให้รถพับล้อ 16 นิ้วมักมีธรรมชาติออกมาในแนว "(มี)แรงบิดสูงที่ รอบ(ขา)ต่ำ" จึงเหมาะสำหรับการใช้งานระยะทางสั้นๆ ในเมือง จากการใช้งานพบว่าเป็นรถที่คล่องตัวสำหรับปั่นฯ ในเมืองเพราะ ออกตัวเร็ว ปั่นฯ ขึ้น-ลงฟุตบาทได้ง่าย แต่จะเสียเปรียบรถอื่นๆ เมื่อต้องทำเพดานความเร็วเพื่อเดินทางไกลครับ

ในทางปฏิบัติหากไม่ได้เป็นนักปั่นฯ น่องเหล็ก รถพับล้อ 16 ไม่ว่าจะมีเกียร์ (5 หรือ 6 เกียร์) หรือเป็นรถ Single Speed มักทำเพดานความเร็วเดินทางได้ไม่แตกต่างกันมากนักครับ

บุโรทั่ง
Member


เข้าร่วม : 11 พ.ย. 50
เปิดกระทู้ : 1 ครั้ง
ให้ความเห็น : 141 ครั้ง
03 ก.พ. 51  18:26:46 น. # 36

เป็นเรื่องที่ยังสับสนในหัวใจอยู่มาก
เนื่องจากแปลภาษาฝรั่งได้ยาก ประการหนึ่ง

และขัดกับความรู้สึกอีกประการหนึ่ง
ผมคิดว่าล้อเล็กๆ 16 นิ้วนั้น ควรจะออกแรงน้อยกว่า

เนื่องจากรัศมีจากศูนย์กลางถึงขอบล้อสั้นกว่าล้อใหญ่
แรงบิดที่ต้องกระทำที่ดุมล้อ หรือทอร์คนั้น จึงมีน้อยกว่า
ล้อเล็กจึงควรจะใช้แรงถีบไม่มาก

เมื่อใช้แรงถีบไม่มากแล้ว
การจะเร่งรอบขาถึงจุด 80-90 รอบต่อนาที
จึงไม่น่าเป็นเรื่องยาก

แต่ทั้งนี้มีการคำนวณที่ยังแปลและอ่านไม่ออก
อยู่ในเว็บเชลดันบราวน์เคราเก๋

ขอไปแปลอ่านทำความเข้าใจสักระยะหนึ่ง
จึงจะกลับมาแถลงกันใหม่อีกที

ขอบคุณพี่เสือสเป็คตรัมครับ

ป.ล. ถ้างั้นเฟืองอะไรดีขอรับ
กระผมได้ดุมรถดาฮอน P8 มา
เฟืองหมอบ 11-24 มีไหมครับ

kiat
Unregistered

[ 202.151.6.34 ]
04 ก.พ. 51  08:54:23 น. # 37

ขอรบกวนท่านเสือ Spectrum สักหน่อยครับ
พอดีผมได้เปลี่ยนจากเสือภูเขามาใช้ประเภท city bike วงล้อ 27 นิ้ว เพราะส่วนใหญ่จะปั่นอยู่บนถนนลาดยาง ไม่ค่อยได้ไปทางวิบาก ทีนี้มีปัญหาอยากจะรบกวนถามสักนิดครับ คือว่าเวลาใส่เกียร์จานหน้าจาน 3 แล้วจะรู้สึกว่ากินแรงมาก จานหน้า 48x36x26 เฟืองหลัง 11-32  หากในอัตราทดที่ใกล้เคียงกัน ระหว่างจานหน้าใหญ่สุดกับจานกลาง อันไหนจะกินแรงมากกว่ากันครับ หรือเท่าๆกันครับ จะได้ปรับตัวถูก พอดีมีรายการออกทัวร์ต่างจังหวัดช่วงตรุษจีนนี้ ขอบคุณครับ

บุโรทั่ง
Member


เข้าร่วม : 11 พ.ย. 50
เปิดกระทู้ : 1 ครั้ง
ให้ความเห็น : 141 ครั้ง
04 ก.พ. 51  09:59:44 น. # 38

ไม่ถือเป็นการตอบคำถามแทนคุณเสือสเป็คตรัมนะครับ

ขอร่วมวงเฉยๆ เนื่องจากยังหาการคำนวณมาอ้างอิงไม่ได้

คิดว่าจาน 3 ควรจะกินแรงมากกว่า แม้ในอัตราทดเท่ากัน
เนื่องจากต้องรับแรงจากฟันที่ขับโซ่มากกว่าจาน 2 อยู่ถึง 12 ฟัน
เพราะฉนั้น ควรจะหนักกว่า



kiat
Unregistered

[ 202.151.6.34 ]
04 ก.พ. 51  11:04:47 น. # 39

หากใช้จาน 2 กับเฟือง 8-9 จะมีปัญหากับแนวโซ่มั๊ยครับ กลัวว่าโซ่จะรับแรงบิดมากไป เพราะแนวตรงที่สุดคือ 2/5

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
04 ก.พ. 51  12:28:58 น. # 40

ความเห็นลำดับที่ 36

เป็นเรื่องที่ยังสับสนในหัวใจอยู่มาก
เนื่องจากแปลภาษาฝรั่งได้ยาก ประการหนึ่ง

และขัดกับความรู้สึกอีกประการหนึ่ง
ผมคิดว่าล้อเล็กๆ 16 นิ้วนั้น ควรจะออกแรงน้อยกว่า

โดย : บุโรทั่ง    [ 03 ก.พ. 51 18:26:46 น. ]


5555 ผมเองก็ยังสับสนอยู่นิดๆ กับทฤษฏีนี้ของ Sheldon Brown ครับ แต่ก็เห็นว่ามันมีเค้าอยู่ แม้ว่ากลับไปอ่านทฤษฏีนี้ทั้งหมดแล้วยังรู้สึกว่าเห็นด้วย "ไม่เต็มร้อย"

เรื่องของเรื่องเนื่องมาจากว่าผมมีรถล้อ 16 นิ้วที่ใช้ขาจาน 160 มม. และรถล้อ 20 นิ้วที่ใช้ขาจาน 152 มม. ซึ่งหากขาจานที่มีความยาวระดับนี้อยู่ในจักรยานเสือภูเขาแล้ว คำตอบของมันจะไปออกในแนวการทำรอบขาได้ "สูงกว่าปรกติ" (ผมใช้วิธีปั่นฯ ตามธรรมชาติ ไม่ให้รู้สึกว่าเค้นหรือฝืนแรงแล้วเอาผลที่ได้จากหน้าปัทม์มาคำนวน รอบขาและปัจจัยอื่นๆ ต่อทีหลังครับ)

แต่ในจักรยานพับทั้ง 2 คันกลับเป็นเรื่องตรงกันข้ามครับคือหากจะปั่นฯ ให้ได้ ความรู้สึกเดียวกับเสือภูเขาล้อ 26 นิ้วโดยไม่รู้สึกว่า "ฝืนปั่นฯ " หรือกินแรงมากเกินไป ระดับความเร็วที่ทำได้ในแต่ละเกียร์กลับเป็นว่าทำรอบขาได้อยู่แค่ระดับ 70 - 85 รอบ/นาที เท่านั้น ผมก็เลยมาหาคำตอบดู ที่ดูจะเข้าเค้าและมีเหตุผลรองรับก็คงเป็นทฤษฏีเรื่อง "Gain" ของ Sheldon Brown ทฤษฏีเดียวเท่านั้นครับ

ความยาวขาจานของรถล้อ 16 นิ้วที่จะให้ค่า Gain เท่ากับขาจาน 170 มม. ในรถล้อ 26 นิ้ว นั้นทางทฤษฏียาวแค่ 87 มม. เองครับ ซึ่งในทางปฏิบัติทำได้ลำบาก ด้วยเหตุผลแวดล้อมหลายประการ ดังนั้นขาจาน 152 มม. แม้ว่าจะดูสั้นแล้วแต่ก็ยังเปรียบได้กับขาจาน 175 มม. ในรถล้อ 26 นิ้วครับที่เด่นในเรื่อง "แรงบิด" สำหรับปั่นฯ ขึ้นที่ชัน ทางวิบาก ฯลฯ

เกณฑ์ในการทำความเข้าใจง่ายๆ ก็คือ

- รัศมีวงล้อของขอบ 26 นิ้วจะเท่ากับ 559 (มม.) หาร 2 เท่ากับค่า 279.5 มม. ดังนั้นขาจานที่สั้นกว่า 279.5 มม. จะช่วยให้ปั่นฯ รอบขาสูงได้ดีขึ้น ส่วนขาจานที่ยาวกว่า 279.5 มม. ก็จะมีความลำบากในการทำรอบขาสูง

- รัศมีวงล้อของขอบ 16 นิ้วจะเท่ากับ 305 (มม.) หาร 2 เท่ากับค่า 152.5 มม. ดังนั้นขาจานที่สั้นกว่า 152.5 มม. จะช่วยให้ปั่นฯ รอบขาสูงได้ดีขึ้น ส่วนขาจานที่ยาวกว่า 152.5 มม. ก็จะมีความลำบากในการทำรอบขาสูงเช่นกัน

ป.ล. ถ้างั้นเฟืองอะไรดีขอรับ กระผมได้ดุมรถดาฮอน P8 มา เฟืองหมอบ 11-24 มีไหมครับ

ถ้าผมจำไม่ผิดเฟืองเรียงของเสือหมอบจะเป็น 11- 25 (Shimano) หรือ 12 - 25 ฟัน (Sram) นี่แหละครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
04 ก.พ. 51  12:37:23 น. # 41

สวัสดี คุณ kiat ครับ

คำถามของ คุณ kiat ใน ความเห็นลำดับที่ 37 นั้น คุณบุโรทั่ง ก็มาช่วยตอบไว้แล้วใน ความเห็นลำดับที่ 38 ครับ

เกียร์ 48/16 ให้อัตราทดเท่ากับเกียร์ 36/12 แต่ในเกียร์ 48/16 นั้นจะมีฟันสัมผัสกับโซ่อยู่ 32 ฟันหรือ 32 ข้อโซ่ในขณะที่เกียร์ 36/12 จะมีฟันสัมผัสกับโซ่อยู่แค่ 24 ฟันครับทำให้เกียร์ 36/12 ดูจะกินแรงน้อยกว่าหรือพูดในอีกแง่หนึ่งก็คือประสิทธิภาพการ "ถ่ายทอดกำลัง" ของเกียร์ 48/16 อยู่ในเกณฑ์ดีกว่าเกียร์ 36/12 ครับ จีง "รับ" หรือ "ถ่ายทอดแรงถีบ" ไปได้มากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าจะรู้สึก "กินแรง" มากกว่าด้วยเช่นกันครับ

จากคำถามใน ความเห็นลำดับที่ 39 หาก คุณ kiat ต้องการใช้เกียร์แบบถนอมอายุของโซ่และเฟืองหน่อยเกียร์ที่ไม่ "โหด" นักก็คงจะเป็นเกียร์ 2/4 - 2/5 - 2/6 ครับ

หากไม่คิดอะไรมาก 2/3 และ 2/7 ก็ยังพอใช้ได้แต่ต้องดูปัจจัยอื่นเพิ่มเติมเช่นที่เกียร์ 2/3 ตีนผี "กาง" มากไปหรือไม่และมีเสียงโซ่สีกับสับจานหรือไม่ครับ เพราะหากโซ่สีกับสับจานหรือตัวถังนอกจากโซ่จะหมดอายุเร็วหรือขาดกลางทางได้ง่ายแล้วก็ยังทำอันตรายกับสับจานและตัวถังจักรยานอีกต่างหากครับ

ในเรื่อง การใช้จานหน้าที่เหมาะสม นอกจากเรื่องแนวโซ่แล้ว ผมมักคำนึงถึงตัวกำเนิดพลังงานซึ่งก็คือขาและร่างกายของเราเป็นหลักมากกว่าเรื่องอื่นครับ หากการใช้เกียร์ทำให้รู้สึกฝืนแรงมากเกินไปหรือทำให้เกิดอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้ออยู่บ่อยๆ ผมก็หลีกเลี่ยงที่จะใช้เกียร์นั้นครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
04 ก.พ. 51  12:43:24 น. # 42

แก้ไขข้อมูลใน ความเห็นลำดับที่ 34 นิดหนึ่งครับ

บอกข้อมูลให้เรารู้ว่าขาจาน 170 มม. เมื่อย้ายที่มาอยู่ในจักรยานล้อ 16 นิ้วนั้นให้ผลในเรื่องความหนักแรง "ไม่เท่ากับ" ขาจาน 170 มม. ที่อยู่ในจักรยานเสือภูเขาล้อ 26 นิ้ว โดยหากเรานำค่ารัศมีวงล้อ (ล้อ 16 นิ้วมีเส้นผ่าศูนย์กลางวงล้อ = 306 มม. หรือมีรัศมีวงล้อเท่ากับ  153 มม.) มาหารด้วยค่าความยาวขาจานจะเห็นว่า ในจักรยานล้อ 16 นิ้วมีค่า Gain = 0.9 ส่วนจักรยานเสือภูเขาจะมีค่า Gain 1.76 (170/599/2)  

ขอแก้เป็น

"บอกข้อมูลให้เรารู้ว่าขาจาน 170 มม. เมื่อย้ายที่มาอยู่ในจักรยานล้อ 16 นิ้วนั้นให้ผลในเรื่องความหนักแรง "ไม่เท่ากับ" ขาจาน 170 มม. ที่อยู่ในจักรยานเสือภูเขาล้อ 26 นิ้ว โดยหากเรานำค่ารัศมีวงล้อ (ล้อ 16 นิ้วมีเส้นผ่าศูนย์กลางวงล้อ = 305 มม. หรือมีรัศมีวงล้อเท่ากับ  152.5 มม.) มาหารด้วยค่าความยาวขาจานจะเห็นว่า ในจักรยานล้อ 16 นิ้วมีค่า Gain = 0.89 ส่วนจักรยานเสือภูเขาจะมีค่า Gain 1.64 (559/170/2) "

kiat
Unregistered

[ 202.151.6.34 ]
04 ก.พ. 51  16:22:40 น. # 43

ขอขอบคุณเสือ Spectrum มากๆครับ

เสือแพนด้า
Unregistered

[ 125.25.83.20 ]
09 ก.พ. 51  13:56:30 น. # 44

ถ้าทราบค่า GI แล้ว คำนวณรอบขากับความเร็วยังไงครับ

ขอบคุณครับ...

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
10 ก.พ. 51  12:41:06 น. # 45

GI เป็นค่าเทียบเคียงสมรรถนะของจักรยานอย่างคร่าวๆ ครับ คล้ายๆ กับเวลาเราบอกว่ารถ (ยนต์) คันหนึ่ง ขับได้เร็วตั้ง 180 กม./ชม.อาจจะไม่สื่อภาพอะไรมากเท่ากับบอกว่า รถยนต์ยี่ห้อ A มี 120 แรงม้า แต่ยี่ห้อ B มี 200 แรงม้า โดย พื้นฐาน จากเรื่องแรงม้าก็พอจะทำให้เราเดาได้ว่ารถยนต์ยี่ห้อ B นั้น "แรงกว่า" รถยนต์ยี่ห้อ A อย่างนี้เป็นต้นครับ

ค่า GI ก็คล้ายๆ กับเรื่องแรงม้าครับ คือพอเราเห็นรถล้อเล็กๆ อย่างล้อ 16 นิ้วคันหนึ่งแล้วมีคนบอกว่าเกียร์หนักที่สุดคือจานหน้าใหญ่และเฟืองหลังเล็กสุดมีค่า GI เท่ากับ 80 ก็จะทำให้เราเห็นภาพอย่างรวดเร็วว่าเจ้าล้อ 16 คันนี้สามารถเอาไปปั่นฯ ออกทริปกับเสือภูเขาได้เพราะค่า GI ที่เกียร์สุดท้ายใกล้เคียงกันทำให้ปั่นฯ ได้ความเร็วเดินทางใกล้เคียงกันครับ

ในอีกมุมหนึ่งหากเจ้าล้อ 16 คันเดิมกลายเป็นว่ามีค่า GI แค่ 48 ก็จะทำให้เราประเมินคร่าวๆ ได้ว่าหากเอาไปออกทริปทางไกลก็คงได้แต่ไล่กวดชาวบ้านเขาอยู่ข้างหลังแถว อย่างนี้เป็นต้นครับ

ส่วน เรื่องความเร็วและรอบขา คงต้องไปใช้สูตรอีกสูตรหนึ่งครับ แต่ในเรื่อง GI ก็ใช้ค่า อัตราทดของเกียร์ เป็นส่วนประกอบ ซึ่งในเรื่องของ ความเร็วและรอบขา ก็ใช้ค่าอัตราทดเกียร์เป็นองค์ประกอบเหมือนกันครับ

ค่า GI - ใช้ตัวเลขเส้นผ่าศูนย์กลางนับเป็นนิ้วซึ่งเป็นค่าในระบบอังกฤษคูณกับค่าอัตราทดของเกียร์ที่เราต้องการหาค่า GI ครับ

ส่วน ความเร็ว เป็น กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น ใช้ค่าในระบบเมตริก โดยเอา ค่าอัตราทดเกียร์ คูณด้วย เส้นรอบวงล้อ (ค่าเป็นเมตร) คูณด้วยรอบขาใน 1 นาที ต่อจากนั้นก็คูณด้วย 60 จะได้ระยะทางที่เราปั่นฯ ได้ใน 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วเอาค่า 1000 หารจะได้เป็นค่าความเร็ว = กม./ชม. ครับ

ในทางกลับกันเมื่อเรามีตัวเลขความเร็วเป็น กม./ชม. เราก็สามารถกลับสูตรเพื่อหาค่าความเร็วรอบขา/นาทีได้เช่นกันครับ

มายาทัศนา
New Member


เข้าร่วม : 19 ม.ค. 51
เปิดกระทู้ : 1 ครั้ง
ให้ความเห็น : 7 ครั้ง
13 ก.พ. 51  12:55:55 น. # 46

ขอรบกวนคุณเสือ Spectrum หน่อยครับ (อีกแล้ว)

เฟืองเกลียว 6 สปีด จะอัพเป็น เฟืองเกลียว 7 สปีด ได้ไหมครับโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากนักเพราะเฟรมผมเป็นอลูฯ กว้างประมาณ 125 mm
จากลิงค์นี้ http://sheldonbrown.com/harris/freewheels.html  ผมสนใจตัวนี้ 11 - 13 - 15 - 18 - 21 - 24 - 28 "C" Type FW726 $19.95  ถ้าได้ก็เปลี่ยน 3 อย่างนี้ใช่ไหมครับ
1. ตีนผี
2. ชิพเตอร์
3. โซ่
ถ้าอัพได้ตามที่ผมคิด เจ้าเฟืองเกลียว 7 สปีดแบบนี้มีที่ไหนขายบ้างหรือเปล่าครับ หรือว่าสั่งจากเวบนี้เลย

มายาทัศนา
New Member


เข้าร่วม : 19 ม.ค. 51
เปิดกระทู้ : 1 ครั้ง
ให้ความเห็น : 7 ครั้ง
13 ก.พ. 51  13:25:29 น. # 47

      รูปที่ 1


      รูปที่ 2


เพิ่มเติมครับ คือผมมือใหม่เพิ่งเริ่มเอาจักรยานออกไปขี่ได้ 7-8 วันแล้ว (ไม่ต่อเนื่อง) ตรุษจีนที่ผ่านมาเพิ่งได้ขี่ไกลหน่อย โดยพับใส่ท้ายรถไปขี่ที่บ้านต่างจังหวัด ขี่วันล่ะ 25 กม. ขี่อยุ่ 4 วันต่อเนื่อง วันแรก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 16.5 กม./ชม วันที่สอง 18.1 วันที่สาม 18.6 วันที่สี่ 18.9 ความจริงน่าจะได้มากกว่านี้เพราะตอนเข้า-ออก จากบ้านผ่านตลาดด้วย

รถผม จานหน้า 48 เฟืองหลัง 6 สปีด 14-28  ขาจานวัดจากจุดศุนย์กลางของ 2 รูได้ 165 mm (ไม่รู้ว่าการวัดแบบนี้ถูกหรือเปล่า) ตอนทางเรียบรู้สึกว่าฟืองท้าย 14 ที่ความเร็วประมาณ 25 กม./ชม. ยังเบาไป (ไม่มีวัดรอบขา) พอควงรอบขาเพิ่มก็หวิวๆ วืดๆ แกว่งๆ เลยคิดจะอัพเป็น 7 สปีด (เฟืองหลัง 11)   ไม่ทราบว่าวิธีคิดของผมที่จะอัพเป็นเฟือง 11 ถูกหรือเปล่า  หรือว่าหัดควงรอบขาดีกว่า ประหยัดตังค์ด้วย

ขอบคุณครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
13 ก.พ. 51  21:24:47 น. # 48

เฟืองเกลียว 6 สปีด จะอัพเป็น เฟืองเกลียว 7 สปีด ได้ไหมครับโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากนักเพราะเฟรมผมเป็นอลูฯ กว้างประมาณ 125 mm

ติดขัดตรงที่เป็นเฟรมอลูฯ นี่แหละครับ จากข้อมูลในเวป Sheldon Brown ทำให้ทราบว่าเฟรมที่จะสามารถถ่างหรือ Respace เพื่อจะใส่เฟืองที่มีจำนวนชั้นมากกว่าเดิมได้มักจะเป็นเฟรมเหล็กธรรมดาครับ แต่เฟรมอลูฯ เสี่ยงต่อการที่เฟรมจะเสียหายจากการถ่าง

ในอีกเหตุผลหนึ่ง เฟืองเกลียวมักจะมีจำนวนฟันของเฟืองใหญ่และเล็กที่สุดเท่ากันครับ เช่น

- เฟือง 5 ชั้น จะเรียง 28 - 24 - 21 - 17 - 14

- เฟือง 6 ชั้น เรียง 28 - 24 - 21 - 18 - 16 - 14

- เฟือง 7 ชั้น เรียง 28 - 24 - 22 - 20 - 18 - 16 - 14

ดังนั้นจึงไม่มีความแตกต่างในเรื่องของความเร็วสูงสุดและต่ำสุดครับ เพียงแต่จำนวนเฟืองที่มากกว่าทำให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลและสะดวกขึ้นเท่านั้นเองครับ

ในปัจจุบัน Shimano ทำเฟืองเกลียวรุ่นพิเศษเข้ามาในท้องตลาด แต่ก็ให้ความแตกต่างในด้านประสิทธิภาพไม่มากนักครับคือ

เฟือง 6 ชั้น Megarange 34 - 24 - 21 - 17 - 15 - 13

เฟือง 7 ชั้น  28 - 24 -21 - 19 - 17 - 15 - 13

ซึ่งมีเฟืองเล็กสุด 13 ฟันทำให้ได้ความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นอีก "เล็กน้อย" ครับ คือได้ความเร็วเพิ่มจากเดิมอีก + 1 ถึง + 2 กม./ชม. แต่เฟืองรุ่นนี่ออกจะหายากสักนิดหนึ่งนะครับ

ทางเลือกที่พอเป็นไปได้สำหรับกรณีนี้คือเปลี่ยนเฟืองจาก 14 - 28 ฟัน เป็นเฟือง 6 ชั้นเช่นเดิมแต่เป็น 34 - 13 ฟันครับ ผมเคยหาซื้อเฟืองที่ว่าได้จากร้าน LA Shop สาขาปากเกร็ด ครับ (เฟืองแบบนี้มีขายเฉพาะบางร้าน) ราคาประมาณ 350 บาท

หรืออาจจะเปลี่ยนจานหน้าจาก 48 ฟันเป็น 52 ฟันโดยใช้เฟืองท้ายเดิม จานหน้า 52 ฟันมีขายที่ร้านจักรยานละแวกวรจักรหลายร้านครับ ราคาประมาณ 850 บาท (ราคาเดิมก่อนปีใหม่) ส่วนมากเวลาไปหาซื้อเขาจะถามหา  "จานหน้าของรถพับ" กันครับ แต่การเปลี่ยนจานหน้าก็อาจจะมีปัญหาจุกจิกให้ต้องแก้ไขกันบ้างเหมือนกันนะครับเช่นหากแนว Chainline เปลี่ยนไปก็อาจจะมีปัญหาโซ๋ตกเวลาเปลี่ยนเกียร์ตามมาจากที่ไม่เคยมีปัญหานี้เป็นต้นครับ

อีกปัญหาหนึ่งที่มักพบกันในการดัดแปลงรถพับก็คือสามารถเพิ่มความเร็วได้แต่ "พื้นฐานการทรงตัวที่ความเร็วสูง" ของรถคันนั้นไม่ดี พูดง่ายๆ ก็คือไม่ได้ทำเอาไว้ให้ปั่นฯ เร็วๆ ครับ ดังนั้นแปลงรถให้ปั่นฯ ได้เร็วขึ้นก็อาจจะไม่มีประโยชน์หรือไม่คุ้มเท่าหารถคันใหม่ที่มีพื้นฐานดีอยู่แล้วเป็นต้นครับ

หากไม่คิดอะไรมากซ้อมรอบขาให้ดีอย่างที่ คุณมายาทัศนา พูดมาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ จากนั้นเวลาที่ความสามารถของเราพัฒนาไปมากกว่านี้ก็เปลี่ยนรถคันใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นน่าจะดีกว่าครับ

มายาทัศนา
New Member


เข้าร่วม : 19 ม.ค. 51
เปิดกระทู้ : 1 ครั้ง
ให้ความเห็น : 7 ครั้ง
13 ก.พ. 51  23:34:16 น. # 49

อ้าว.. นึกว่าใส่กันได้ เพราะเห็นเค้าเขียนไว้ว่า
7-Speed Freewheels
For frames with 126 mm or wider spacing. These will generally work on hubs made for 6-speed freewheels, sometimes with the addition of a washer or two.

แฮะๆ  ภาษาอังกฤษยิ่งไม่ค่อยแข็งแรงอยู่ด้วย นึกว่าใส่กับเฟรมที่กว้าง 126 mm. ได้เลย

kiat
Unregistered

[ 202.151.6.34 ]
14 ก.พ. 51  08:54:41 น. # 50

ขอรบกวนถามหน่อยครับ..ระหว่างเกียร์ที่มีอัตราทดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน หากปั่นระยะทางไกลๆสักร้อยกว่าโล ควรใช้เกียร์หนักรอบขาช้าๆ หรือเกียร์เบาๆรอบขาเร็วดีครับ ถึงจะปั่นให้ถึงปลายทางโดยไม่หมดแรงเสียก่อน ชอบเที่ยวไกลๆครับแต่ไม่เคยคิดลงแข่งเลย

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
14 ก.พ. 51  13:31:56 น. # 51

จากข้อมูลใน ความเห็นลำดับที่ 49 ผมเข้าใจว่าเป็นเฟืองแบบพิเศษ ซึ่งมักจะ แพงเป็นพิเศษ และใช้อุปกรณ๋เฉพาะครับ คือเฟือง 6 ชั้นนั้นใส่ได้กับตะเกียบหลังที่กว้าง 126 มม. แต่หากต้องการใช้เฟือง 7 ชั้นก็ต้องหารถที่มีตะเกียบหลัง 130 มม. หรือใช้วิธีถ่างตัวถังเอา

ในกรณีปรกติเราจะเห็นว่าเฟือง 7 ชั้นนั้น "หนากว่า" เฟือง 6 ชั้นอยู่ประมาณ 4 มม. แต่เฟือง 7 ชั้น "พิเศษ" ที่เอาไปใส่ในตะเกียบหลังกว้าง 126 มม. ได้นั้นต้อง "หนาเท่ากัน" กับเฟือง 6 ชั้น ดังนั้นจะมีผลให้ใช้ Shifter ทั่วๆ ไปที่ใช้กับเฟือง 7 ชั้นธรรมดา "ไม่ได้" ครับ ต้องสั่ง Shifter เฉพาะมาด้วย ซึ่งผมมองเห็นว่าน่าจะเป็นเรื่องแนว "ขี่ช้างจับตั๊กแตน" ครับ

ความเห็นลำดับที่ 50

ขอรบกวนถามหน่อยครับ..ระหว่างเกียร์ที่มีอัตราทดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน หากปั่นระยะทางไกลๆสักร้อยกว่าโล ควรใช้เกียร์หนักรอบขาช้าๆ หรือเกียร์เบาๆรอบขาเร็วดีครับ ถึงจะปั่นให้ถึงปลายทางโดยไม่หมดแรงเสียก่อน ชอบเที่ยวไกลๆครับแต่ไม่เคยคิดลงแข่งเลย
โดย : kiat    [ 14 ก.พ. 51 08:54:41 น. ]     [ IP:202.151.6.34 ]  


เรื่องเกียร์นี่ "ฟันธง" ลำบากครับ

เกียร์หนักที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องออกแรงถีบนี้มันสบายๆ แค่ระยะทางสั้นๆ ครับเพราะมันเหมือนการยกของหนักที่เรารู้สึกเหมือนกับว่า "เกินกำลัง" ไปแค่นิดเดียว แต่ผลของการทำซ้ำๆ อยู่เป็นเวลานานมากนั้นมันบั่นทอนกำลังและความสามารถของกล้ามเนื้อลงทีละน้อยครับ ในที่สุดกว่าเราจะรู้ตัวว่ากล้ามเนื้อล้าก็....สายไปเสียแล้วครับ

ส่วนเกียร์เบา/รอบขาเร็วๆ ในผู้ที่ไม่เคยฝึกฝนมาก่อนมีผลกับชีพจรครับ เมื่อชีพจรขึ้นสูงในเวลารวดเร็ว เจ้าของร่างกายก็เจอความเหนื่อยในเวลาอันสั้นเช่นเดียวกัน

ความสมดุลย์ของตรงนี้อยู่ที่การใช้เกียร์ที่ไม่หนักจนเกินไปและรอบขาที่ไม่สูงมากจนมีผลเร่งให้หัวใจและชีพจรทำงานหนักครับ

สำหรับระยะทางไกลๆ มากๆ ก็คงระบุไม่ได้ว่าน่าจะเป็นเกียร์ใดเกียร์หนึ่งโดยเฉพาะเนื่องจากว่าในระหว่างการเดินทางเราจะพบกับ ลมต้าน ทางขรุขระ ทางเรียบ ฯลฯ สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอด ซึ่งก็ต้องปรับเปลี่ยนและเลือกใช้เกียร์ให้เข้ากับสถานการณ์ด้วยครับ

ต้องซ้อมและทดลองที่ระยะทาง + ระยะเวลาหนึ่งแล้วจะพบคำตอบครับ

มายาทัศนา
New Member


เข้าร่วม : 19 ม.ค. 51
เปิดกระทู้ : 1 ครั้ง
ให้ความเห็น : 7 ครั้ง
14 ก.พ. 51  21:27:50 น. # 52

แฮะ..ๆ.. เข้าใจแล้วครับ แต่สังสัยหมูไม่กลัวน้ำร้อน แต่อย่างไรจะค่อยๆ ศึกษา+เตรียมการแก้ปัญหา จากที่คุณเสือ Spectrum เคยเขียนๆ เอาไว้ครับ  

ขอบคุณครับ

ปล. จักรยานคันแรกก็เป็นรถพับโลโล ซึ่งต้องปรับแต่งอะไรต่อมิอะไร สนุกดีครับได้ใช้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาผสมปนเปมั่วไปได้เรื่อยๆ  นี่ก็จะหาพับมาเล่นอีกคันแล้ว  ไม่รู้เป็นอย่างไร ไม่อยากได้คันใหญ่ๆ เหมือนชาวบ้านเค้า ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันขี่ดีกว่า

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
15 ก.พ. 51  19:57:06 น. # 53

จักรยานพับมีเสน่ห์บางอย่างที่น่าหลงใหลครับ ทั้งความสะดวกสบายในการเดินทางเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ เช่นรถไฟ รถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ฯลฯ หรืออย่างน้อยก็สะดวกในการขนส่ง พกพาไปในที่ต่างๆ ที่ไม่สามารถพาเสือภูเขาไปได้

ตั้งแต่ผมเริ่มหันมาใช้จักรยานพับสำหรับการเดินทางในเมืองก็จำได้ว่าแทบไม่เคยหันไปใช้จักรยานเสือภูเขาอีกเลย ล้อเล็กๆ แม้ว่าจะช้าไปบ้างแต่ก็ดูปลอดภัยสำหรับเส้นทางในเมือง เพราะปั่นฯ บนฟุตบาทได้คล่องตัว ไม่ต้องลงไปอยู่บนถนนให้เสียวรถยนต์เล่นครับ ซอกแซกได้ในทางแคบๆ อย่างตรอกหรือทางเดินเล็กๆ ถ้าเป็นเส้นทางในเมืองแบบไม่รีบร้อนทำเวลาผมเองก็ชอบจักรยานพับเช่นกันครับ คุณมายาทัศนา

อีกเหตุผลหนึ่งที่เป็นเรื่องสะดวกของจักรยานพับก็คือหากเราทราบว่าเส้นทางที่เราไปปั่นฯ นั้นมีรถยนต์สาธารณะตลอดเส้นทางก็แทบไม่ต้องพก ยางใน สูบลมและเครื่องมือซ่อมเลยครับ เพราะเมื่อมีปัญหาก็พับรถเก็บขึ้นรถยนต์กลับบ้านได้เลย ทำให้เบาตัวไปกับเรื่องสัมภาระเวลาปั่นฯ มากๆ ครับ

Ryan
Member


เข้าร่วม : 27 เม.ย. 51
เปิดกระทู้ : 18 ครั้ง
ให้ความเห็น : 141 ครั้ง
04 พ.ค. 51  12:05:28 น. # 54

There was great article in last months Mountain Bike Action regarding gear inches. I'll scan it and post on here.

เพื่อจะได้ MTB
Unregistered

[ 202.69.140.10 ]
19 ส.ค. 51  14:43:53 น. # 55

ขอบคุณ ท่านเสือ Spectrum รอบรู้เรื่องจักรยานจริงๆ ท่านคือใคร ?
เช่น ปัจจุบันทำอะไร ? อยู่จังหวัดไหน ? อำเภออะไร ? ประมาณนี้ เผื่อได้พบ ได้ทักทาย
ได้สวัสดี  อิอิ

จ๊าบ
Unregistered

[ 58.136.56.49 ]
01 พ.ย. 51  07:02:44 น. # 56

หาท่านเสือ Spectrumได้ไม่ยากครับ ตามนี้เลยครับ ท่าน เพื่อจะได้ MTB
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=34&t=1357&st=0&sk=t&sd=a&start=120

เสือ Spectrum (ไม่ได้ล๊อคอิน)
Unregistered

[ 58.8.146.5 ]
10 เม.ย. 52  12:51:22 น. # 57

แจ้งเพื่อนสมาชิกครับ

กระทู้มีความยาวมากจนบางครั้งผมไม่สามารถเข้ามาอ่านคำถามสุดท้ายได้หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลรบกวนตั้งเป็นกระทู้ถามใหม่ต่างหากด้วยครับ

ขอบคุณครับ

poopa_mori@hotmail.com
Unregistered

[ 111.84.44.37 ]
29 ธ.ค. 52  15:47:02 น. # 58

อาจารย์ให้ทำโครงงานเกี่ยวกับเรื่อง เส้นรอบวงขอบล้อจักรยานที่มีขนาดต่างๆส่งผลต่อเวลาในการเดินทาง ไม่ทราบว่าจะหาสูตรการทำโครงงานแบบใหนดี ช่วยคิดให้หน่อยได้ไหมคะ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
29 ธ.ค. 52  18:35:35 น. # 59

ค่อยๆ อ่าน ทำความเข้าใจ แล้วเก็บข้อมูลจากกระทู้มา ประยุกต์-ดัดแปลง ดูสิครับ จะได้ลับสมองตัวเองไปด้วยครับ

เวลาได้คะแนนจากอาจารย์คุณจะได้ภูมิใจว่างานที่ส่งไปนั้นกลั่นมาจากสมองและความคิดของคุณเอง ไม่ได้ไปลอกหรือวานให้คนอื่นทำให้ครับ

ผมหา "ข้อมูลดิบ" มาให้สำหรับเริ่มต้นนิดหน่อยครับ

ขนาดของยางและวงล้อเขาวัดกันอย่างไร  

http://www.bikeloves.com/webboard/01219.shtml

ตารางคำนวณ...เฟืองและจาน...

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=64&t=95050

เครื่องวัดรอบขาไทยประดิษฐ์ ง่ายนิดเดียว

http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=08686

เสือเด็ก
Unregistered

[ 118.172.148.11 ]
11 มิ.ย. 53  07:09:35 น. # 60

เคยเห็นท่านในtahimtbด้วย

ice402m
Unregistered

[ 58.8.103.107 ]
27 ก.ย. 53  17:54:23 น. # 62

สุดยอดเลยครับ ข้อมูลมีประโยชน์สำหรับคนที่จะโมดิฟาย
จักรยานคันเก่งด้วยครับ

ice402m
Unregistered

[ 58.8.103.107 ]
27 ก.ย. 53  18:11:49 น. # 63

สวัสดีครับผมขอรบกวนถามหน่อยครับ คือ
ผมใส่ล้อพร้อมยางขนาด( 26*1.75)แล้วหน้ายาง
ห่างจากเฟรม ประมาณ 1นิ้ว ถ้าผมจะใส่ล้อ 700c ได้ไหมครับ
ถ้าได้ขนาดของยางเท่าไหร่ครับ
ขอบคุณมากครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
27 ก.ย. 53  19:39:32 น. # 64

เสือภูเขาส่วนมากเอาวงล้อเสือหมอบมาใส่ได้อยู่แล้วครับ มีเสือฯ ที่นิยมการปั่นฯ ทางเรียบหลายท่านทำกัน ปัญหาจะอยู่ที่ระบบเบรคครับ หากเป็น V Brake ตำแหน่งขอบวงล้อที่เปลี่ยนตำแหน่งไปจะทำให้ผ้าเบรคจับขอบล้อไม่ถึง แต่ก็มีคนทำตัวแปลงออกมาขายเป็นอุปกรณ์ยี่ห้อ Mavic มังครับ ราคาล้อละประมาณ 1200 - 1500 บาทครับ ถ้าเป็น Disc Brake ก็ง่ายหน่อย แค่เอาดุมเดิมไปเปลี่ยนใส่วงล้อเสือหมอบเท่านั้นเองครับ

ใส่แล้วไม่เร็วเท่าเสือหมอบตัวจริงนะครับ ได้แค่ปั่นฯ ง่ายขึ้นเวลาเดินทางไกลเท่านั้นเองครับเพราะหน้ายางเล็กลงกว่าของเสือภูเขาครับ ยางเสือหมอบนี่ส่วนมากค่อข้างไปทางยางเล็ก อย่างเช่น 700 X 20C หรือ ที่ใช้สำหรับจักรยาน Touring ก็มี 700 X 28C ถ้าจะให้เทียบกับเสือภูเขา 26 X 1.5 นิ้ว จะมีหน้ายางประมาณ 50-559 ใหญ่กว่ายางเสือหมอบเยอะเลยครับ ของเสือหมอบใหญ่ที่สุดอยู่แถว 700 X 42C ซึ่งหายางได้ยากและมีราคาแพงครับ เส้นละราวๆ 1000 - 1500 บาทขึ้นไปครับ

พูดง่ายๆ คือแปลงวงล้อและยางเป็นเสือหมอบนี่ เพิ่มเงินอีกเล็กน้อยก็ได้เสือหมอบคันใหม่แล้วละครับ

fuse
Unregistered

[ 180.183.147.99 ]
29 เม.ย. 54  13:12:03 น. # 65

ขอคำสรุปได้ไหมครับ ว่า ระหว่างเสือหมอบกับเสือภูเขาเนี้ย คันไหนจะเหมาะสำหรับการใต่ขึ้นถนนทางชันได้ดีกว่ากันครับ

เสือ Spectrum
Member


เข้าร่วม : 25 พ.ค. 50
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 442 ครั้ง
29 เม.ย. 54  15:15:29 น. # 66

ถ้าทางชันที่คุณถามหมายถึงการปั่นฯ ขึ้นสะพาน ทั้งเสือภูเขาและเสือหมอบทำได้ทั้งคู่เป็นปรกติอยู่แล้วครับ

ส่วนการปั่นฯ (ทางเรียบ) ขึ้นเขาระยะทางยาวๆ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและความสามารถส่วนบุคคล ในระดับมือสมัครเล่น เสือภูเขาจะปั่นฯ ขึ้นเขาง่ายกว่า แต่ก็ไปได้ด้วยความเร็วที่ช้ากว่าเสือหมอบครับ เสือหมอบมักจะไปได้ด้วยความเร็วที่ดีกว่า แต่ถ้าแรงไม่พอก็มี "ลงเข็น" ครับ เนื่องจากจักรยานเสือหมอบทั่วไปมักใช้จานหน้า 2 ใบจานทำให้ต้องเรียกพละกำลังมากกว่า ในขณะที่เสือภูเขามีจานหน้า 3 ใบจานเป็นปรกติอยู่แล้วก็เลยได้เปรียบกว่าในเรื่องการปั่นฯ ขึ้นที่ชันครับ

thales
New Member


เข้าร่วม : 09 ส.ค. 54
เปิดกระทู้ : 8 ครั้ง
ให้ความเห็น : 14 ครั้ง
17 ส.ค. 54  23:39:14 น. # 67



hs6lzi
Unregistered

[ 118.172.202.192 ]
21 ส.ค. 54  15:29:28 น. # 68

save แล้ว print
อพท.