ถามๆตอบๆ
No One Knows Everything

  43268  


ถามอาจารย์ลูเกี่ยวกับการดมยาสลบ


ya
Unregistered

[ 203.113.36.8 ]
18 พ.ย. 45  10:43:04 น.

อาจารย์ครับผมกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดเข่าเนื่องจากเอ็นหัวเข่าฉีกขาดจากอุบัติเหตุในการแข่งขันกีฬา ซึ่งเป็นการผ่าตัดครั้งที่ 2 แล้ว อยากเรียนถามอาจารย์ถึง ความแตกต่าง,ผลดีผลเสีย ของการดมยาสลบ กับการฉีดยาเข้าใขสันหลัง (บล็อกหลัง) ผมถูกบล็อกหลังมา 2 ครั้งแล้วเจ็บมาก ๆ เลย และหลังการผ่าตัดจะต้องนอนราบกับพื้นแบบห้ามขยับตัว 12 ชั่วโมงและผมไม่มามารถจะบังคับตัวเองให้ฉี่เองได้ ผ่าตัดครั้งนี้ผมกะจะเลือกวิธีดมยาสลบแต่ยังไม่ได้คุยกับแพทย์ ทราบว่าอาจารย์เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้จึงอยากจะปรึกษาและขอความรู้ ขอบพระคุณครับ


ป๋าลู
Senior Member


เข้าร่วม : 24 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 53 ครั้ง
ให้ความเห็น : 2277 ครั้ง
18 พ.ย. 45  11:52:30 น. # 1

ผมคงจะไม่สามารถชี้นำว่าคุณควรจะเลือกวิธีใด วิธีหนึ่ง โดยเฉพาะ แต่ผมจะสาธยายกรรมวิธี และข้อดี ข้อเสีย ระหว่าง 2 วิธีนี้ให้คุณทราบ

1. การดมยาสลบ หรือ General anesthesia
โดยวิธีนี้ วิสัญญีแพทย์ จะทำให้ผู้ป่วยสลบ ( สลบ มีระดับที่ลึกกว่า"หลับ" อยู่มากโข เพราะว่า"หลับ"สามารถปลุกได้ แต่"สลบ"จะไม่มีการตอบสนองต่อการเรียก และไม่มีการรับรู้ ไม่มีการฝัน เป็นเสมือนหนังที่ฟิล์มขาด แล้วต่อฟิล์มมาดูใหม่ ) โดยการฉีดยานำสลบเข้าไปในหลอดเลือดดำ จากนั้นจะให้ยาหย่อนกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายเป็นอัมพาต แล้วจะสอดท่อช่วยหายใจ ผ่านปาก เข้าไปผ่านกล่องเสียง และไปอยู่ในหลอดลม เพื่อที่จะช่วยหายใจในระหว่างผ่าตัด เพราะระหว่างผ่าตัดนั้น กล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะเป็นอัมพาตจากยาหย่อนกล้ามเนื้อ และร่างกายจะสูญเสียความสามารถในการควบคุมการหายใจ จากผลของยาสลบ

การดมยาสลบนั้นจะอาศัยยาหลายๆตัวช่วยเกื้อหนุนกัน ได้แก่ ยานำสลบ ยาหย่อนกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด ยาดมสลบในรูปของไอระเหย เมื่อสิ้นสุดการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะให้ยาแก้ฤทธิ์ยาหย่อนกล้ามเนื้อ และรอคอยให้ยาดมสลบหมดฤทธิ์ ผู้ป่วยจะค่อยๆฟื้นคืนสติ และเริ่มหายใจเอง จากนั้นวิสัญญีแพทย์จะถอดท่อช่วยหายใจออกมาจากหลอดลม

ข้อดีของการวางยาสลบ ก็คือ
1. ผู้ป่วยไม่ต้องรับรู้ต่อเหตุการณ์ต่างๆในห้องผ่าตัด ( เหมือนหนังฟิล์มขาด ฉันใดฉันนั้น )
2. วิสัญญีแพทย์สามารถควบคุมการหายใจ และระบบไหลเวียนได้ จึงเหมาะสมสำหรับการผ่าตัดในช่องท้อง หรือในช่องอก

ข้อเสียของการวางยาสลบ จะมีมากและต้องทำใจยอมรับ เนื่องจากการใช้ยาหลายตัว และกรรมวิธีมากมาย จึงต้องมีผลข้างเคียงในลักษณะที่ต้องยอมรับ( จะเรียกว่าเป็นผลข้างเคียงที่ไม่อาจจะปฏิเสธหรือเลี่ยงได้ก็คงไม่ผิดนัก)  และไม่ถือว่าเป็นอันตราย  เนื่องจากจะหายได้เองในเวลาอันสั้น ได้แก่
1. อาการเจ็บคอ ระคายคอ หรือ เสียงแหบ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการสอดใส่ท่อช่วยหายใจผ่านเข้าไปในหลอดลม อาการนี้อาจจะพบในบางราย แต่จะไม่นานเกินกว่า 24-48ชม. ก็จะหายไปได้เอง
2. อาการคลื่นไส้ อาเจียน อันเป็นผลโดยตรงจากยาแก้ปวด และยาดมสลบ ซึ่งมักจะมีผลข้างเคียงในเรื่องของการคลื่นไส้อาเจียนอยู่ไม่มากก็น้อย
3. มีความต้องการยาแก้ปวดในช่วงหลังการผ่าตัดสูงกว่าการใช้วิธีฉีดยาชาบล๊อคไขสันหลัง
4. อาจจะมีอาการวิงเวียน มึนงง ในช่วงพักฟื้นหลังการผ่าตัด ซึ่งเกิดจากผลข้างเคียงของยาสลบ
5. มีความเสี่ยงในเรื่องของการสำลักเศษอาหารที่ขย้อนออกมาจากกระเพาะอาหารในระหว่างที่กำลังจะเริ่มดมยาสลบ ทั้งนี้ขึ้นกับว่าผู้ป่วยงดน้ำงดอาหารมานานพอหรือไม่ ในทางปฏิบัติจะต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชม. ก่อนได้รับการวางยาสลบ

-----------------------------------------------------------------------------------

2. การให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่ หรือ Regional anesthesia
วิธีที่เหมาะสมสำหรับการผ่าตัดบริเวณขาหรือสะโพก หรือ แม้แต่การผ่าตัดช่องท้องส่วนล่าง เช่นการผ่าคลอด มีกรรมวิธีในการปฏิบัติได้ 2 อย่าง ได้แก่
2.1 Epidural block เป็นการฉีดยาชาเข้าไปช่องเหนือช่องน้ำไขสันหลัง
2.2 Spinal block เป็นการฉีดยาชาเข้าไปในช่องน้ำไขสันหลัง
โดยทางปฏิบัติแล้ว จะขึ้นกับความชอบของวิสัญญีแพทย์ แต่โดยทั่วไปแล้ว การฉีดยาชาทางช่องน้ำไขสันหลัง หรือ Spinal block จะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากกว่า เพราะว่าใช้เวลาในการทำสั้นกว่า ออกฤทธิ์เร็วและแน่นอนกว่า

กรรมวิธีในการทำ ก็จะให้ผู้ป่วยนอนตะแคง ก้มหน้าเอาคางชิดออก งอสะโพก งอเข่า เอาเข่าชิดท้อง หลังงอเหมือนกุ้ง เพื่อที่จะให้ช่องระหว่างกระดูกสันหลังเปิดกว้างที่สุด วิสัญญีแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณผิวหนังที่จะฉีดยา เพื่อลดอาการเจ็บในขณะที่ปักเข็มที่จะใช้ทำการblock แต่สำหรับวิสัญญีแพทย์ที่มีความชำนาญบางท่าน อาจจะเลือกที่จะปักเข็มblockไปในทีเดียว เพราะว่าเจ็บเพียงครั้งเดียวเหมือนๆกัน นอกไปจากเข็มที่ใช้ในการบล๊อคจะมีขนาดที่เล็กมาก คือ 25G หรือ บางท่านอาจจะใช้เข็มที่เล็กว่านี้อีก คือ 27G ซึ่งเจ็บน้อยกว่าการแทงน้ำเกลือ หรือ เจาะเลือดด้วยซ้ำไป

ข้อดีของวิธีนี้
1. กล้ามเนื้อของขาจะหย่อนตัวได้ดีกว่าการวางยาสลบ ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดได้สะดวกกว่า
2. ความต้องการยาแก้ปวดในช่วงหลังผ่าตัดจะน้อยกว่าการวางยาสลบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากระบบประสาทถูกสกัดจากยาชาก่อนที่จะเกิดบาดแผล ผิดกับการวางยาสลบ ซึ่งยาสลบจะไปกดสมองไม่ให้รับรู้ความเจ็บปวด แต่ระบบประสาททั่วร่างกายยังทำงานของมันอยู่ รวมไปถึงระบบประสาทไขสันหลัง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญเกี่ยวกับความเจ็บปวดหลังผ่าตัด
3. หากผู้ป่วยกลัว หรือตื่นตระหนก ก็อาจจะให้ยานอนหลับ ( คนละชนิดกับยาสลบนะครับ )ให้หลับ เพื่อลดความกลัวลงได้

ข้อเสีย
1. หลังผ่าตัดจะขยับขาไม่ได้อยู่ประมาณ 2-4 ชม ( นับจากเริ่มวางยาชา ) ในบางรายอาจจะรู้สึกรำคาญ หรือ เมื่อยขา โดยเฉพาะในช่วงที่ยาชากำลังจะหมดฤทธ์ หรือบางคนอาจจะรู้สึกรำคาญ จากความรู้สึกเหมือนกับขาที่ยังงออยู่ หรือ ยกลอย แต่ไม่สามารถขยับขาได้
2. อาการปัสสาวะไม่ออก ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่มักจะเกิดขึ้นในช่วง 12 ชม.แรก ซึ่งมักจะได้รับการสวนสายปัสสาวะช่วย
3. อาการปวดหลัง หรือ เมื่อยหลัง อาจจะเป็นได้ในช่วงวันแรก  ทั้งนี้เนื่องจากยาชาอาจจะบล๊อคประสาทไขสันหลังในระดับที่สูงขึ้นมา ทำให้กล้ามเนื้อหลังบางส่วนเป็นอัมพาตชั่วคราว ทำให้กระดูกสันหลังถูกทำให้ผิดแนวไปได้เล็กน้อย( เนื่องจากล้ามเนื้อที่คอยพยุง อ่อนแรงลง ) ซึ่งอาการปวดหลังหรือเมื่อยหลังนี้ก็สามารถพบในการวางยาสลบได้เช่นกัน เพราะว่ากล้ามเนื้อหลังทั้งหมดจะเป็นอัมพาตจากยาหย่อนกล้ามเนื้อ ทำให้แนวของกระดูกสันหลังทั้งหมดอาจจะวางแนวผิดไปได้เล็กน้อยเช่นกัน แต่อาการนี้จะไม่เป็นแบบถาวร อีกอย่างหนึ่งมนุษย์เป็นสัตว์ที่ยืนบนขาเพียง 2 ข้าง เป็นสัตว์ยืนหลังตรง มนุษย์จึงมีโรคที่เกิดจากแรงดึงดูดของโลกอยู่อย่างน้อย 2 โรค ( ซึ่งสัตว์ที่ยืน 4 ขา ไม่เคยเป็น ) ได้แก่ ริดสีดวงทวาร และ การปวดหลัง จึงเป็นเรื่องที่คนปกติทั่วๆไปจะปวดหลังได้โดยที่ไม่ต้องถูกบล๊อคหลังมาก่อน

------------------------------------------------------------------------

เอาหละ ที่เหลือก็เป็นเรื่องที่คุณจะต้องเลือกเองแล้วครับว่าคุณจะใช้วิธีใด
สุดท้าย คุณเองก้อมีสิทธิ์จะเป็นผู้เลือกเช่นกันครับ ว่าจะเลือกใช้วิธีไหน ( สิทธิผู้ป่วยครับ ) แต่ถ้าหากให้หมอเป็นผู้เลือก ก็จะเลือกวิธีการบล๊อคไขสันหลัง เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายกว่า และมีระดับความปลอดภัยที่สูงกว่า มีความเสี่ยงต่อการสำลักน้อยกว่า และต้องการดูแลหลังการผ่าตัดในห้องพักฟื้นสั้นกว่า รวมไปถึงผู้ป่วยเองก็ต้องการยาแก้ปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่าการวางยาสลบด้วย

สุดท้ายก็คือ คุณต้องเลือกเองนะครับ

CALYPSOL
Unregistered

[ 210.203.189.62 ]
18 พ.ย. 45  15:21:43 น. # 2

อิ อิ ป๋าลูครับ แล้วเขาใช้ CALYPSOL ในขั้นตอนไหนครับ ผมอยากรู้ รู้จักกับมันมานานแล้ว อยากทราบไว้ประดับความรู้นะครับ คิดว่าหมอคงเข้าใจ ผมจะเอาไว้อธิบายแก่คนรุ่นหลัง
เดี๋ยวนี้ หันมาขี่จักรยาน สนุกกว่าเยอะ มันคือโลกแห่งความสดใส โลกแห่งความจริง

ป๋าลู
Unregistered

[ 203.151.123.9 ]
18 พ.ย. 45  18:54:51 น. # 3

calypsol® หรือ Ketalar® มีชื่อสามัญว่า Ketamine เป็นยาสลบที่ใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางหลอดเลือดดำ หรือ กล้ามเนื้อ

สมัยก่อนก็เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เหมาะสำหรับการผ่าตัดสั้นๆ เช่น เจาะหนอง จี้ฝี ขูดมดลูก ในสมัยก่อนที่ยังขาดแคลนบุคลากรทางด้านวิสัญญี Ketalarก็ถูกนำมาใช้เป็นยาสลบทำผ่าตัดไส้ติ่งก็มี ผ่าช่องท้องก็ยังมีบางคนนำมาใช้ ( เสี่ยงมากนะ )

ในปัจจุบันมียาสลบตัวอื่นๆที่ดีกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า ปลอดภัยกว่าการใช้Ketalarเยอะครับ ketamineจึงมีที่ใช้น้อยลงจนถึงกับแทบจะไม่ได้ใช้เลยถ้าหากไม่จำเป็นจริงๆ หรือหายาตัวอื่นที่เหมาะสมกว่าไม่ได้ โดยส่วนตัวผมจะใช้ketalarเป็นยาสลบในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้เท่านั้น ซึ่งก็น้อยมากครับ

ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะว่าใครหนอช่างอุตริเอามาเป็นยาK เอามาสืดเพื่อหวังผลข้างเคียงในเรื่องอาการหลอนประสาท แถมเอามาทำเสียของเสียอีก เล่นเอาเข้าเตาไมโครเวฟให้แห้งกลายเป็นผง แล้วขูดเอาสืดกัน เฮ้อออออ เสียของแท้ๆ แถมเผลอๆoverdoseตายเอาได้ง่ายๆ

ยาตัวนี้จัดเป็นยาควบคุมพิเศษครับ ตอนนี้เลยกลายเป็นยาเสพติดไปเสียอีก ทั้งๆที่มันไม่ได้เสพติดเหมือนกับเฮโรอีน หรือยาบ้า ด้วยซ้ำไป บ้าบอคอแตกจริงๆ

ถ้ายาตัวนี้เป็นยาที่ดีจริงๆหละก้อ ป่านนี้หมอดมยาคงจะตกงานกันหมดแล้วหละครับ

ว่าก็ว่าไป ยาตัวนี้มีที่ใช้ในการผ่าตัดสัตว์เสียเป็นส่วนใหญ่ครับ

DAN BB
Unregistered

[ 202.183.185.20 ]
18 พ.ย. 45  20:27:47 น. # 4

ตอนผมขาหัก วางยาเพื่อผ่าตัดโดยวิธีการการ Spinal block โดยฉีดยาเข้าสันหลัง ตอนฉีดยาไม่รู้สึกเจ็บ จำได้ว่าผมถามหมอว่าผ่าแล้วยัง เพราะช่วงล่างผมไม่รู้สึกอะไรเลย แล้วก็หลับไปจำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ด้วยว่าเขาช่วยการหายใจผมแบบไหน เพราะตื่นมาอีกทีก็ผ่าตัดเสร็จแล้ว โดนปลุกให้ตื่นทั้งๆที่อยากจะหลับต่อ ผมไม่มีอาการเจ็บคอ หรือปวดหลัง ฯลฯ เลย มีแต่ปวดแผลตอนยาหมดฤทธิ์ ในตอนดึกเท่านั้น. ตอนนี้ครบ 1 ปีแล้ว ผมกลับมาขี่จักรยานได้เหมือนเดิม แต่วิ่งไม่ได้เหมือนเดิมแล้วครับ ความบ้าบิ่นก็หายไปเยอะเลย ปีหน้าจะไปผ่าเอาเหล็กออก ต้องโดนวางยาอีกแล้ว นึกแล้วเสียว.

ป๋าลู
Senior Member


เข้าร่วม : 24 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 53 ครั้ง
ให้ความเห็น : 2277 ครั้ง
19 พ.ย. 45  10:49:36 น. # 5

หมอดมยาเขาให้ยานอนหลับฤทธิ์สั้นๆให้คุณDan ในระหว่างที่ได้รับการผ่าตัดหนะครับ คุณDanก็เลยหลับไปในช่วงสั้นๆ ถ้าไม่ให้ยานอนหลับนี่คงน่าเบื่อน่าดูเลยแหละครับ เพราะว่าถูกจับให้นอนเฉยๆ แถมกางแขนออก2ข้าง แล้วยังผูกมือไว้อีก

111
Unregistered

[ 202.133.161.58 ]
19 พ.ย. 45  16:41:22 น. # 6

มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกผมก็โดนมา2ครั้งแล้วเหมือนกัน ที่เดียวกับคุณya เลย หุหุ

ัya
Unregistered

[ 203.113.37.12 ]
19 พ.ย. 45  19:59:33 น. # 7

คุณ 111 ครับ ไม่ทราบเล่นกีฬาอะไรครับ ส่วนผมเล่นเซปัคตะกร้อเป็นตอนกระโดดขึ้นบล็อกแล้วตอนลงถึงพื้นแล้วเกิดอาการเข่าบิดทั้ง 2 ครั้งเลยเป็นทั้งเข่าซ้ายและเข่าขวา คุณ 111 ครับผลการผ่าตัดน่าพอใจไม่ครับ หลังผ่าตัดแล้วผมคงต้องเลิกเล่นแล้วหันมาขี่จักรยานอย่างเดียวเลย

111
Unregistered

[ 202.133.150.122 ]
20 พ.ย. 45  19:02:19 น. # 8

อ่อ ผมเป็เพราะตีแบดครับปกติไม่ได้ตีหรอกครับแต่ช่วงนั้นฝนตก สาเหตุที่เป็นคงคล้ายๆกับคุณyaเลยครับ กระโดดตบ ผลการผ่าตัดน่ะหรอครับเหอๆๆๆๆ ผมเป็นเข่าขวาข้างเดียวนะครับ พอผ่าครั้งแรกไปได้ประมาณ3เดือนปรากฏว่าเอ็นยืดผ่าใหม่อีกครับ ผ่าครั้งที่2ตอนนี้ก็ได้ประมาณ4เดือนฝ่าๆ แล้วครับยังเจ็บนิดหน่อยครับงอขายังไม่ได้สุด ยังไงก็ขอให้หายเร็วๆและกลับมาเล่นกีฬาที่คุณรักได้อีกนะครับ

ya
Unregistered

[ 203.113.37.13 ]
21 พ.ย. 45  08:21:59 น. # 9

คุณ 111 ครับ เอ็นยืดเนื่องจากสาเหตุอะไรครับ เป็นเอ็นเส้นที่ต่อมาหรือเป็นเอ็นเส้นใหม่ ไม่ทราบผ่ากับหมอท่านไหน โรงพยายาลไหนครับ ปกติ 4 เดือนน่าจะงอเข่าได้สุดแล้วนะ กำหนดผ่าตัดผม วันที่ 29 พ.ย.นี้ครับ ที่ รพ.ศิริราช

เสือน้อย
Unregistered

[ 203.113.36.8 ]
21 พ.ย. 45  11:53:12 น. # 10

หากป๋าลูหรือเพื่อนอื่นเข้ามาดู  โปรดช่วยให้ความกระจ่างปัญหาเอ็นหลังเข่าของเพื่อนผม  เพิ่มเติมอีกซักนิดเถอะครับ

คือเพื่อนวิ่ง  เกิดโชคร้ายขณะเดินในบ้านแล้วสะดุดวงกบประตูที่ขวางพื้นบ้านอยู่  ขมำหัวเข่าทั้งสองกระแทกพื้นคว่ำหน้าลงไปพังพาบกับพื้น  (เเพราะคุมตัวหลังสะดุดได้ไม่ดีจากความล้าสะสมที่ผ่านการวิ่งมาราธอนมาใหม่ๆ)

เมื่อเอ็กซเรย์ เจอว่าเอ็นข้างหลังเข่าซ้ายขาด  หมอบอกว่ารักษาได้สองวิธี คือหนึ่งผ่าตัดต่อเอ็น  หรือสองพักให้หายไปเอง  โดยต้องงดการวิ่งซักระยะ

เพื่อนเลือกวิธีที่สอง  ตอนนี้กลับมาวิ่งได้เหมือนเดิมแล้ว  

ที่ผมและเพื่อนสงสัย   คือลืมถามหมอไปว่า  แล้วเอ็นที่ขาดไปหน่ะ  มันต่อได้เอง  หรือปัจจุบันเพื่อนไม่มีเอ็นหลังเข่าเพราะขาดไปเสียแล้ว  หากเป็นอย่างนี้จะมีผลเสียกว่าการผ่าตัดต่อเอ็นหรือไม่ครับ

อันนี้ที่ถาม  เพื่อได้ความรู้เพิ่มเติมละครับ  แต่คงไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วกระมัง

ขอบคุณครับ

YA
Unregistered

[ 203.113.36.8 ]
21 พ.ย. 45  12:55:45 น. # 11

เรียนคุณเสือน้อย ผมคิดว่าเอ็นหลังเข่าเพื่อนคุณไม่น่าจะขาดนะเพราะว่า
1.ลักษณะการล้มแค่การสะดุดล้มแล้วคว่ำไปข้างหน้าเพราะฉะนั้นเอ็นที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักในขณะนั้นคือเอ็นหน้าเข่าที่ยึดติดกับสะบ้าหัวเข่า ปกติเอ็นเข่าจะขาดง่ายถ้ามีการปิดตัวของหัวเข่าอย่างแรงไปทางด้านข้าง
2.การเอ็กเรย์ธรรมดาจะไม่มาสารถมองเห็นเอ็นทุกชนิดได้ ยกเว้นการเอ็กเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ ถ้าเอ็กเรย์ธรรมดาแล้วหมอบอกว่าเห็นเอ็นขาดก็แปลกใจเหมือนกัน ยกเว้นหมอวินิจฉัยร่วมโดยการ ดึง ดัน โยก ดูอาการแล้วพบความผิดปกติ
เอ็นที่ขาดไปแล้วไม่มาสามารถที่จะต่อได้เองแล้วครับ แล้วถ้าเล่นกีฬาที่ไม่มีการกระแทกกระทั้น หรือกีฬาที่รุนแรง และมีการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอยู่เสมอก็สามารถวิ่งได้ เพราะผมตอนเอ็นขาดครั้งแรกประมาณ 1 อาทิตย์ผมเริ่มวิ่งจอ็กกิ้งได้แล้ว แต่ถ้ามีการบิดตัวหรือมีการหยุดกระทันหันจะรู้สึกถึงความผิดปกติได้เลย ถ้าเอ็นขาดจริงในระยะยาวปัญหาจะตามมาเยอะ เช่น เกิดอาการปาดเจ็บที่ข้อเข่าได้ง่ายแล้วจะทำให้หมอนรองกระดูกเสียหาย,ผิวกระดูก,เบ้า สึกหรอ เหมือนผมครั้งแรกกว่าจะผ่าตัดทิ้งใว้ถึง 2 ปี เนื่องจากไปหาหมอมาหลายท่าน ส่วนมากบอกเอ็นไม่ขาด ทั้งนี้และทั้งนั้นเจ้าตัวน่าจะทราบถึงความผิดปกติได้ในระดับหนึง
****หมายเหตุ ตอบจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองถึง 2 ครั้ง และจากการเคยไปอบรมเรื่องการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬามา ถ้า ปําลูเข้ามาอ่านกรุณาช่วยตอบให้ด้วยนะครับ

ป๋าลู
Senior Member


เข้าร่วม : 24 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 53 ครั้ง
ให้ความเห็น : 2277 ครั้ง
21 พ.ย. 45  13:20:15 น. # 12

ลำบากเหมือนกันครับในการให้ข้อความคิดเห็น

เพราะว่า
1. แค่การล้มอย่างเดียว มีกลไกที่เกี่ยวข้องมากครับ ไม่ว่าจะเป็นจุดที่มีการส่งแรงกระแทกผ่านมา และส่วนไหนของเข่าที่ถูกทำให้ขยับจนเกินlimitของมัน
2. ผมไม่ได้เป็นผู้ที่ทำการตรวจร่างกายให้เพื่อนคุณ จึงไม่สามารถบอกได้ครับว่าอะไรกันแน่ที่ขาด
3. คำว่า"เอ็น" ที่ได้ฟังมา ไม่ใช่คำที่มีความหมายspecificซะด้วย เพราะคำว่า"เอ็น"จริงๆนั้น หมายถึง Tendon ซึ่งเป็นส่วนที่ต่อมาจากกล้ามเนื้อไปเชื่อมเกาะกับกระดูก แต่อาจจะเป็นคำพูดหมายถึงส่วนที่เป็นพังผืดหรือligament ซึ่งเป็นส่วนของfibrous tissue ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบหรือเป็นโครงสร้างของข้อ หรือ อาจจะเป็นเพียงFascia ( ลักษณะจะเป็นเยื่อหุ้ม ) ซึ่งจะบางและอ่อนนุ่มกว่า

ถ้าหากเป็นส่วนของligamentขาด ก็ต้องดูว่าการขาดนั้นขาดแบบสมบูรณ์ ( แยกขาดออกจากกัน ) หรือการขาดบางส่วน หรือฉีกขาดในบางส่วน  

การตรวจร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนการx-rayปกติก็อาจจะสามารถช่วยการวินิจฉัยได้ ถ้าหากการฉีกขาดนั้นมีการกระชากเอาส่วนของกระดูกที่มันยึดเกาะให้หลุดออกมาด้วย ซึ่งในกรณีนี้ผมเองก็เคยเห็นในห้องผ่าตัดบ่อยๆ แต่ถ้าหากเป็นการฉีกขาดเพียงบางส่วนจะมองไม่เห็นในฟิล์มx-rayทั่วๆไป

การฉีกขาดเพียงบางส่วนนั้น จะหายเองได้ครับ ( เช่นข้อเท้าพลิกไงครับ )โดยการสร้างเนื้อเยื่อพังผึด ( fibrous tissue )มาทดแทน ส่วนความแข็งแรงจะเทียบเท่าของเดิมได้หรือไม่นั้น ก็แล้วแต่ว่าระยะเวลาที่หายนั้นนานสักเท่าไหร่ ปกติต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ในการรอให้หาย แต่ต้องรออีกเป็นหลายเดือนกว่ามันจะแข็งแรง และสามารถรับงานหนักได้อย่างเก่า ในบางจุดอาจจะต้องรอถึง 9 เดือน เพื่อให้tissue healingอย่างสมบูรณ์ ( ทั้งโครงสร้าง และความแข็งแรง ) บ่อยครั้งที่อาจจะต้องใส่เฝือกเพื่อให้ข้อนั้นๆหยุดการเคลื่อนไหวอย่างน้อย 3 สัปดาห์ เพื่อให้การหายนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์

สำหรับการฉีกขาดอย่างสมบูรณ์  คงจะต้องพึ่งการผ่าตัดครับ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ จะเกิดการผิดรูป หรือความพิการเกิดขึ้น รวมไปถึงการทำงานจะถูกจำกัดลง และสูญเสียความแข็งแรงของข้อนั้นๆ

111
Unregistered

[ 202.133.161.154 ]
21 พ.ย. 45  18:18:41 น. # 13

ตอบคุณya เส้นเอ็นของผมที่ยืดในครั้งที่2ก็คือเส้นที่ผ่าเปลี่ยนไปนั่นแหละครับ เวลา4เดือนน่าจะงอได้สุดนั้นผมไม่แน่ใจนะครับ เพราะผ่าครั้งแรก ระยะเวลาที่ใส่เฝือกและใส่ไอ่ ตัวสนับเข่า(ไม่รู้เรียกถูกป่าว)เป็นเวลา1.5เดือน แต่ครั้งที่2ของผมใส่ทั้งหมด3เดือน เพิ่มมาอีก1เท่าตัวหมอบอกว่า เนื่องจากใส่อยู่เป็นเวลานานอาจจะทำให้งอได้ช้าหน่อย
เอ่อแต่เส้นเอ็นของผมผ่า2ครั้ง เปลี่ยนเส้นใหม่ทั้ง2ครั้งนะครับ เพราะครั้งแรกมันขาดสะบั้น ครั้ง2มันยืดไม่สามารถ ใช้ได้อีก
แล้วของคุณyaเป็นในลักษณะไหนครับ ผ่าซ่อม หรือ ผ่าเปลี่ยนครับ ส่วน รพ.ที่ผมไปผ่าคือ รพ.เลิดสิน ครับ

YA
Unregistered

[ 203.113.36.6 ]
22 พ.ย. 45  09:07:33 น. # 14

ตอบ คุณ 111 เดิมผมผ่าเข่าขวา เนื่องจากเอ็นไขว้หน้าขาด(เอ็นในข้อเข่าจะมีสองเส้นคือ เอ็นไขว้หน้าและเอ็นไขว้หลัง) เมื่อผมผ่าได้ครบ 1 ปี ก็ยังรู้สึกว่าเข่ายังหลวมอยู่จึงให้หมอผ่าใหม่โดยวิธีส่องกล้องเข้าไปดูปรากฎว่าเอ็นที่ต่อใหม่ลักษณะแข็งแรงดี แต่เอ็นไขว้หลังที่ไม่ขาดตั้งแต่ตอนแรกมีอาการยืดออกและหมอนรองกระดูกเสียหายไปตั้งแต่ตอนแรกแล้ว เนื่องจากไม่ได้ทำการผ่าตัดโดยทันทีหลังจากเอ็นขาด ผมปล่อยทิ้งไว้ถึง 2 ปี ให้เข่าทำหน้าที่โดยใช้เอ็นเส้นเดี่ยว ทำให้ส่วนอื่น ๆ สึกหรอตามไปด้วย หมอแนะนำว่าต้องตัดเอ็นที่ยืดออกแล้วต่อใหม่ แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้ดีหรือเปล่าเพราะส่วนประกอบอื่น เช่น หมอนรองกระดูกตอนหนี้เหลือประมาณ 60 % เท่านั้น ผมเลยไม่ผ่าตัด แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีระดับหนึง คือประมาณ 90 %
        ตอนนี้เอ็นที่ขาดเป็นที่เข่าขวา ขาดในลักษณะเดียวกันกำหนด ผ่าตัด 29 พ.ย. นี้ ที่ รพ.ศิริราช ผลเป็นยังไงคงยังต้องลุ้นกันอีกแล้ว
        คุณ 111 ครับ ทำไมเอ็นที่ผ่าตัดมาใหม่ถึงได้ยืดได้ล่ะครับ

YA
Unregistered

[ 203.113.36.6 ]
22 พ.ย. 45  09:11:18 น. # 15

คุณ 111 ครับ แก้ไขข้อความ****ตอนนี้เอ็นที่ขาดเป็นที่เข่าขวา
                    แก้ไขเป็น            ตอนนี้เอ็นที่ขาดเป็นที่เข่าซ้าย

เสือน้อย
Unregistered

[ 203.113.36.11 ]
22 พ.ย. 45  13:18:36 น. # 16

เพื่อนๆท่านอื่นอย่าบ่นติเตียนกันนะครับ  ที่มากวนป๋าลูในหน้าถาม ตอบปัญหาจักรยานกันตรงนี้  (แต่หากนับว่า "เข่า" ก็เป็นอุปปกรณ์ภายนอกชิ้นหนึ่งของการปั่นจักรยาน  เมื่อมีปัญหา  เพื่อนๆก็คงอนุโลมให้ถามได้นะครับ..อิ..อิ)

ได้ฟังคำตอบจากเพื่อนๆและป๋าลู  แล้วก็กระจ่างในสิ่งที่สงสัยเลยละครับ  และออกจะปนๆกับรู้สึกสังเวชตัวเองไม่ได้  ว่าเวลาเจอหมอตัวจริงที่เขาตรวจรักษาและพร้อมจะอธิบายให้เราได้  ก็ไม่กล้าซักกล้าถามท่าน  เงอะๆงะๆ ไปเสียหมด  จริงๆนะครับ  ที่ผมถามป๋าลูและเพื่อนๆมานี่หนะ  เป็นคำถามที่คาใจทั้งผมและเพื่อนมานานแล้ว  นับแต่เกิดเหตุ  (ผมไปเป็นเพื่อนๆตอนพบหมอ รู้สึกผมจะคุยปรึกษากับหมอแทนเพื่อนเสียด้วยซ้ำ)

เหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นอย่างที่ป๋าลูพูดครับ  คือเพื่อนเริ่มวิ่งได้แบบลงน้ำหนักได้ไม่เต็มที่นักหลังสัปดาห์ที่สาม  แล้วกลับฟอร์มเดิมในสอง สามเดือนหลัง  แต่เพื่อนชี้ให้ดูเข่าด้านหน้าว่ารู้สึกบุ๋มลงไปหน่อยหนึง

ตอนที่ฟังหมออธิบายพร้อมเพื่อน  ท่านใช้คำว่าเอ็นหลังเข่า  (ตอนนี้ผมก็ชักไม่แน่ใจแล้วละครับว่าท่านใช้คำว่าขาด หรืออย่างอื่น)  พร้อมกับท่านแนะนำว่าหากอยากจะรู้ว่าหน้าตาของเอ็นหลังเข่าเป็นอย่างไร  ให้ไปหักกระดูกขาไก่ย่างที่เราทานดู  ท่านว่าจะเห็นเอ็นที่ไขว้กันชัดเจน  และเป็นตัวอย่างของจริงที่เหมือนกับของเรา  แต่ผมก็ยังไม่เคยทำดูครับ

ขอบพระคุณป๋าลู คุณ YA คุณ 111   และท่านอื่นที่ช่วยตอบและตั้งกระทู้  ก่อเกิดข้อคิด ข้อความรู้  และที่สำคัญ "รู้สึกอบอุ่นใจ" เป็นอย่างมากครับ

เดี๋ยวผมจะพิมพ์คำแนะนำที่ดีเหล่านี้  ไปให้เพื่อน  เพื่อเตรียมไปหาหมออีกครั้ง  เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้ซ้ำรอยคุณ YA และคุณ 111

ป.ล. ป๋าลูไม่คิดรวบรวมกระทู้การเจ็บป๋วยจากการเล่นกิฬา  เอาไว้ให้ค้นภายหลังหรือครับ  และหากไม่มีเวลา  แต่หากพอจะให้คนอื่นช่วยรวบรวมได้  ผมพอมีเวลาที่จะเป็นอาสาสมัครให้ได้  ช่วยแนะนำวิธีการช่วยมาหน่อยก็แล้วกันครับ  (ขอบเขตที่ช่วยได้  ก็คงประเภทงานพิมพ์  งานคัดแยกเรื่องหรือกระทู้นะครับ)

111
Unregistered

[ 202.133.160.72 ]
22 พ.ย. 45  17:25:06 น. # 17

เอ็นที่ผมต่อไปแล้วยืด คงต้องเรียกว่าเป็นความซวยของผม(รึเปล่า)เพราะหมอก็ บอกว่ายังไม่เคยมีใครเป็นอย่างนี้ผมเป็นเคสแรก แต่อีกประการอาจจะเป็นเพราะผมน้ำหนักตัวมากด้วยส่วนหนึ่งนะครับ ส่วนคนที่เป็นปัญหาเรื่องเข่าก็ควรไปหาหมอและถามให้กระจ่างไปเลยนะครับเพราะว่า ถ้าปล่อยไว้อาการอาจจะหนักขึ้นได้โดยเราไม่นึกถึงนะครับ อย่างผมกว่าจะผ่าก็ทิ้งไป6เดือน นึกว่าไม่น่าเป็นไรน่า แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่ เขียง เอ้ย! เตียงผ่าตัดครับ :)

hao
Unregistered

[ 210.4.154.107 ]
06 ธ.ค. 45  19:58:42 น. # 18

ผมก้อเป็นคนนึงที่เป็นแบบคุณ111 แหละตอนนี้ชี่จักรยานได้แล้ว
แต่เนื่องจากหมอนรองเข่าของผมมันขาดด้วยหลังจากที่ที่ต่อแล้ว
เหมือนมันไม่เรียบก้อเลยรู้สึกกุกๆกักๆข้างในเหมือนกัน
ขอให้คุณ111หายเร็วๆนะครับ

111
Unregistered

[ 202.133.156.42 ]
06 ธ.ค. 45  23:40:34 น. # 19

ขอบคุณมากครับ คุณ hao ตอนนี้ผมก็มีอาการ กุกๆกักๆ แบบเดียวกันเลยครับ  แต่ได้คุยกะหมอคนอื่นบอกว่าไม่น่าเป็นไรครับ คนที่ไม่เคยผ่าไม่เรียบเยอะแยะไป แล้วตอนนี้นอกจาก กุกๆ กักๆ แล้วยังมีอาการอื่นอีกป่าวครับ ผมไม่ได้ขี่มาเกือบปี น้ำหนักขึ้นมาตั้งหลายกิโล อิจฉา คุณhao จังขี่จักรยานได้แล้ว

ya
Unregistered

[ 203.113.36.13 ]
07 ธ.ค. 45  13:29:22 น. # 20

คุณ 111 และคุณ hao ครับ อาการ กุก ๆ กัก ๆ ของข้อเข่าจะเกิดขึ้นกับคนที่เคยบาดเจ็บที่เข่าเกือบทุกคน โดยเฉพาะกับคนที่หมอนรองกระดูกเสียหายด้วย แต่ผมเคยถามหมอ หมอบอกว่าไม่เป็นไหรถ้าไม่มีอาการเจ็บเมื่อเดิน หรือเล่นกีฬา วิธีดูแล คือให้พยายามสร้างกล้ามเนื้อบริเวณ รอบ ๆ เข่า ต้นขา ให้แข็งแรงอยู่เสมอ จะช่วยทดแทนในเรื่องเอ็นยืดได้ด้วย

hao
Unregistered

[ 210.4.154.21 ]
07 ธ.ค. 45  16:36:08 น. # 21

ตอนนี้เวลานั่งทำงานนานแล้วลุกขึ้นขามันจะตึงยืดไม่ออกครับ
เดินมากก้อจะเจ็บๆเสียวๆ อย่างอื่นก้อปกติดีครับ
ถูกอย่างที่คุณ YA บอกแหละครับ ตอนนี้ต้องบริหารกล้ามเนื้อรอบให้
แข็งแรงก่อนที่จะไปใช้งานหนะครับ

คุณทิวากร
Unregistered

[ 202.5.85.112 ]
31 ส.ค. 46  21:25:45 น. # 22

อยากถามคุณหมอค่ะ  คือว่าดิฉันเคยเป็นนักกีฬาเมื่อตอนสมัยมัธยม เป็นนักวิ่งคะ  แล้วตอนนี้ดิฉันก็ประกอบกิจการส่วนตัวคะ  และก็มีลูก  1  คน ก่อนที่อาการจะเกิดทุกเย็นดิฉันจะไปออกกำลังกาย ตอนแรกจะเล่นบาสอยู่ประมาณ1 สัปดาห์ และก็หันมาเต้นแอร์โรบิค สลับกับการเล่นบาส เพราะเล่นในสนามเดียวกัน  ตอนนี้ดิฉันมีอาการปวดหัวเข่าทั้งสองข้างเลย  ปวดมากเวลาเดินขึ้นลงบันได  แต่เวลาเดินจะมีอาการปกติ  ดิฉันไปหาหมอกระดูก  คุณหมอก็ให้ยามา 3  อย่างให้กินหลังอาหาร ยานี้ดิฉันมีความรู้สึกว่าแรงมาก  เพราะกินเข้าไปปั๊บก็จะมีอาการหายปวดทันที  ดิฉันอยากจะเรียนถามคุณหมอว่า  ยาที่ดิฉันทานเข้าไปจะมีผมข้างเคียงหรือเปล่า  และดิฉันควรจะทำอย่างไรเพราะดิฉันมีอาการปวดเข่าหลังจากยาที่คุณหมอให้มาหมด  ดิฉันปวดเขามา  3  เดือนแล้ว และตอนนี้ก็ยังมีอาการปวดอยู่  และอยากทราบว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร  และต้องถึงขั้นผ่าตัดหรือเปล่าค่ะ

ป๋าลู
Senior Member


เข้าร่วม : 24 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 53 ครั้ง
ให้ความเห็น : 2277 ครั้ง
01 ก.ย. 46  19:30:37 น. # 23

ยาที่ให้รับประทานนี้ก็น่าจะเป็นยาในกลุ่ม NSAID ซึ่งผมเองไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นตัวไหน  ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่หลายตัว รวมทั้งตัวใหม่ซึ่งแทบจะไม่มีผลข้างเคียงกับทางเดินอาหารเลย ( ยาในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมีผลข้างเคียงในเรื่องของอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร )  ผลข้างเคียงอื่นๆนั้น อาจจะไม่ค่อยน่าเป็นห่วงนัก ถ้าหากรับประทานในช่วงสั้นๆ

ตอนนี้ยังออกกำลังกายด้วยการเล่นบาส สลับกับ แอโรบิคอยู่อีกหรือเปล่าครับ   ผมว่าอาจจะต้องเปลี่ยนประเภทกีฬาบ้างนะครับ เพราะกีฬาที่ต้องวิ่ง กระแทกกับพื้น บ่อยครั้งที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของข้อเข่าได้

แนะนำให้ไปตรวจกับแพทย์ต่อครับ

ผ่านมา
Unregistered

[ 203.155.145.219 ]
04 ก.ย. 46  11:23:51 น. # 24

ผมก็เพิ่งผ่าเข่ามาประมาณ 1 เดือน เส้นเอ็นขาด(เล่นฟุตบอล) ตอนผ่าใช้วิธีบล๊อคหลังครับ ตอนแรกหมอเจาะแล้วใช้กล้องสอดเข้าไปตรวจภายในเข่าให้ผมนอนดูจอมอนิเตอร์ และฟังคุณหมออธิบายส่วนต่างๆภายในเข่าตัวเองเพลินดีครับเหมือนดูสารคดีเลย แต่พอเจอเอ็นเส้นใหญ่ขาดคุณหมอผ่าเปิดเลยอดดู ตอนนี้กำลังพักฟื้นคงวิ่งไม่ได้อีกหลายเดือน กำลังจะหาจักรยานมาปั่นแทน เลยมาหาข้อมูลในเวปครับ

Lu
Unregistered

[ 203.149.41.3 ]
25 มิ.ย. 47  10:26:57 น. # 25

ขอถามเรื่องเอ็นขาดด้วยค่ะ
ดิฉันตกบันไดแล้วเท้าซ้ายพลิกในลักษณะตะแคงเข้าหาลำตัว ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรมากเพราะยังเดินได้ ทิ้งไว้ 5 วัน รู้สึกว่าอาการหายช้ากว่าที่ควร เลยไปพบแพทย์กระดูก คุณหมอกดจุด 3 ตำแหน่งที่เท้า และ X-Rays ดู และบอกว่า กระดูกไม่หักแต่เส้นเอ็นที่เท้าใกล้ตาตุ่มขาด คุณหมอให้ยาแก้อักเสบมาทาน และให้ยามาทา

ดิฉันมีข้อสงสัยดังนี้คะ
1. เส้นเอ็นที่ขาดไปแล้วสามารถซ่อมแซมตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือ
2. คุณหมอบอกว่าอาการปวดจะทุเลาลงภายใน 7 วัน แต่ดิฉันพบว่าอาการปวดในวันที่5-6  ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าเดิม นี่ถือว่าเป็นอาการปกติของเส้นเอ็นขาดรึปล่าว
3. การใส่support ช่วยพยุงข้อเท้า มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ควรใส่นานแค่ไหน
4. ดิฉันควรพักการใช้เท้าในช่วงนี้หรือควรใช้งานตามปกติแต่ไม่หักโหม หรือควรเริ่มใช้งานปกติเมื่อไหร่
ขอบคุณค่ะ

ป๋าลู
Senior Member


เข้าร่วม : 24 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 53 ครั้ง
ให้ความเห็น : 2277 ครั้ง
25 มิ.ย. 47  15:42:06 น. # 26

อาการข้อเท้าพลิกนั้น  แบ่งออกได้เป็น 3 ระดับความรุนแรงคือ
1. พังผืดยึดข้อเท้าถูกยืดหรือกระชาก ทำให้เกิดการบาดเจ็บ และอักเสบ ( พังผืด = ligament , ไม่ใช่เส้นเอ็นครับ ส่วนใหญ่แล้วมักจะพูดให้เข้าใจกันง่ายๆมากกว่า ก็เลยเหมาเป็นเส้นเอ็นไปเสียหมด )
2. พังผืดมีการฉีกขาดบางส่วน
3. พังผืดมีการฉีกขาดอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะนำมาด้วยอาการข้อเท้าบิดผิดรูป

ตอบข้อสงสัยครับ

1. ถ้าหากเป้นเพียงระดับที่ 1 ถึง 2  ไม่ต้องผ่าตัดครับ  ถ้าเป็นระดับที่ 2 จะมีอาการปวดบวมช้ำเขียวรุนแรงกว่าระดับที่ 1 เยอะ แต่ยังไม่มีข้อเท้าบิดผิดรูป  ซึ่งในกรณีระดับที่2 จะต้องทำการใส่เฝือกไว้ 3 สัปดาห์
2. บอกยากครับ ไม่สามารถแนะนำได้ เนื่องจากไม่ได้เป้นคนดูแลคุณ
3. มีข้อดีอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ช่วยให้ข้อเท้าคุณขยับได้น้อยลง ก็จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น
4. โดยปกติอาการบาดเจ็บของพังผืด เอ็น หรือ กล้ามเนื้อก็ดี  มักจะใช้เวลาในการรักษาตัวเองประมาณ 3 สัปดาห์   อาการปวดของข้อก็เป็นตัวกำหนดactivityของคุณเองอยู่แล้วว่าจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหนครับ

ปล. การที่คุณใช้นามแฝงเป็นชื่อเดียวกับผมนั้น  มันมองได้ 3 อย่างนะครับ คือ คุณไม่ตั้งใจ กับ คุณตั้งใจ   หรือว่าคุณไม่ได้ถามผม

Lucifer
Unregistered

[ 203.149.37.232 ]
26 มิ.ย. 47  23:11:56 น. # 27

ขอบคุณมากๆนะคะที่ตอบข้อสงสัย  ดิฉันมีคำถามเพิ่มเติมค่ะ

1. เราจะทราบได้อย่างไรว่าพังผืดที่ยึดข้อเท้ามีการบาดเจ็บในระดับใด สามารถตรวจสอบได้เองหรือว่าแพทย์เท่านั้นจึงจะระบุอาการได้

2. ดิฉันปวดบริเวณ 3 จุด คือใต้ตาตุ่ม, ตรงตาตุ่ม และเหนือตาตุ่มเยื้องไปทางด้านหน้าขาเล็กน้อย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ ankle support รัดพอดี เลยเป็นสาเหตุให้ดิฉันสงสัยว่า ankle support จะไปขัดขวางการหมุนเวียนโลหิตทำให้หายช้าลงรึปล่าว

3. ทำไมขณะเดินจึงมีอาการปวดน้อยกว่าขณะที่นั่งบนเก้าอี้คะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ป.ล. เป็นความบังเอิญที่มีชื่อซ้ำกันค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจล้อเลียน ขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันเปลี่ยนมาใช้ชื่อเต็มดีกว่าค่ะ เพื่อป้องกันการสับสน

ป๋าลู
Senior Member


เข้าร่วม : 24 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 53 ครั้ง
ให้ความเห็น : 2277 ครั้ง
29 มิ.ย. 47  06:41:52 น. # 30

1. ทราบได้อย่างคร่าวๆ จากสภาพภายนอกหลังจากเกิดเหตุใหม่ๆ คือ ถ้าหากเป็นแค่การยืดธรรมดาในระดับที่ 1 ก็มักจะแค่ปวดตึง บวมเล็กน้อย  อาการปวดมักจะไม่ค่อยรุนแรงนัก   หากเป็นการฉีกขาดบางส่วน หรือระดับที่ 2 นั้น  ก็จะมีอาการมากขึ้น เช่น ปวดบวม ช้ำเขียว อาการปวดจะรุนแรงกว่า โดยเฉพาะเวลาที่ขยับข้อเท้า  เดินลงน้ำหนักไม่ได้ แต่ยังไม่ถึงกับมีอาการข้อเท้าผิดรูป  ซึ่งความรุนแรงในระดับ 2 นี้จะพบได้บ่อยกว่าทุกๆระดับ  และหากการฉีกขาดในระดับ3 คือ ฉีกขาดอย่างสมบูรณ์ อันนี้อาการจะรุนแรงที่สุด โดยจะพบว่ามีข้อเท้าผิดรูป หรือ ตรวจพบunstabilityของข้อเท้า

2. หน้าที่ของ ankle support คือ พยุงไว้ให้ข้อเท้ามีการขยับน้อยลงกว่าเดิม  อาการเจ็บในบริเวณดังกล่าว ก็เป็นบริเวณที่มักจะเกิดการบาดเจ็บของพังผืดอยู่แล้ว  ส่วนเรื่องการขัดขวางการไหลเวียนนั้น ก็อาจจะมีส่วนบ้าง แต่เป็นแค่การไหลเวียนในระดับผิวหนังเท่านั้น  ลองขยับตัวsupporterดูว่าช่วยเหลืออะไรเราได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากมันถูกใส่ไว้อย่างหลวมๆ มันก็คงจะแค่เตือนสติเราว่า ข้อเท้ายังบาดเจ็บอยู่  แต่ถ้ามันถูกใส่ได้อย่างแน่นหนาพอพอสมควร ข้อเท้าขยับได้น้อยลง มันก็มีประโยชน์ตามหน้าที่ของมันครับ

3. ทำไมขณะเดินถึงปวดน้อยลง  อันนี้อาจจะเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดอย่างที่คุณคิดด้วยก็ได้  เพราะเวลาที่เรานั่งห้อยขานั้น โดยธรรมชาติแล้วจะเป็นการลดปริมาณเลือดไหลกลับจากขาอยู่แล้ว  ร่วมกันกับการถูกรัดด้วยsupporter ก็จะอาจจะส่งผลให้มีอาการบวมคับกับsupporter ทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น     แต่เมื่อเดิน การเดินจะทำให้กล้ามเนื้อขยับยืดหด ส่งผลให้เพิ่มกระบวนการลำเลียงเลือดกลับสู่ร่างกายส่วนบน  ก็จะลดการบวมดังกล่าวลง อาการก็ดีขึ้น ( แต่อย่าเผลอลงน้ำหนักเต็มๆนะครับ )     วิธีลดอาการดังกล่าวก็คือ พยายามหลีกเลี่ยงการห้อยขา   หมั่นนอนยกขาสูงไว้บ้าง จะช่วยให้อาการบวม ยุบตัวลง  และถ้ามีปัญหาควรจะไปพบแพทย์ที่ให้ตรวจรักษาครับ  ผมคงจะให้คำแนะนำได้เพียงบางส่วน เนื่องจากได้ฟังแต่คำบอกเล่าของคุณเท่านั้น

ปล. ผมขออนุญาตลบข้อความก่อนหน้านี้ออกไป เนื่องจากไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสาระของกระทู้นี้นะครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
29 มิ.ย. 47  06:45:24 น. # 31

เรื่องการใช้นามแฝงซ้ำกับผมนั้น ขอให้มันผ่านๆไปก็แล้วกัน  ผมไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ   ผมเองแต่เดิมก็ใช้นามแฝงเต็มๆว่าluciferมานานแล้ว   ภายหลังก็เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง
ผมไม่ค่อยใส่ใจอะไรเท่าไหร่ เพียงแต่ไม่ได้มองโลกในด้านเดียวเท่านั้น

ppp
Unregistered

[ 202.129.51.34 ]
27 มิ.ย. 48  15:00:32 น. # 32

อยากทราบว่า ketalar .ใช้ในคนไข้เด็กเพื่อทำ   lumbar puncture ,มา
นอนด้วยเรี่อง  febrile  convulsion   ยังมีไข้อยุ่แต่ไม่ชักขณะจะทำได้ไหม
encephalitis  เจาะ LP    กำลังชักใช้  ket  ได้ไหมหรือควรใช้ตัวอื่น
ถัไม่มีข้อห้าม dose ไม่เกินกี่ mg/k   ทั้ง2ราย ไม่มีปัญหาอื่น  
patternการชักของการใช้ ket  กับชักไข้สูงต่างกันจริงหรือ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
28 มิ.ย. 48  20:52:31 น. # 33

Ketamine กับอาการชักหรือครับ???  
อาการของFebrile convulsion มันเป็นอาการชักที่เกิดจากการมีไข้สูงๆอย่างรวดเร็ว พบในเด็กอายุในช่วง 6 เดือน ถึง 6ปี  มักจะชักเพียงแค่ครั้งเดียวสำหรับการมีไข้ในคราวนั้น  ( หลังจากนั้น ไม่ควรชักซ้ำอีก) , มักมีประวัติชักเวลามีไข้มาก่อน  หากเป็นการชักครั้งแรกในชีวิต จึงต้องทำLPเพื่อวินิจฉัยแยกโรคจากกลุ่มอาการติดเชื้อในทางเดินประสาทหรือโรคอื่นๆในระบบทางเดินประสาท  อาการชักจะเป็นลักษณะของอาการชักเกร็ง  ร่วมกับไข้สูง  ( เคยเห็นสักทีจะจำได้ )

ส่วนKetamineนั้น  มีฤทธิ์ทำให้สลบก็จริง  แต่การออกฤทธิ์ของมันต่อสมองนั้นไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ชัดเจนได้ เนื่องจากมีการกระตุ้นและกดสมองในหลายๆส่วน  ผู้ได้รับยาอาจจะมีอาการเพ้อ กล้ามเนื้อหดเกร็ง งอแขน งอขา มีน้ำลายในปากเพิ่มขึ้น ละเมอ เอะอะ โวยวาย  แต่มักจะพบอาการเหล่านี้ในผู้ใหญ่มากกว่าในเด็กนะครับ ที่น่าเป็นห่วงก็คืออาการhallucination ซึ่งทำให้ไม่สามารถประเมินอาการทางระบบประสาทของผู้ป่วยได้

ในเด็กผมเองแทบจะไม่ได้ใช้เลยยยย  คือใช้น้อยมากจริงๆ จำได้ว่าหลังจากจบTraining และpracticeมาประมาณ 12ปี ( ดูแลผู้ป่วยในห้องผ่าตัดมาน่าจะมากกว่า 10,000 ราย )  ผมไม่เคยใช้กับเด็กเล็กๆเลย  เพราะผมเคยเห็นผลข้างเคียงของมีนมามากโดยเฉพาะในผู้ใหญ่ และมียาที่ดีกว่าKetamineอีกหลายตัว โดยเฉพาะยาดมสลบซึ่งออกฤทธิ์กับเด็กได้ดีกว่า  มีผลข้างเคียงน้อยกว่า  และที่สำคัญคือ เราไม่ทราบกลไกที่แน่ชัดของมันต่อศูนย์ต่างๆในสมอง  ( ถ้าเป็นคนคิดมาก  ก็อย่าไปใช้เลยครับ  เก็บมันเอาไว้ใช้กับกรณีจำเป็นๆเถอะนะ )

ส่วนDose นั้น ขออนุญาตไม่แจ้งในเวปบอร์นะครับ ยาตัวนี้ก็จัดเป็นยาอันตรายและสามารถหาซื้อได้ในตลาดมืดอีกต่างหาก

สำหรับการLPเด็กนั้น  ปัญหามันจะขึ้นกับว่าผู้LPมีความชำนาญมากน้อยเพียงใด เพราะหากชำนาญก็จะทำได้เร็ว  อาจจะไม่ต้องใช้ยามากมายนัก  แต่หากไม่ชำนาญพอก็จะใช้เวลามาก จำเป้นต้องใช้ยาที่ออกฤทธิ์นาน

วิธีที่จะsedateเด็กนั้นมีมากมายหลายวิธี ตั้งแต่ยากินเช่น Chloral Hydrate , หรืออาจจะใช้Narcotic ที่มีฤทธิ์สั้นและออกฤทธิ์เร็ว เช่น Fentanyl  ร่วมกับshort acting benzodiazepine เช่น Midazolam ( ในรูปของยาฉีดทางIV) ก็น่าจะช่วยให้เด็กสงบได้พอสมควร  แต่ก็ต้องคำนวณขนาดให้พอเหมาะตามนน.ด้วย  แต่ก็จะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับ airway management ให้ดี  , ต้องcare airway เป็น และต้องมีความสามารถทำ endotracheal intubation ได้ เพราะมีโอกาสApnea หรือ airway obstructionได้  ( ในกรณีของencephalitis มีโอกาสชักและมีโอกาสหยุดหายใจได้ทั้งสิ้น )

Ketalar ไม่ทำให้เกิดอาการชัก หรือ seizure  แต่เป็นอาการที่เรียกว่า Increase muscle tone     แต่ที่เราไม่นิยมใช้ในกลุ่มผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีปัญหาเกียวกับระบบประสาทนั้น เหตุผลสำคัญก็คือ มันทำให้เราไม่สามารถประเมินสภาวะโรคของผู้ป่วยได้ และที่สำคัญที่กล่าวไปแล้วข้างต้นคือ ฤทธิ์ไม่พึงประสงค์ของมันอันเกิดจากการกดและกระตุ้นศูนย์ประสาทหลายที่อย่างไม่สามารถกะเกณฑ์ได้

มีปัญหา สอบถามมาที่ lucifer@bikeloves.com ดีกว่านะครับ   คุยกันในนี้ไม่ค่อยดีนัก  สมาชิกท่านอื่นอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง 55555

organ
Unregistered

[ 203.151.140.111 ]
29 มิ.ย. 48  11:38:53 น. # 34

ปกติหมวดกระทู้ถาม-ตอบนี้แทบจะไม่ได้มาเปิดอ่าน แต่เมื่อวานนึกอย่างไรไม่รู้เข้าหมวดนี้เปิดอ่าน พอเจอชื่อเรื่องที่น่าสนใจ เปิดอ่านทันที แต่แม้ข้อความมันเยอะมาก ไม่สะดวกอ่านจึงจัดการพิมพ์ออกมาอ่านแทน จะได้อ่านกลับไปกลับมาหลายครั้งได้สะดวก กว่าจะอ่านครบทุกความเห็นล่อเข้าไปตีสามกว่า

ขอขอบคุณมากสำหรับบทความเรื่องการวางยาสลบ เคยมีคนอธิบายให้บ้างแล้ว แต่ไม่จุใจเท่านี้ เราก็อยากให้อธิบายละเอียดอีกหน่อย แต่ก็เกรงใจ แค่เค้าเข้ามาตอบก็ดีแล้ว

ดีใจที่มีบทความการวางยาสลบ ค่อนข้างละเอียด อ่านแล้วเข้าใจทุกอย่างสำหรับคนที่ผ่านประสบการณ์ตรงนี้มา ถึงบางอ้อทีเดียว

เราเลือกผ่าตัดแบบ การดมยาสลบ หรือ General anesthesia  
ข้อเสียของการวางยาสลบแบบนี้ตรงตามที่เขียนไว้ทุกอย่าง เช่น

1. อาการเจ็บคอ ระคายคอ หรือ เสียงแหบ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการสอดใส่ท่อช่วยหายใจผ่านเข้าไปในหลอดลม อาการนี้อาจจะพบในบางราย แต่จะไม่นานเกินกว่า 24-48ชม. ก็จะหายไปได้เอง

หลังผ่าตัด...ยังสงสัยอยู่ไม่หายทำไมมีอาการดังกล่าว เพราะก่อนผ่าตัดสุขภาพดีทุกอย่างไม่มีอาการเจ็บคอมาก่อน สงสัยอยู่นานแต่ก็ไม่ได้ขอยาแก้อาการดังกล่าว ด้วยคิดว่า...เล็กน้อย เป็นอยู่ไม่นานอยู่ดีๆ ก็หายไปเองประมาณ 3 วันได้

2. อาการคลื่นไส้ อาเจียน อันเป็นผลโดยตรงจากยาแก้ปวด และยาดมสลบ ซึ่งมักจะมีผลข้างเคียงในเรื่องของการคลื่นไส้อาเจียนอยู่ไม่มากก็น้อย

หลังผ่าตัดเข้าห้องพักฟื้น มีคนถามว่า คลื่นไส้ไหม ตอบ ไม่ อยากอาเจียนไหม ตอบ ไม่ ตอนนั้นงงๆ เหมือนกันทำไมขณะป้อนคำถามจัง ตอบ ไม่หมด เค้าก็เฉยๆ แต่ยังมีถามต่อในเรื่องอื่น

3. มีความต้องการยาแก้ปวดในช่วงหลังการผ่าตัดสูงกว่าการใช้วิธีฉีดยาชาบล๊อคไขสันหลัง

หลังผ่าตัดไม่นาน พยาบาลนำยามาให้ สงสัยจึงว่า ยาอะไร เค้าตอบ ยาแก้ปวด เราบอกว่า ปวดหน่อยเดียวเอง ไม่ทานได้ไหม เท่านั้นหละคุณพยาบาลเธอเดินเอายากลับไปทันที แต่ต่อมาในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น รู้สึกปวดบริเวณที่ผ่าตัดมาก จึงกดกริ่งเรียกพยาบาลขอยาแก้ปวด เธอตอบว่า เมื่อวานให้กินยาแก้ปวดแล้วไม่กินนี่ เราก็ว่า มันปวดนิดเดียวเอง ไม่อยากทานยา เธอตอบว่า คุณหมอให้กินยาแก้ปวดดักไว้เป็นช่วง อ้าว...หรอกหรือ ไม่เห็นพยาบาลเมื่อวานตอบแบบนี้นี่ ไม่กินเธอก็นำกลับ โทษทีตอนนี้กินได้ไหม ตอนนี้ปวดมากอ่ะ เธอตอบกินได้แต่จะให้ยาที่แรงกว่าเมื่อวาน คือ Tylenol ส่วนยาเมื่อวานจะเป็น Paracetamol ธรรมดา คงให้ทานทั้งสองชนิดแต่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เห็นบอกเหมือนกันกี่ชั่วโมงนี่หละ

Tylenol
Tablets.....Codeine Phosphate 15 mg(1/4 gr) และ Paracetamol 300 mg

ขอถาม.....ระหว่างยา Paracetamol ธรรมดา กับ Tylenol ใช้งานแตกต่างกันอย่างไรบ้างค่ะ เพราะตอนนี้เหลือยา Tylenol ตั้ง 8 เม็ดจาก 10 เม็ด


4. อาจจะมีอาการวิงเวียน มึนงง ในช่วงพักฟื้นหลังการผ่าตัด ซึ่งเกิดจากผลข้างเคียงของยาสลบ

หลังผ่าตัดเข้าห้องพักฟื้น มีคนถามว่า ปวดหัวไหม วิงเวียนหรือเปล่า ตอบ ไม่

5. มีความเสี่ยงในเรื่องของการสำลักเศษอาหารที่ขย้อนออกมาจากกระเพาะอาหารในระหว่างที่กำลังจะเริ่มดมยาสลบ ทั้งนี้ขึ้นกับว่าผู้ป่วยงดน้ำงดอาหารมานานพอหรือไม่ ในทางปฏิบัติจะต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชม. ก่อนได้รับการวางยาสลบ

ตรงจุดนี้จะระวังมาก คุณหมอบอกผ่าตัดกื่โมง ต้องเริ่มงดน้ำและอาหารกี่โมง เราค่อนข้างเคร่งครัดมาก เพราะคิดว่ามีผลต่อการผ่าตัดแน่นอน อีกอย่างจะพยายามถ่ายอุจจาระให้ได้ก่อนผ่าตัด เพราะหลังผ่าตัดจะไม่สะดวกที่จะทำธุระอันนี้

ทุกข้อเสียของการผ่าตัดแบบ การดมยาสลบ หรือ General anesthesia  ตรงตามทุกอย่างที่กล่าวมา ตอนนี้หายสงสัยแล้วในหลายๆเรื่องในห้องพักฟื้นหลังผ่าตัด ตอนนั้นสงสัยมาก ถามจังถามจริง ถามอยู่นั้นหละ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
29 มิ.ย. 48  15:20:06 น. # 35

Tylenol สูตรที่เข้า Codeine คงจะหายากแล้วครับ  เพราะถูกยกเลิกไปแล้ว

Codiene เป็นอนุพันธ์ของฝิ่น มีฤทธิ์ระงับปวด ระงับอาการไอ ทำให้ท้องผูก ทำให้เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ขนาดสูงๆจะกดการหายใจ ใช้ไปนานๆจะเกิดอาการaddict


ตัวTylenol สูตรเดิมนั้นจึงเป็นยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์ได้ดีกว่าparacetamolเพียงอย่างเดียว    คือ มันเป็นหนึ่งในหลักการของ"ขั้นบันไดของการให้ยาระงับปวด" คือ เพิ่มยาแก้ปวดเข้าไปอีก 1 ตัว แต่ลดขนาดยาลงมา เพื่อหวังผลในการระงับปวดมากขึ้น และมีฤทธิ์ข้างเคียงลดลง

3p
Unregistered

[ 203.113.71.69 ]
04 ส.ค. 48  17:18:21 น. # 36

ขอปรึกษาคือ ปี36เริ่มปวดหลัง รักษายากิน ยาทาแพทย์กระดูก  ปี44ล้มกันกระแทกพื้นอย่างแรง อายุตอนนั้น42   ต่อมา5เดือนหลังล้มเจ็บหลังมากขึ้นและชาปวดลงขา ยากล้ามเนื้อมาตลอด  MRI  L4 5  มีหมอนรองกระดูกกดทับเส้น  แพทย์กระดูก 3ท่าน  ให้รักษาประคับประคอง ยา กล้ามเนื้ออักเสบ และดึงหลัง 2อาทิย์บ้าง 1เดือนบ้าง รวมไปดึง 3ครั้ง  มีแพทย์1ท่าน จะผ่าให้หลังดูฟิล์ม (neoro surge) แพทย์บอกเพื่อน ไปทนเจ็บอยู่ทำไม ไม่ได้ไปตรวจพบแพทย์เอง ตอนนี้ยังกินยาตลอด viox และเปลี่ยนมา mobic บ้าง  brufen เมื่อ 2ตัวแรกไม่หาย  ตอนนี้ยังเจ็บเมื่อเดินมาก  ได้นอนพักจะหายเจ็บจะเสียวไปตามเส้นข้างสะโพกซ้าย ทราบข่าวคุณจาตุรนย์  รองนายก  รักษาปวดหลังดีขื้นมากไม่ต้องกินยา ด้วยไคโรแพรคติกจัดกระดูก อยากลองแต่กลัวเพื่อนเชียร์มานานแล้วกลัวมีปัญหาภาวะ แทรกซ้อนอยากทำกับคนเก่งๆประสบการณ์มากๆอาจารย์ลุช่วยหน่อย

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
04 ส.ค. 48  23:08:07 น. # 37

เรื่องการจัดกระดูกนี่ ผมเองคงจะไม่สามารถให้ความเห็นได้ถนัดนัก
แต่กรณีที่เป็นของคุณนั้นมันมีพยาธิสภาพมาจากการที่หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนตัว ( prolapsed disc )  การแก้สาเหตุของการปวดหลังและชาปวดลงขา ก็คือเอาหมอนรองกระดูกส่วนนั้นออก    แต่หลังผ่าตัดก็ไม่ได้หมายความว่าจะหายปวดหลังนะครับ  เพราะโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสังขาร คือ ไม่ใช่หมอนรองกระดูกระดับนี้จะเกิดปัญหาเท่านั้น  อาจจะมีระดับอื่นเกิดร่วมด้วยครับ   การทำ MRI จะบอกได้ดีกว่าเป็นที่ระดับใด  และควรจะผ่าระดับไหน

penut
Unregistered

[ 203.188.22.148 ]
26 พ.ย. 48  03:13:11 น. # 38

ใครรู้ช่วยตอบหน่อยว่า ตอนนี้เราก็ประสบอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาบาสเกตบอล ทำให้เอ็นหัวเข่าไขว้หลังฉีกขาด เป็นมา 2 ปีแล้ว ไปหาหมอเรื่อยๆ หมอให้ทำกายภาพบำบัด แต่ก็มีอาการเจ็บๆปวดๆ ตลอด มีอาการเข่าหลวมตลอดเวลาด้วย ทรมานมาก หมอก็เลยแนะนำให้ผ่าตัด แต่อยากรู้ว่าถ้าผ่าตัดแล้วหัวเข่าจะกลับมาเล่นกีฬาได้อย่างเดิมมั๊ย คนที่เป็นแบบเราแล้วไปผ่าตัดเป็นยังไงบ้าง ช่วยแนะนำหน่อยนะ อยากรู้จริงๆ ช่วยแนะนำหมอที่ผ่าเอ็นไขว้หลังเก่งๆให้ด้วย

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
26 พ.ย. 48  08:22:39 น. # 39

ต้องสอบถามแพทย์ที่จะผ่าตัดก่อนครับว่า จะผ่าเข้าไปทำอะไร?  เอ็นไขว้ด้านหลัง คิดว่าคุณคงจะหมายถึง PCL  ( posterior cruciate ligament )  

หลังผ่าตัดแล้วจะกลับมาเหมือนเดิมทุกอย่างเลยไหม  ก็คงจะบอกว่าไม่มีอะไรแน่นอนครับ  เพียงแต่ว่าหลังผ่าตัดแล้วมันย่อมจะใช้งานเข่าได้ดีกว่าในปัจจุบันแน่นอน  อาการปวดก็จะหาย เพราะเข่ามั่นคงขึ้นครับ

ปรึกษาแพทย์ที่รักษาก่อนครับ  หรือ ปรึกษาแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาเวชศาสตร์นะครับ

พีร์
Unregistered

[ 58.10.35.254 ]
26 พ.ย. 48  21:56:08 น. # 40

เป็นความรู้ใหม่ มีอรรถสาระประโยชน์มากมาย  ป๋าลู น่าจะนำรวมไว้ที่นานาสาระนะครับ  

penut
Unregistered

[ 203.188.60.91 ]
27 พ.ย. 48  00:53:47 น. # 41

หมอที่ไปหาบอกว่าถ้าเป็นเอ็นไขว้หน้าก็จะผ่าให้ทันทีเลยเพราะโอกาสหายมีมาก แต่หนูเป็นเอ็นไขว้หลัง หมอบอกว่าในเมืองไทยไม่ค่อยมีคนเชี่ยวชาญด้านเอ็นไขว้หลัง หมอแนะนำว่าให้ทำกายภาพบำบัดดีกว่า แต่ทุกวันนี้ยังปวดเข่าอยู่ตลอด อยากกลับไปวิ่งไปเล่นกีฬามากๆแต่ก็ไม่กล้า กลัวเข่าเสื่อม ก็เลยอยากจะทราบว่ามีคนที่เป็นเคสเดียวกับหนูมั๊ย? แล้วเคยผ่าตัด ผลเป็นยังไงบ้าง กลับไปเล่นกีฬาอย่างเดิมได้รึเปล่า?

เคย X-ray แล้ว กระดูกไม่เป็นอะไร หมอบอกว่ามันฉีกขาดแค่ที่เส้นเอ็น
ตอนนี้กำลังจะไปทำMRI แล้วถ้าผลออกมา คือหนูไม่อยากผ่าตัด กลัวว่าผ่าออกมาแล้วจะเหมือนเดิม จะมีวิธีรักษาอื่นอีกมั๊ยนอกจากการผ่าตัด แล้วได้ผลดีกว่าและแน่นอนกว่า

รบกวนตอบคำถามด้วยนะค่ะ
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
27 พ.ย. 48  18:39:44 น. # 42

แล้ววันจันทร์จะลองขอความเห็นจากแพทย์ทางกระดูกและข้อให้นะครับ

ปัญญา
Unregistered

[ 202.44.210.36 ]
27 พ.ย. 48  21:12:49 น. # 43

รบกวนถามอ.ลู หน่อย สงสัยมานานแล้วว่าเป็นอะไร คือผมเคยกำมือไม่ได้แต่สามารถงอนิ้วทีละนิ้วได้แต่ไม่สามารถงอรวมกันได้เพราะจะปวดที่ฝ่ามือมาก หมอให้ยาคลายกล้ามเนื้อหรือคลายเส้นก็ไม่รู้และยาแก้อักเสบมากินประมาณ 2-3 วันอาการก็ดีขึ้นจนเป็นปกติ และบางครั้งผมเคยใช้ฝ่ามือไปตบหรือกระแทกอะไรหรือเมื่อผมกำมือแล้วออกแรงดึงอะไรนานๆ(ประมาณ 3-5นาที)แล้วจะทำให้รู้สึกชาและปวดที่ฝ่ามือมากขณะที่กำมือแต่ก็จะหายไปเองภายใน3-4 ชม. อ้อผมเป็นโรคเบาหวานด้วยโดยกินยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด(ปัจจุบัน ระดับน้ำตาลในเลือดประมาณ180-200) แต่อาหารนี่ซิ คุมไม่ค่อยอยู่แฮะๆ ขอบคุณอ.ลู มากครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
28 พ.ย. 48  09:40:58 น. # 44

ตอบคุณปัญญาครับ
อาการที่มือคุณนั้น เท่าที่อ่านแล้วสันนิษฐานว่าน่าจะมีปัญหาจากพังผืดที่บริเวณข้อมือมีการหนาตัวขึ้น ทำให้เกิดการบีบรัดเส้นประสาทมีเดียนที่รอดผ่านช่องตรงนี้  อาการโรคนี้เรียกว่า Carpal Tunnel syndrome

อาการโรคแบบนี้ในกรณีของคุณ น่าจะให้แพทย์ทางด้านกระดูกและข้อให้การวินิจฉัย และอาจจะจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการตีบแคบของช่องดังกล่าว

ปัญญา
Unregistered

[ 203.149.16.33 ]
28 พ.ย. 48  12:35:30 น. # 45

ขอบคุณ อ.ลู มากครับ

penut
Unregistered

[ 203.144.175.133 ]
28 พ.ย. 48  22:06:00 น. # 46

รบกวนอย่าลืมตอบคำถามหนูด้วยนะคะ

penut
Unregistered

[ 203.144.175.133 ]
29 พ.ย. 48  22:49:59 น. # 47

หมอที่ไปหาบอกว่าถ้าเป็นเอ็นไขว้หน้าก็จะผ่าให้ทันทีเลยเพราะโอกาสหายมีมาก แต่หนูเป็นเอ็นไขว้หลัง หมอบอกว่าในเมืองไทยไม่ค่อยมีคนเชี่ยวชาญด้านเอ็นไขว้หลัง หมอแนะนำว่าให้ทำกายภาพบำบัดดีกว่า แต่ทุกวันนี้ยังปวดเข่าอยู่ตลอด อยากกลับไปวิ่งไปเล่นกีฬามากๆแต่ก็ไม่กล้า กลัวเข่าเสื่อม ก็เลยอยากจะทราบว่ามีคนที่เป็นเคสเดียวกับหนูมั๊ย? แล้วเคยผ่าตัด ผลเป็นยังไงบ้าง กลับไปเล่นกีฬาอย่างเดิมได้รึเปล่า?

เคย X-ray แล้ว กระดูกไม่เป็นอะไร หมอบอกว่ามันฉีกขาดแค่ที่เส้นเอ็น
ตอนนี้กำลังจะไปทำMRI แล้วถ้าผลออกมา คือหนูไม่อยากผ่าตัด กลัวว่าผ่าออกมาแล้วจะเหมือนเดิม จะมีวิธีรักษาอื่นอีกมั๊ยนอกจากการผ่าตัด แล้วได้ผลดีกว่าและแน่นอนกว่า

รบกวนตอบคำถามด้วยนะค่ะ
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
01 ธ.ค. 48  18:28:23 น. # 48

ขออภัย หากคอยนานไปบ้างนะครับ

สำหรับ PCL นั้น มีลักษณะการขาดอยู่ 2 ลักษณะ
1. ขาดแบบกระชาก ( avulsion fracture ) โดยจะมีเศษกระดูกที่ยึดกับเอ็นตัวนี้แตกหลุดออกมา    การขาดลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดครับ  Xray จะเห็นเศษกระดูกลอยอยู่   ตรวจร่างกายจะพบอาการที่แสดงว่า PCL ขาด
2. ขาดกลาง  อันนี้แหละครับที่น่าจะเป็นแบบของคุณ  การรักษามี2 แบบ คือ
2.1. conservative  เข่าอาจจะเสียสมดุลไปบ้าง ขาดความเสถียรไปบ้าง  แน่นอน เล่นกีฬาไม่สนุกครับ  เพราะจะปวด และเจ็บเข่า   ทำไมถึงไม่ผ่าหละ?
2.2  ผ่าตัดรักษาครับ  เหตุที่ไม่นิยมผ่าตัด ก็เพราะว่า ยากครับ  ยากโคตรๆเลย  เพราะมันอยู่ในซอกที่เข้าไปหาได้ยาก  จัดท่าผ่าลำบาก  แล้วมันก็หายด้วยพังผืด ไม่ใช่หายด้วยตัวมันเอง ความแข็งแรงก็ไม่น่าจะเต็ม100  แต่ก็ใช้งานได้      ดังนั้นผมว่าหากคุณต้องการการรักษาเพื่อให้กลับไปเล่นกีฬาได้อีกอย่างเดิม   แนะนำให้คุณไปหาปรมาจารย์ทางด้านนี้โดยตรงครับ  ท่านผ่าให้ได้หรือเปล่า ผมไม่กล้าฟันธง เพราะมันก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว   แต่หากคุณเป็นนักกีฬาอาชีพ ที่ต้องยังชีพด้วยการเล่นกีฬา   ผมเชื่อว่ามีหมอทางด้านนี้ที่มีฝีมือระดับปรมาจารย์พร้อมจะผ่าให้ครับ

สา
Unregistered

[ 124.121.9.155 ]
05 ก.ย. 49  21:52:28 น. # 49

หวัดดีค่ะ.....แฟนหนูใส่เหล็กที่ขามานานแล้วค่ะเป็น  10 ปีแล้วค่ะเพราะรถชนกันจะเอาออกได้ป่าว

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
06 ก.ย. 49  10:51:16 น. # 50

ใส่ไว้ที่ขาส่วนไหนหละจ๊ะหนู  ขาหนูเองหรือเปล่า  

ให้หมอกระดูกดูให้ก็แล้วกัน   ผมไม่เห็นเอง ตัดสินใจให้ไม่ได้หรอก
แล้วเก็บไว้ทำไมหละ ตั้ง10ปี  เสียดายมันหรือ?  

nok1712
Unregistered

[ 61.19.25.114 ]
28 ก.พ. 50  13:08:04 น. # 51

ทำไมต้องงดสูบบุหรี่ก่อนมารับการดมยาสลบเพื่อผ่าตัด

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
28 ก.พ. 50  15:11:50 น. # 52

ตามหลักวิชาการแล้ว ผู้ที่จัดอยู่ในกลุ่มHeavy Smoker ( สูบมากกว่า 20มวน/วัน ) จะต้องงดบุหรี่อย่างน้อย 2สัปดาห์
เหตุผลหลักๆคือ
1. ควันบุหรี่มีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินหายใจแบบเรื้อรัง   การดมยาสลบในผู้ที่มีทางเดินหายใจที่ได้รับความระคายเคืองอยู่ก่อนแล้ว จะมีโอกาสกระตุ้นให้เกิดการตีบตัวของทางเดินหายใจ  และสารคัดหลั่งที่มีอยู่ตลอดจากการระคายเคือง จะส่งผลเสียอย่างต่อเนื่อง
2. การสูบบุหรี่ทำให้ถุงลมในปอดถูกรบกวน  ความสามารถในการแลกเปลี่ยนกาซต่างๆจะแย่ลง  การหยุดบุหรี่จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวขึ้น   พึงต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า การดมยาสลบนั้นอาจจะส่งผลข้างเคียงถึงแก่ชีวิตได้ โดยเฉพาะข้อแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ
3. การสูบบุหรี่จะทำให้ปริมาณของCarbon monoxideในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งCarbon monoxideจะมีความสามารถในการแย่งจับกับ Hemoglobinได้ดีกว่าoxygenอย่างมาก  หากงดบุหรี่wfh ร่างกายจะค่อยๆขับCarbon monoxide ออกไปได้มากขึ้น
4. ลดอุบัติการณ์การเกิดโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจหลังจากการดมยาสลบ

aree
Unregistered

[ 124.157.129.233 ]
06 มี.ค. 50  22:00:34 น. # 53

หยุดบุหรี่ได้ 2 วัน มีผลดีดังข้อ 3 ของอาจารย์ลู ร่างกายใช้ออกซิเจนได้ดีขึ้น
หยุดได้ 4 - 6 อาทิตย์ ลดอาการแทรกซ้อนทางระบบหายใจ ( ปอด )  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดท้องส่วนบนและทรวงอก(ปอดและหัวใจ)
หยุดได้2 - 3 เดือน ระบบหายใจดีขึ้น เกิดเสมหะหรือสารคัดหลั่งน้อยลงและเกิดแล้วก็สามารถไอหรือกระแอมออกมาได้ง่ายขึ้น
สรุป  หยุดได้สองวันก็ดีกว่าไม่ได้หยุด   ยิ่งหยุดได้นานก่อนผ่าตัดยิ่งดี  แต่ถ้าดีที่สุดเลิกเลยดีกว่าครับ

ppp
Unregistered

[ 125.27.201.67 ]
26 พ.ค. 50  21:18:09 น. # 54

ยากลุ่ม ทางจิตantidepressant, MAOI  3กลุ่มมีอะไรบ้าง ที่ผู้ป่วยใช้ต้องระวังในการให้ยาสลบ   ชื่อยาใหม่ๆใน3กลุ่มที่มีการใช้มากในปัจจุบันกรุณาช่วยตอบด่วนที่สุดค่ะอาจารย์

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
26 พ.ค. 50  21:50:33 น. # 55

จะเอาไปตอบข้อสอบหรือครับ  ยาใหม่ๆในกลุ่มนี้บอกตามตรงว่าผมเองก็ไม่ค่อยคุ้นเคยนัก เพราะรพ.ผมไม่รับผู้ป่วยจิตเวช จึงทำให้ไม่มีผู้ป่วยกลุ่มจิตเวชมาดมยาสลบเลย จึงไม่มีโอกาสคุยกับหมอทางจิตเวชถึงความก้าวหน้าของยากลุ่มนี้เหมือนกัน

ขอไปreviewหน่อยก็แล้วกัน แต่คงไม่ทันความต้องการของหนูแน่นอน  ลองค้นจากตำราหรือเข้าห้องสมุด แล้วหา drug interaction ดูครับ น่าจะหาได้เร็วกว่าเดิม

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
27 พ.ค. 50  20:33:09 น. # 56

กล่าวรวมๆก็แล้วกัน ยาในกลุ่ม MAOI จะมีdrug interactionกับ Pethidine  เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้มากจนเกิดอันตราย จึงต้องระวังในการใช้ร่วมกัน

แอม
Unregistered

[ 210.4.147.41 ]
28 มิ.ย. 50  16:23:58 น. # 57

แอมตกบันไดเมื่อตอนต้นปี  แต่ว่าตอนนี้ก็ยังมีอาการปวดข้อเท้าอยู่เป็นระยะ  รวมทั้ง ไม่สามารถกระดกข้อเท้าลงได้สุด..คุณหมอแนะนำให้ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ  แอมควรออกกำลังกายประเภทไหนดีคะ  ตอนนี้ก็มี ว่ายน้ำ แอโรบิค และวิ่งเหยาะๆ อยู่ในบ้าน

ขอถามอีกนิดนะคะ พอดีคุณแม่ เอ็นที่แขนขวาขาด 3 เส้น และกระดูกแถวๆ ข้อมือหัก ตั้งแต่ต้นปีเหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่สามารถแบมือ และกำมือได้เต็มที่ ทำได้แค่งุ้มมือ กระดกข้อมือขึ้นลงได้เล็กน้อย ไม่สามารถพลิกแขนเข้าหาตัวได้ และแผลช่วงที่ผ่าตัด ยาวประมาณ 7 นิ้ว ตั้งแต่แขนจนถึงข้อมือ แข็งมากๆ .... วันนี้แม่เข้าผ่าตัดเลาะพังผืดด้วย...หลังจากผ่าแล้ว อาการน่าจะดีขึ้นมั้ยคะ

ขอบคุณค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
28 มิ.ย. 50  17:53:52 น. # 58

ว่ายน้ำเถอะครับ

ส่วนคุณแม่ก็คงจะต้องรอผลการผ่าตัดนะครับ  แน่นอนครับต้องทำกายภาพบำบัดหรือรับการทำเวชศาสตร์ฟื้นฟูในช่วงหลังผ่าตัดอย่างแน่นอน

แอม
Unregistered

[ 210.4.147.41 ]
29 มิ.ย. 50  09:49:08 น. # 59

ขอบคุณค่ะ อ.ลู....เมื่อวานแม่กำมือได้มากขึ้นเล็กน้อย  ก็ต้องรอดูต่อไป  เพราะแม่ก็ทำกายภาพ จ.-ศ. มาตั้งแต่เดือน ก.พ.แล้ว...เมื่อวานแอมก็เอาเรื่องที่อ่านจากกระทู้นี้ ไปเล่าให้แม่ฟัง ก็ดูเหมือนแม่จะกังวลน้อยลงนิ๊ดส์นึง แต่ก็ขอบคุณอีกทีนะคะ  : )

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
29 มิ.ย. 50  10:54:35 น. # 60

ผมอ่านกระทู้นี้แล้วแต่เมื่อวาน  ตั้งใจจะช่วยตอบ

ทีนี้มาตอบหลังป๋าลู   ก็ต้องเป็นภาระป๋าลูโปรดช่วยตรวจกรอง  หากไม่ผิดหลักการให้ป๋าลูอยู่เฉยได้  แต่หากมีที่ผิดผิดต้องฟังที่ป๋าลูแก้ไขนะครับคุณแอม

ประเด็นปัญหาคุณแอม  ผมตอบในฐานะผู้เล่นกิฬาที่ต้องใส่ใจต่อการบาดเจ็บของข้อต่างๆ  ซึ่งพึงรู้เบื้องต้นว่าเมื่อมีการบาดเจ็บข้อต่อส่วนต่างๆที่เป็นส่วนเคลื่อนไหวของร่างกายเรา  

ประเด็นของคุณแอมคือบาดเจ็บจากการปวดข้อเท้า  เนื่องจากพลาดตกกระได  ส่วนผม...เคยบาดเจ็บหัวไหล่เพราะจักรยานล้มไหล่หัก

ธรรมชาติของร่างกายเมื่อมีการบาดเจ็บที่ข้อต่อ  พูดแบบชาวบ้านคือพวกเคล็ดขัดยอกทั้งหลาย  ข้อต่อส่วนนั้น...มันจะสร้างผังผืดมาป้องกันหรือหุ้มรัดไม่ให้ข้อต่อส่วนนั้นเคลื่อนไหวได้ครับ  อันนี้ต้องถามป๋าลู...ว่าธรรมชาติของเรามันดีไปหรือเปล่า

เพราะหากเราขืนปล่อยให้ขบวนการรักษาตัวเราเป็นไปตามธรรมชาติ  คือปล่อยให้กลไกการป้องกันข้อต่อเราทำงานโดยการสร้างผังผืดมารัดป้องกันข้อต่อที่กำลังบาดเจ็บอยู่  โดยเราไม่พยายามฝืนความเจ็บยืดข้อต่อที่บาดเจ็บ

ข้อต่อส่วนนั้นจะสูญเสียความสามารถในการเหยียดหรือกระดกครับ...ผมพยายามจะแปลจากคำว่า...range of motion...ของข้อต่อชุดนั้น

ในส่วนของคุณแอม  ก็แปลว่าเพื่อกู้คืนสภาพ ...range of motion...ของข้อเท้า  ก็ต้องหมั่นทำการบริหารข้อเท้า  

ท่าที่แนะนำและทำได้ง่ายก็เป็นท่าที่นอนราบ  แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวจับปลายทั้งสองด้วยมือสองข้าง  เมื่อเอาไปคล้องปลายเท้าแล้วให้ยกขาเหยียดขาตรง...พร้อมกะดึงปลายผ้าเช็ดตัวเหนี่ยวรั้งปลายเท้าเข้าหาตัวเรา  ดึงถึงจุดเจ็บ...อาจจะผ่อนหน่อยแล้วจับนิ่งนานครั้งละ ๑ นาที

หากทนได้...วิธีนี้จะได้ทั้งการบริหารกล้ามเนื้อข้อเท้าด้วย  คือยืนบนขั้นกระได  ยืนโดยเอาปลายเท้าวางบนขั้นกระได...แล้วหย่อนตัวลง...เขย่งเหยียดตัวขึ้น  ควรทำด้วยการยืนด้วยขาทีละข้าง

อีกท่าหนึ่งที่ควรทำ  คือนั่งแล้วจับปลายขามาหมุนข้อเท้า   หมุนวนไปซ้ายซักสิบรอบ  แล้ววนกลับขวาซักสิบรอบ

ทั้งควรยืน...แล้วหมุนข้อเท้าโดยการปักปลายเท้า...ยกส้นสูง  หมุนปลายเท้าในลักษณะนี้วนซ้ายและขวาอย่างละ ๑๐ รอบ

การบริหารและการยืดเหยียดทั้งหมด  ทำด้านที่บาดเจ็บก่อนแล้วตามด้วยขาข้างที่ปรกติ...แปลว่าต้องทำทั้งสองข้าง  

เอาเกณฑ์การทำเท่าที่จะทำได้ข้างบาดเจ็บเป็นจำนวนหลัก  แล้วทำด้านที่ไม่เจ็บให้เท่ากับจำนวนหรือความหนักที่ทำได้กะข้างที่บาดเจ็บ  เพื่อให้กล้ามเนื้อของขาสองข้าง...สุดท้ายแข็งแรงเท่ากัน

ทีนี้ในผู้ป่วยที่รับบาดเจ็บใหม่ๆ  ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อผ่านขั้นตอนการรักษาให้หายบวมแล้ว  ต้องทิ้งระยะซักกี่วันถึงจะเริ่มการบริหารได้  อันนี้ต้องฟังจากหมอ...หรือป๋าลูอีกที

แต่ประเด็นของคุณแอม...ที่เป็นมาแต่ต้นปี  แล้วยังรู้สึกเจ็บอยู่

เรื่องเจ็บเป็นเรื่องปรกติของพวกข้อเท้า  เจ็บทีเป็นครึ่งปี...ก็ต้องอดทน  แต่ที่สำคัญคืออยู่ในขั้นที่ออกกำลังให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและยืดเหยียดกู้สภาพของ...range of motion...ให้กลับมาสภาพเดิม  ต้องทำและใส่ใจว่าต้องทำครับ  อย่าปล่อยนาน

การยืดเหยียดเพื่อกู้สภาพการเคลื่นไหวได้นี่  ไม่แน่ใจว่าจะต้องเหยียดให้ตึงให้เจ็บแค่ไหน  ยกตัวอย่างผม...ตอนไหล่หัก  พอเข้าช่วงที่หมอแนะนำให้ยืดเหยียดด้วยตัวเอง  ผมทำท่ายกแขนเอามือไต่เสา   แหม...อย่าให้เล่าเลยว่าไม่น่าเชื่อ  แค่ไหล่หัก...เข้าเผือกอ่อน  ก็เป็นแค่ผ้ารัดไหล่ธรรมดาๆ  แต่หัวไหล่ไม่ได้ใช้งานซักเดือนกว่า  ถอดเฝือกที่รัดไหล่ออก...แค่จะกางแขนให้สูงระดับไหล่มันยังทำไม่ได้เลย  ทั้งรู้สึกไม่มีแรงยก  ทั้งรู้สึกว่าไหล่ติดขัด

ก็ต้องใช้วิธีเอามือไปเกาะเสาแล้วใช้นิ้วไต่ไล่จับเสาพาแขนยกสูงขึ้นไป   ก็เจ็บครับ  กว่าจะยกแขนให้แนบหูได้...โน่นเป็นเดือน

เปรียบกับของเพื่อน...ที่เขาถูกยืดเหยียดโดยนักกายภาพบำบัด  คือเป็นถานที่รักษาพยาบาลระดับใหญ่ของหน่วยงานวิสาหกิจระดับบิ๊ก   เพื่อนถูกหมอจับดัดแขนดันไหล่ยืดเหยียดระดับโอดโอยครับ  และต้องทำกันเป็นเดือนเช่นกัน

หวังใจว่าจะเป็นประโยชน์ได้บ้างครับ

ด้วยความปราถนาดีและขอให้หายโดยไว

แอม
Unregistered

[ 210.4.147.41 ]
29 มิ.ย. 50  12:21:50 น. # 61

ตอนแรกที่ตกบันได ไม่คิดว่าจะเป็นอะไรมาก ผ่านไปเกือบเดือน นั่งขัดสมาธิไม่ได้ นอนตะแคงขวาไม่ได้ ทำอะไรที่ต้องทิ้งน้ำหนักไปด้านขวาไม่ได้เลย  (แอมเจ็บที่ข้อเท้าขา) หมอบอกว่าเอ็นฉีก..แอมก็มีการทำกายภาพอยู่เป็นเดือนเหมือนกัน  ก็เริ่มกระดกข้อเท้าลงได้มากขึ้น แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เต็มที่  มันไม่ค่อยเจ็บมาก  แต่เหมือนมันสุดแค่นั้น  ส่วนกระดกขึ้นได้เต็มที่ ไม่เจ็บ...แต่ที่ซีเรียส คือ อาการปวดๆ ชาๆ เป็นพักๆ ตอนนี้ก็เป็นอยู่ หมอบอกว่าอาการไม่ชัดเจน  จึงให้แค่นวดยา และออกกำลังกาย

ป.ล.  หลังจากทำกายภาพประมาณเดือนมี.ค.-เม.ย.  ตรงส่วนที่ซาวด์บ่อยๆ  คือหลังเท้า  มีอาการฟีบลง และซีดเป็นเนื้อขาวๆ  หมอบอกว่ากล้ามเนื้อฝ่อ  ตอนนี้ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว  แต่ยังคงปวดอยู่ค่ะ

แอมก็มีหมุนข้อเท้า บิดไปบิดมา ทุกวันตามที่หมอแนะนำนะคะ  แล้วแบบนี้เวลากระดกลงไม่ได้ แอมควรฝืนมั้ยคะ

ขอบคุณนะคะ คุณเสือน้อย

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
29 มิ.ย. 50  13:58:43 น. # 62

ตอบคุณแอมไปก่อน...แต่ตามกติกานะครับ  หากเข้ารกเข้าพง...เด๋วป๋าลูก็จะมาแก้และไขในส่วนที่อาจจะแนะนำผิด  แต่หากป๋าลู...เฉย  แปลว่าลุยโลดครับ

เพื่อลดงานป๋าลู  ที่เชื่อแน่ว่า...วันทั้งวันยุ่งกว่าผมแน่...(ตัวผมนะครับ...แฮ่)

ควรฝืน...ทนเจ็บยืดเหยียดครับ  แต่จุดที่ว่าควรจะฝืนแค่ไหนนี่  เอาแค่ให้เมื่อเริ่มร้สึกจ็บตึงแล้วคลายซักนิด  แล้วทำค้างที่จุดนั้น  นานเข้าระยะกระดกก็จะดีขึ้นครับ

บิดข้อเท้าหมุนวนไปมา  ถึงวันนี้...อาจจะน้อยหรือเบาไปเสียแล้วละครับ  นี่พูดตามความเห็นผม...ที่ไม่ใช่หมอนะครับ  แต่พรรคพวกที่เป็นนักกายภาพบำบัด  ที่ผมโชคดีได้เจอได้คุยขอความรู้เขาบ่อย  เพราะว่ายน้ำสระเดียวกันเขาเคยบังคับผมให้ทำถึงจุดเจ็บ  แบบเจ็บมาก  เขาบอกต้องทน

การยืดเเหยียดเพื่อฟื้นฟูนี่  มันต้องทำถึงขั้นขณะทำต้องรู้สึกเจ็บ  เช่นที่ผมยกตัวอย่างเพื่อนผม  ที่มีปัญหาข้อหัวไหล่บาดเจ็บจากการว่ายน้ำ  ถึงขั้นยกไหล่ใส่เสื้อด้วยตัวเองไม่ได้  โดนนักกายภาพบำบัดตัวจริง  ยืดข้อต่อหัวไหล่โดนการยกแขน...ด้วยท่าต่างๆ  โดยใช้แรงหมอนะครับ  เพื่อนร้องโอดโอยครวญครางในใจละครับ

แต่ปัญหาของผม...เนื่องจากไม่ใช่หมอตัวจริง  ตำราเขาก็เน้นเหมือนกันนะครับ  ในกรณีที่ใส่แรงยืดเกิน  หรือยืดค้างนานเกิน  มันก็เป็นเหตุให้เกิดอาการบาดเจ็บจากผังผืดยืด...พูดแบบนี้น่าจะถูก

แต่พูดโดยเซฟ...ยืดเหยียดให้ถึงจุดว่ารู้สึกเจ็บแล้วผ่อนแรงซักนิด  แล้วหยุดนิ่ง  คือออกแรงยืดเหยียดพอแค่นั้น  ทุกตำราที่อ่านก็บอกว่าปลอดภัยครับ

ก็เป็นคำแนะนำสำหรับการยืดเหยียดเพื่อเตรียมการออกกำลังกาย  ซึ่งกรณีกับคุณแอม  ทำตามแนะ...เชื่อว่าไม่มีอันตรายแน่

แต่ที่ผมสงสัย  ว่ากรณีกู้สภาพ...แก้ปัญหาข้อเท้าที่บาดเจ็บเรื้อรังอยู่ของคุณแอม  ซึ่งทิ้งไว้นานจนอาจจะเสีย...ความสามารถในการกระดกได้เพราะถูกผังผืดรัด...ตามขบวนการธรรมชาติที่พูดจากการอ่านหนังสือ

มันจะต้องดึงรั้งยืดเหยียดให้ต้องรู้สึกเจ็บซักขนาดไหน  ถึงจะได้ผลในเร็ววัน...อันนี้ผมก็ตั้งข้อสงสัย

อีกเรื่องหนึ่งที่คุณแอมเล่า... คือหลังเท้า  มีอาการฟีบลง และซีดเป็นเนื้อขาวๆ  หมอบอกว่ากล้ามเนื้อฝ่อ  ตอนนี้ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว  แต่ยังคงปวดอยู่ค่ะ

ตรงนี้ละครับ...คุณแอมต้องช่วยตัวเองให้มาก  บริหารกล้ามเนื้อ  ที่ผมนึกออกนะ...จะอยู่ในช่วงว่างตอนไหน  อย่าอยู่เปล่า  เช่นอยู่ในบ้านแทนที่จะนั่งดูทีวี  ให้ยืนหันหลังผิงกับผนังบ้าน...แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นลง...ขึ้นลงอยู่อย่างนั้นแหละจนกว่าจะจบรายการที่ดู   ขึ้นกระไดเลื่อนก็อย่ายืนเฉย...ยืนปลายเท้า...แล้วทำอาการเขย่งขึ้นลง  ตอนขึ้นกระไดที่บ้าน...หากมี  ก็ทำอาการเขย่งขึ้นเขย่งลง  เรียกว่าหาเรื่องทำกันทั้งวัน

ก็นึกอย่างเดียวละครับ  ทุกขณะจิตต้องบริหารกล้ามเนื้อข้อเท้า

ว่ายน้ำอย่างที่ป๋าลูแนะ  ก็ให้ใช้เวลาเป็นส่วนใหญ่  เกาะโฟมตีขา  เพราะเป็นการใช้ข้อเท้าที่หนักที่สุดแล้วละครับ  สำหรับการบริหาร   แต่ตีให้ถูกวิธีนะครับ  หากสงสัยว่ายังทำไม่เป็น...บอกมาครับ  เข้าทางผมเลยจะได้ร่ายยาวเรื่องการเกาะโฟมตีขา  

ครับ...ทำทุกอย่างเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ  ซึ่งที่กล่าวทั้งหมด...เป็นเรื่องการบริหารกล้ามเนื้อในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อเท้าครับ

อีกอย่างที่อ่านจากคุณแอมเล่า...ขบวนการอุลตราซาวน์  เป็นวิธีการรักษาความบาดเจ็บครับ  ดังนั้นเรายังต้องเพิ่มเรื่องการบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง  กะการยืดเหยียดเข้าไปด้วยครับคุณแอม  ควบคู่กับการักษาความบาดเจ็บโดยการอัลตราซาวน์

อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ  ที่ต้องบอกว่าเรื่องบาดเจ็บข้อเท้า...เป็นเรื่องที่ต้องรักษากันนานจริงๆ  นี่พูดตามที่เฝ้าถามอาการบาดเจ็บข้อเท้าของเพื่อนที่ซ้อมวิ่งอยู่ด้วยกัน  และก็เจ็บเช่นกันกับคุณแอมครับ  เจ็บจากการวิ่งมาราธอนเมื่อเกือบ ๖ เดือนมาแล้ว   ทุกวันนี้ยังรู้สึกเจ็บอยู่เลย

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
29 มิ.ย. 50  14:02:12 น. # 63

โอย..พึ่งอ่านให้ละเอียดอีกที...คุณแอมบอกว่าที่กังวลคือรู้สึกชา   เรื่องนี้ต้องป๋าลู  แล้วละครับ

แอม
Unregistered

[ 210.4.147.41 ]
29 มิ.ย. 50  14:49:23 น. # 64

มีชาบ้าง  แต่ไม่ได้ชา หรือ ปวกตลอดเวลานะคะ...จะมีบางวันที่ปวดทนได้ หรือที่ปวดมาก จนต้องเอามือบีบไว้ เช่นวันนี้.....

ส่วนวิธีปฏิบัติที่คุณเสือน้อยบอกมา แอมรับทราบแล้วจะปฏิบัติตามค๊าบพ้ม  : )

ป.ล.  เพิ่งเคยเห็นกระทู้ยาว 5 ปี 555  แต่สาระดีมากมายจิงๆนะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
29 มิ.ย. 50  16:05:12 น. # 65

ขอบคุณพี่เสือน้อยหละครับ

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
30 มิ.ย. 50  17:41:58 น. # 66

ขอบคุณครับป๋าลู

ห่วงถึงคุณแอมแล้ว...ตอนนี้ก็ห่วงถึงคุณแม่คุณแอมละครับ  

ก็ขอรบกวนป๋าลู...กรุณาตรวจทาน  แฮะ...แฮะ...แบบรับรอง approved ก่อนคุณแอมนำไปใช้งานก่อนนะครับ  หากมีเนื้อหาส่วนใดผิด...เพราะอวิชา  โปรดแก้และไขด้วยครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ผมนึกถึงคุณน้าผู้หญิงของผมที่ต่างจังหวัด  อายุมากกว่าผม ๑ รอบ...ตกอายุท่านก็ ๖๙ ปี  

ปีที่แล้วไปเยี่ยมท่าน...เจอท่านกำลังเข้าเฝือกแขน  กระดูกแขนส่วนต่อจากข้อมือหัก...จากอุบัติเหตุลื่นล้ม  แล้วกางฝ่ามือข้างที่เอียงล้มรับน้ำหนักตัว

กำชับท่านแล้วกำชับอีก  ว่าเมื่อถอดเฝือกแล้ว...ให้ขยันบริหารกล้ามเนื้อแขน  และข้อมือ  ทั้งทำการยืดเหยียด

ผมไปเยี่ยมท่านปีละครั้ง  แต่ช่วงห่วงเรื่องข้อมือที่หัก...ก็หมั่นโทรฯไปกำชับสั่งให้ทำตามที่บอก  ท่านบ่นเป็นเชิงว่า...ทำบ้างเหมือนกัน  ก็แปลว่าไม่ค่อยจะได้ทำ  เพราะหากไม่โดนกระตุ้นหรือคุมให้ทำ  ส่วนมากมักปล่อยเลย

ไปเยี่ยมจริงๆ...ตามรอบปี  ท่านว่าความสามารถในการใช้มือข้างที่หัก...ทำได้ไม่ค่อยเหมือนเดิม  แบบรู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรง

คุณแม่คุณแอม... เอ็นที่แขนขวาขาด 3 เส้น และกระดูกแถวๆ ข้อมือหัก ตั้งแต่ต้นปีเหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่สามารถแบมือ และกำมือได้เต็มที่ ทำได้แค่งุ้มมือ กระดกข้อมือขึ้นลงได้เล็กน้อย ไม่สามารถพลิกแขนเข้าหาตัวได้ และแผลช่วงที่ผ่าตัด ยาวประมาณ 7 นิ้ว ตั้งแต่แขนจนถึงข้อมือ แข็งมากๆ .... วันนี้แม่เข้าผ่าตัดเลาะพังผืดด้วย...หลังจากผ่าแล้ว อาการน่าจะดีขึ้นมั้ยคะ

เกิดเหตุเมื่อต้นปี...ถึงวันนี้ก็นับได้ประมาณ  ๕-๖ เดือน  

หลังการผ่าตัดเลาะผังผืดที่แผลผ่าตัด  เมื่อหายบาดเจ็บจากแผลที่เลาะผังผืดแล้ว  ให้คุณแอมชักชวนและแนะนำให้คุณแม่บริหารกล้ามเนื้อในส่วนที่เกี่ยวกะการกระดกข้อมือ  การกำ  การคลาย  และกล้ามเนื้อชุดพลิกแขนเข้าหาตัว

ผมพูดเหมือนกะเป็นหมอตัวจริง...แต่ไม่ใช่นะครับ   ทั้งหมดพูดตามที่คุณแอมเล่าให้ฟัง...ว่าคุณแม่มีปัญหาดังกล่าว  ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะแก้ได้ก็ในเรื่องการบริหารกล้ามเนื้อ  และการยืดเหยียดเพื่อให้ข้อต่อที่เกี่ยข้องทำงานได้ดี

เพราะคุณแอม...บอกว่าท่านทำได้แต่ทำได้ยังไม่ดี   พูดแบบคนที่ไม่ใช่หมออย่างผม  ก็แน่ใจได้ว่าไม่มีปัญหาเรื่องเส้นใยประสาทในส่วนการสั่งการ  เพียงแต่ส่วนประสาทสั่งการแล้วแต่กล้ามเนื้อมันไม่แข็งแรงพอที่จะทำงานให้ได้ผล

การบริหารชุดกล้ามเนื้อชุดการกระดกของข้อมือ

หากมีหรือซื้อดรัมเบลก้อนเล็กซัก...อืมมม  ผมประมาณไม่ถูกแฮะ  คงจะซัก ๑ กิโลกรัมกระมัง  คุณแอมกะขนาดน้ำหนักเอาเองก็แล้วกัน  ไม่ต้องให้หนักมากเพราะท่านยังมีปัญหาเรื่องการกำอยู่  ซื้อมาซัก ๑ ก้อน

ให้คุณแม่นั่งบนเก้าอี้ที่ไม่มีพนักหรือที่วางแขน  

เริ่มบริหารด้วยแขนที่เป็นปัญหาก่อน  ก้มตัววางท่อนแขนที่จะบริหารลงบนหน้าขาข้างเดียวกันกับแขนนั้น  พูดกลับกันอีกที...ใช้หน้าขารองรับท่อนแขนที่จะบริหาร  

ท่าที ๑ จับดรัมเบลแบบหงายท้องแขน
เกร็งข้อมือกระดกดรัมเบลขึ้นแล้วปล่อยลง  นับ ๑ ครั้ง  ทำติดต่อกันเป็นชุดๆละ ๑๐ ครั้ง  หากทำได้อีก  ก็ทำซ้ำอีกชุดหรือสองชุด  โอย...แต่ทำได้เกิน ๑ ชุดนี่คือว่าปรกติแล้วละครับ
นั่นคือคุณแอม...ยังไม่ต้องเคี่ยวเข็นท่านมากใน ๕-๖ วันแรกที่เริ่มบริหาร  ลองเริ่มต้นก่อน  

ตามหลัการบริหารครับ  ทำแขนข้างที่บาดเจ็บแล้ว  ก็เวียนข้างกลับมาทำกับแขนข้างที่ปรกติ  ตามจำนวนที่เท่ากัน  เพื่อผลสุดท้าย...กำลังแขนสองข้างมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงเท่ากัน

ท่าที่ ๒ จับดรัมเบลแบบคว่ำท้องแขน   การกระดกจะตรงข้ามกับท่าที่ ๑

ทีนี้...มานึกถึงหากคุณแม่ไม่มีแรงที่จะจับ...จะกำดรัมเบลให้แน่นพอ  ก็จะเกิดปัญหาดรัมเบลหล่น  

หากเป็นเช่นนี้  หรือคิดว่าท่านจับดรัมเบลไม่ได้แน่

ก็ให้ดัดแปลงเครื่องมือ...แทนที่จะใช้ดรัมเบล  ให้ใช้ยางยืดแทน  หากเป็นนักปั่นจักรยานให้แวะหาร้านที่เขามียางในเก่าเสือหมอบ...ที่ลูกค้าทิ้ง  ยางในเสือหมอบนี่ละขนาดการต้องใช้แรงออกแรงยืดมันพอเหมาะ

เอายางในเสือหมอบ  ผูกปลายสองข้างหนึ่งด้วยท่อนไม้กลม  ข้างหนึ่งโตซักไม่เกินนิ้ว  ยาวพอให้พ้นฝ่าเท้า  คือให้ท่านเหยียบไม้ท่อนนี้ด้วยขาท่านเอง...ขนาดไม้กะให้ท่านเหยียบได้ถนัด  ให้ยางลอดขึ้นมาหว่างนิ้วโป้งเท้ากับนิ้วเท้าที่สอง

ส่วนอีกปลายซึ่งผูกกับไม้ท่อนกลม...ให้โตหน่อยเพื่อให้ท่านจับได้ถนัด  ก็ยาวขนาดลูกดรัมเบลที่จะกำได้เหมาะมือ  

ความยาวของสายยางหรือยางใน  ตัดให้พอเหมาะที่ท่านต้องออกแรงดึงกระดกได้

การใช้ยางยืด...เพื่อให้ท่านใช้ดึง  แทนการใช้ดรัมเบล  ดูจะปลอดภัยกว่า



การบริหารกล้ามเนื้อเพื่อการบีบจับและกำ

ใช้ลูกเทนนิสที่เขาตีจนหมดสภาพแล้ว...มันจะได้นิ่มหน่อย  ให้ท่านนั่งบีบ  เชียร์ให้ท่านบีบเล่นทั้งวันแหละครับ  เอามาสองลูกเลย...จะได้บีบทั้งสองมือสลับกันเมื่อเมื่อย



การบริหารกล้ามเนื้อชุดพลิกแขนเข้าหาตัว

ผมคิดว่าการพลิกแขนเข้าหาตัว...ที่คุณแอมพูดถึง  หมายถึงความสามารถในการหุบแขนเข้าหาตัว  ในท่าแขนแนบลำตัวแล้วยกข้อแขนงอข้อศอกตั้งฉาก  แล้วมันบิดให้ท้องแขนแนบหน้าท้องไม่ได้

ผมคิดท่าบริหารให้ดังนี้ครับ  ให้ใช้ยางในเสือหมอบ...ผูกปลายข้างหนึ่งกับหลักเสาหรือรั้วบ้านที่ผูกได้เหมาะๆ  ให้จุดที่ผูกสูงประมาณความสูงของข้อศอกคุณแม่

ท่าการบริหาร  ให้คุณแม่ยืนหันข้าง  เอาข้างที่จะบริหารอยู่ด้านที่ผูกยาง  จับปลายสายยางที่ผูกกับท่อนไม้สำหรับกำได้สะดวก  หรือทำอย่างใดก็ตามให้คุณแม่สะดวกในการจับสายยาง

ท่าที่เตรียมก่อนดึง  คือยืนยกข้อศอกขนานกับพื้นและขนานกับแนวเท้า  ให้แนบท่อนแขนชิดติดลำตัว...ตรงนี้สำคัญ  เน้นคุณแม่อย่ากางท่อนแขนแบบเปิดจักแร้...ให้แนบแขนท่อนบนติดชิดกับลำตัว  มือกำท่อนไม้ที่ผูกสายยาง

สายยางก่อนดึง  ต้องมีระยะสั้นและตึง  เพื่อให้ต้องออกแรง...ตอนพยายามดึงเข้าหาให้ข้อศอกแนบท้อง  ต้องออกแรงขนาดเหนื่อยละครับ  เชียร์คุณแม่หน่อย

หากยังทำขั้นนี้ไม่ได้  ก็เดาว่ากล้ามเนื้ออ่อนแอมาก  ก็ให้เริ่มที่ท่าเอามือไล่ไปตามกำแพงครับ

คือยกข้อศอก  แขนแนบเช่นอธิบาย  แต่แทนที่จะดึงยางก็ให้ยืนหน้าพนักพิงของเก้าอี้ที่สูงพอๆกะข้อศอกของคุณแม่

เมื่อยืนทำอาการเตรียมตัวแบบที่กล่าวพร้อมแล้ว  ก็ใช้มือสาวไต่บนขอบเก้าอี้ให้มือเคลื่อนเข้าทิศทางแนบท้องครับ

ท่าทางการออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อทั้งหมด  คิดมาจากมโนภาพจากหลักการที่ว่ากล้ามเนื้อชุดใดอ่อนแอ  ก็หาเรื่องให้กล้ามเนื้อชุดนั้นๆได้ทำงาน  จากการออกกำลังแต่น้อยไปจนมากขึ้นๆ  จนแข็งแรงเป็นปรกติครับ

ที่นี้มาพูดถึงการยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนที่ปัญหา

ให้คุณแม่ยืนหรือนั่งก็ได้  

ท่าที่ ๑  ยื่นเหยียดแขนตรงๆไปข้างหน้าข้างหนึ่ง  แบและกระดกฝ่ามือขึ้น...ปรางค์พระห้ามญาติ  หรือท่าจราจร...สั่งรถหยุด

เอามืออีกข้างหนึ่งดึงฝ่ามือโดยรวบปลายนิ้วทั้งห้าของข้างที่กระดก  ดึงเข้าหาตัว...ดึงนานถึงนาทีได้ก็จะดี  ทำครั้งเดียวพอต่อมื้อ  วันนึงซักสามมื้อ  เอ้ย...สามครั้ง  เช้า บ่าย เย็น  และทุกครั้งหลังการออกกำลังบริหาร

ทำสลับแขน

ท่าที่ ๒...ยื่นเหยียดแขนตรงๆไปข้างหน้าข้างหนึ่ง  แบและกระดกฝ่ามือลง  แล้วก็เอามือข้างที่เหลือมาดึงปลายนิ้วทั้งห้า  เข้าหาตัว

ตามกติกาครับ  สลับแขน  และสามมื้อ

ครับ...เชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูคุณแม่คุณแอมได้โดยเร็วครับ

ขอให้หายโดยไวเช่นกันนะครับ

แอม
Unregistered

[ 210.4.147.41 ]
02 ก.ค. 50  11:10:22 น. # 67

เด๋วต้องเอาไปสอนแม่อย่างเร่งด่วน...ล่าสุดนี้ แม่กำมือได้มากกว่าเดิม  ถึงแม้จะกำได้ไม่สนิท แต่สามารถกดให้กำได้  ไม่เจ็บ  แต่ถ้าไม่กด ก็กำได้แค่นั้น  เหมือนเอ็นมันเด้งๆ แข็งๆ....แต่ยังไง ทั้งแอมและแม่ จะทำตามคำแนะนำอย่างแน่นอนค่ะ : )

ปล.  แม่แอมไม่ได้ล้ม หรือเกิดอุบัติเหตุไรเลย  แต่โดนโจรใจร้าย มากระชากกระเป๋า แล้วก็ฟันเข้าให้  แต่ตอนนี้ก็จับได้แล้วค่า....อืม แล้วนี่ แอมควรเรียกคุณเสือน้อยว่าอะไรดีคะ  สงสัยต้องเรียก คุณอาเสือน้อยซะแล้ว 555 ล้อเล่นนะคะ  เรียก คุณเสือน้อยเหมือนเดิมก็ได้ ; )

ขอบคุณทุกท่านนะคะ

แอม
Unregistered

[ 210.4.147.41 ]
11 ก.ค. 50  11:42:12 น. # 68

วันแรกๆ ที่แม่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล สามารถกดนิ้วมือให้กำลงไปได้เกือบสุดเลย  แต่มาวันนี้ ก็ผ่านมาประมาณ 2 อาทิตย์  เริ่มมีอาการกำได้น้อยลง  คล้ายว่าจะเป็นแบบเดิมอีก ทั้งที่แม่ก็กายภาพทุกวัน รวมทั้งทำตามที่คุณเสือน้อยแนะนำด้วย.....การผ่าเลาะพังผืดไม่ได้ช่วยให้กำได้สนิท  เพียงแต่ช่วยให้ข้อมือ  นิ้วมือ ขยับได้มากกว่าเดิมเล็กน้อยใช่รึป่าวคะ...ตอนนี้แค่รู้สึกว่าข้อมือที่เคยกระดกไม่ได้ มันดูนิ่มๆ ขึ้นแค่นั้นเองน่ะค่ะ

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
11 ก.ค. 50  16:19:34 น. # 69

ต้องรบกวนป๋าลูแล้วละครับ

ผมเข้ามาให้กำลังใจนะครับ  ขอให้ดูแลแม่ให้เต็มที่แบบตั้งใจนิ่ง

คืออยากให้ตัดแยกความทุกข์ใจออกให้หมด  ความกังวลอย่าให้แปลกลับเป็นความทุกข์

ทำหน้าที่ด้วยใจสงบนะครับ

ด้วยความปราถนาดี

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
11 ก.ค. 50  21:38:49 น. # 70

เรียน คุณแอม ครับ

อาการของคุณแม่ ก็คงจะต้องรอเวลาให้ร่างกายค่อยๆฟื้นฟูไป
ปัญหาก็คงอยู่ที่ว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นเกิดจากการถูกฟันด้วยของมีคม  คุณแอนให้ข้อมูลเพียงว่า เอ็นขาด  และกระดูกหัก   ผมเองมองไปไกลถึงว่ามีการบาดเจ็บของเส้นประสาท และหลอดเลือดบริเวณข้อมือร่วมด้วยหรือเปล่า  ซึ่งระดับความรุนแรง และการฟื้นคืนสภาพเดิมก็จะแตกต่างจากอุบัติเหตุทั่วๆไป

ปกติแล้ว เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อก็ตาม หากได้รับอุบัติเหตุ มีการฉีกขาดแยกตัวออกจากกัน  การหายจะเกิดขึ้นโดยfibrous tissueหรือพังผืดเชื่อม แต่ไม่ได้หายด้วยเนื้อของเอ็นงอกมาชนกันเอง  โอกาสที่มันจะมีรอยตะปุ่มตะปั่ม ( คล้ายกับรอยต่อไม่เรียบสนิท)จึงเป็นไปได้สูง  รอยตะปุ่มตะป่ำเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนตัวของเส้นเอ็นเพื่อดึงให้กระดูกปลายทางมีการขยับตัว

หากเส้นประสาทบางเส้นฉีกขาดไป โอกาสที่มันจะงอกเข้าร่องเข้ารอยเดิมก็จะแตกต่างกันไปตามแต่บุคคล ( จะพูดแบบให้เข้าใจ และทำใจง่ายขึ้น ก็คือมันเป็นวิบากกรรม  ซึ่งแต่ละบุคคลคงจะหนีกันไม่พ้น  สุดแล้วแต่กรรมของแต่ละคนที่แตกต่างกัน )  กล้ามเนื้อบริเวณมือซึ่งจะต้องอาศัยเส้นประสาทที่รอดผ่านข้อมือ ( มีถึง 3 เส้น  อยู่ด้านโคนนิ้วก้อย  กลางข้อมือ  และทางโคนนิ้วหัวแม่มือ ) ก็จะถูกกระทบไปด้วย   การขยับของนิ้วมือบางนิ้วก็อาจจะกระทบไปด้วย  ซึ่งตรงนี้แพทย์ที่ให้การรักษาท่านแรก น่าจะเห็นร่องรอยของความเสียหายได้เป็นอย่างดี

ทุกอย่างคงจะต้องใช้เวลาในการให้มันค่อยเป็นค่อยไป  การประคับประคองทางด้านจิตใจมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการรักษาทางกายภาพ  กำลังใจของคนรอบข้างเป็นสิ่งจำเป็นครับ

เนื่องจากไม่เห็นรอยโรคชัดเจน  และไม่เห็นการรักษา คงจะให้คำแนะนำได้เท่าที่จะให้ได้ครับ    ขอให้หายไวๆ ทั้งคุณแม่ และคุณแอมนะครับ

แอม
Unregistered

[ 210.4.147.41 ]
12 ก.ค. 50  09:54:26 น. # 71

ตอนนี้มีข่าวดี(รึป่าว) คือ จับคนร้ายที่ฟันแขนแม่ได้แล้ว  เค้าจะได้ไม่ไปทำคนอื่นอีก

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ

Kitt
Unregistered

[ 58.64.121.58 ]
02 ก.ย. 50  23:35:20 น. # 72

สวัสดีค่ะ อาจารย์ พอดีว่าได้รับ assign เป็นผู้ป่วย ASA   II
ทำ operation : Lt. TKA ผู้ป่วยมี underlying HT & HPL  control  ได้ดีค่ะ
คิดว่า เลือกทำ SA แต่ว่าสงสัยอยู่ที่ว่า ผู้ป่วยรายนี้
เป็น HT  ต้องระวังตรงไหนบ้างไหมคะ
นอกจากPre-medว่าห้ามให้ MAOI + Pethidine

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
03 ก.ย. 50  12:26:29 น. # 73

ป่านนี้คงจะเสร็จ หรือเริ่มcaseไปแล้วกระมังครับ
ไม่เห็นCaseผมคงจะบอกอะไรลำบากนะ
ให้บรรยายเป็นตัวหนังสือด้วยยิ่งเป็นเรื่องยากด้วย
ผู้ป่วยHT  ก็คงจะต้องดูว่าความดันถูกควบคุมได้ดีแค่ไหน และรักษาระดับความดันนั้นคงที่มาต่อเนื่องหรือเปล่า  Case TKAส่วนใหญ่ก็เหล่าเหลากันทั้งนั้น  แต่ถ้ายังเป็นASA II ก็แสดงว่าต้องฟิตพอสมควร

SA ก็คงจะadvantageกว่า GAในแง่ postop. pain control   หากเป็นเรื่องของTHA ในTextจะบอกไว้ว่า SAจะเพิ่มความAdvantageกว่าในแง่ของ bleedingที่น้อยกว่า และ ลดincidenceของ DVT แต่ในคนไทยมีปัญหาเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย สำหรับ TKAอาจจะไม่ค่อยมีความแตกต่างกัน เพราะทำpostop. mobilizationได้เร็วกว่า

GA จะAdvantageกว่า SA ในแง่ของเรื่องความสามารถในการcontrol everything in Anesthetic hand  หลีกเลี่ยงปัญหาunpredictable effect ของLocal  Anesthetic agent  หลีกเลี่ยงuncontrollable operation time ที่อาจจะนานเพราะsurgeon performanceของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน  , นอกจากนี้ในCase TKAส่วนใหญ่ที่เป็นพวกเหล่าเหลาก็จะมีปัญหาเรื่อง difficult lumbar puncture  ซึ่งเป็นเรื่องของexperienceของAnesthetistแต่ละคน

หน้าที่ของเราคือ keep normohomeostasis ในช่วง intraoperative period ซึ่งเป็นหลักการหลักๆ และว่ากันไปตามสถานะการณ์

ถ้าเป็นผมเอง หากpt.ไม่มีปัญหาเรื่อง Hypovolemia , abnormal coagulogram เช่น on ASA (อันนี้surgeonเขากลัวกว่าเรา) , และยินยอมให้ทำSA ผมเองก็เลือกทำSA  เพราะsurgeonที่ผมรู้จัก มีperformanceสูงพอที่จะไม่ต้องกังวลว่า Anesthetic agentจะหมดฤทธิ์ไปก่อนหรือเปล่า

สำหรับ Experience anesthetist การทำSAจะเป็นเรื่องที่นิยมกว่า อย่างน้อยการเลือกใช้ Heavy 0.5%Marcaine ร่วมกับการจัดท่าในลักษณะ One-leg block  ก็น่าจะลดปัญหาเรือง CVS instability  และprolong anesthetic durationให้ยาวนานกว่าเดิมโดยไม่ต้องเพิ่มdosageของยา

แต่วิธีที่ให้ผลดีที่สุด ควบคุมง่ายที่สุด แต่ยุ่งยากและneed experienceที่สุดก็คือการทำ Continuous Epidural anesthesia

ppp
Unregistered

[ 202.129.51.34 ]
17 พ.ย. 50  23:14:44 น. # 74

เรียน อ.ลู
ตอนนี้49ปีมีปัญหาชอบชามือตอนนอน ทั้ง2มือ  มา  4-5ปี ตอนกลางวันไม่เป็นได้แคลเซี่ยมกินเข้าคลีนิควัยทองอยู่  แบบเม็ดฟู่ 2เม็ดต่อวัน  ู่ตัดรังไข่ ปี  37 พ.กระดูกบอกเป็น ขาดB2 กินไม่ดีขื้นต่อมาให้ิB1-6-12 ดีขึ้นหน่อย และพ.ฉีดSteroid .ให้ 2ครั้ง  3ปีหลังยังมีอาการเวลานอนเป็นคืน2-3ครั้ง เป็นบ่อยประมาณ1-2ครั้ง/สัปดาห์  นอนหมอนไม่สูง เป็นอะไรได้บ้าง หมอบอกฉีดไม่หายจะผ่า  บางอาทิตย์ไม่มีอาการ  ขอบคุณค่ะ(เคยล้มตอนนี้มีอาการHNP L4-5 ชาขาซ้าย ไม่ทราบการล้มทำให้มีปัญหากระดูกคอไหม  มือกำได้ดีกลางวันปกติ)

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
18 พ.ย. 50  10:54:15 น. # 75

เรียนคุณ ppp

ผมตั้งใจโดยจำเพาะที่จะตอบคุณppp  แบบเล่าสิ่งที่ผมได้ฟังและเคยแนะนำต่อให้คนที่สนิท  เกี่ยวกับเรื่องการรู้สึกชาของกลุ่มพรรคพวกที่เหตุเกิดจากการเล่นกิฬาแล้วโชคดีรักษาได้หายจากวิธีนวดบำบัด

ขอคุณppp ลองพิจารณาดูเผื่อเป็นประโยชน์

ขั้นต้นขอออกตัวก่อนว่าผมมิใช่หมอและมิได้มีความรู้ในด้านนี้เลย  การเล่าให้ฟังนี้เป็นเพราะส่วนตัวชอบซักถามปัญหาบาดเจ็บของเพื่อนฝูงและสอบถามวิธีการรักษามาเล่าต่อ

โดยที่เพื่อนส่วนใหญ่รู้ว่าผมชอบฟังเรื่องการบาดเจ็บจากการเล่นกิฬา  

มีคนหนึ่งที่เริ่มต้นเรื่องนี้เล่าให้ฟังว่าเขารู้สึกเจ็บยอกแถวข้างแก้มก้นด้านนอก  ภาษานักนวดเรียกว่าอาการสลักเพชรจม  รู้สึกเดินได้ไม่สะดวกเป็นเรื้อรังอยู่นานหลายปี  หาหมอตามโรงพยาบาลก็ไม่ใคร่เห็นผล

เพื่อน...ไปเจอเพื่อนแนะนำให้ไปหาหมอนวดอยู่แถวโรงพยาบาลทหารเรือฝั่งธน  เสียค่ารักษาโดยการนวดจับเส้นครั้งละ ๒๕๐ บาท  นวด ๑ ครั้งระบมไปทั้งตัวพัก ๓ วันต่อการนวดต่อ  รวมโดนนวด ๔ ครั้ง

เพื่อนบอกว่าอาการเดินได้ไม่สะดวกหายไปเป็นปลิดทิ้ง  ผลจากการโดนนวด ๔ ครั้ง

เพื่อนคนนี้เล่าเรื่องแถม  เพราะยังมีอีกคนที่ไหล่ขวายอกขัดต่ออาชีพของตัวเองที่เป็นนักดนตรีเล่นกิต้าร์  ตรวจรักษาโดยหมอในโรงพยาบาลถึงขั้นตกลงวิธีการที่จะต้องผ่าตัดกัน  แต่หมอท่านก็ไม่รับปากว่าจะหายขาด

ก็ขออนุญาตหมอเสี่ยงไปหาหมอนวดคนนี้แบบขอลองดูก่อน  หมอก็ไม่ขัดทำนองว่าไปลองกันก่อนหากไม่ได้ผลค่อยกลับมาให้หมอผ่า

ปรากฎว่าหายเช่นกันครับ  จากการนวดบำบัดโดยหมอนวดคนนี้

กรณี ๒ เรื่องของ ๒ คนป่วยเป็นเรื่องเล่าที่ไกลตัวผม  ผมมารับรู้โดยฟังเพื่อนเล่า

แต่ที่จะเล่าต่อคนนี้เป็นคนที่ผมเกี่ยวข้องโดยตรง

คือผมคุ้นกับเด็กนักกิฬากระโดดน้ำอยู่คนหนึ่ง  เห็นเธอหัดกระโดดอยู่ที่สระการกิฬาฯ หัวหมาก  ตั้งแต่สิบกว่าขวบจนติดทีมชาติถึงปัจจุบันนี้  อายุร่วม ๒๐ ปีแล้ว

เดือนสองเดือนก่อนเจ้าหนูสาวน้อยคนนี้ที่ปรกติจะยิ้มแย้มทักทายผมทุกครั้งที่เจอะเจอ  เปลี่ยนไป...ไม่ยิ้มไม่แย้มสีหน้าอมทุกข์  ผมก็ถามว่ามันมีเรื่องอะไร

เธอตอบว่ามีปัญหา  ขาขวาจรดปลายนิ้วเท้ารู้สึกชา  หมอประจำทีม...ก็คุณหมอที่ผมนับถือและเอาชื่อท่านมาชักชวนให้ประดาเพื่อนในเวปนี้ไปใช้บริการการรักษาจากท่าน (วันจันทร์...เป็นวันที่ท่านมาช่วยตรวจรักษาคนป่วยทั่วไปที่คลีนิคการกิฬา  สนามกิฬาหัวหมาก  คุณหมอชนินทร์ ล่ำซำ  ปรกติท่านอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช)

เจ้าหนูนี่คุณหมอท่านก็ทำท่าเหมือนจะต้องรักษาโดนการผ่าตัดเสียเช่นกัน  ฟังว่ามีปัญหาจากเรื่องกระดูกสันหลังตรงแถวบั้นเอวบิดตัวทับเส้นประสาท  อะไรทำนองนั้น  และเป็นเรื้อรังมาร่วมปี  เด็กกังวลและเครียดส่งผลให้กินไม่ได้นอนไม่หลับไม่มีสง่าราศรีของเด็กที่เล่นกิฬาเป็นประจำวันเลย

กับเจ้าหนูนี่เนื่องจากผมคุ้นกับผู้ปกครองของเด็ก  ผมจึงเอาเรื่องของเพื่อนที่เล่าเกี่ยวกับการรักษาโดยการนวดบำบัด ๒ เรื่องข้างบนเล่าสู่กันฟัง  พร้อมบอกว่าลองไปดูเถอะเผื่อมันหาย

ปรากฎว่าผู้ปกครองพาเด็กไปรักษาทันทีในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ฟังผม

ตกตอนเย็นเจ้าเด็กหน้าตาสดใส  บอกลุงหนูหายแล้วละ...กะแค่การนวดครั้งเดียวครับ

ทุกวันนี้เด็กคนนี้ก็ยังหมั่นไปให้หมอนวดคนนี้ดูแลเธออยู่  เธอรักษาโดยวิธีการนี้มาร่วมเดือนแล้ว  เธอรู้สึกว่าปรกติทุกอย่างแล้วละครับ

การไปครั้งหลังๆจะมีหมอนวดประจำตัวประจำทีมของชุดผู้ฝึกสอนไปดูและเรียนรู้การรักษาจากหมอนวดคนนี้ด้วย  ดูเหมือนหมออนวดประจำทีมจะยกย่องหมอนวดคนนี้เช่นกัน

วิธีไปหาหมอนวดคนนี้  ให้ไปที่โรงพยาบาลทหารเรือ  ชื่อทางการจะชื่อโรงพยาบาลสมเด็จพระปินเกล้า  แล้วข้างโรงพยาบาลจะมีซอยที่มีคิวรถมอเตอร์ไซค์ประจำอยู่ปากซอย

ให้ใช้บริการของพวกมอเตอร์ไซค์แนะนำหรือขับไปส่งบ้านหมอนวดครับ

หมอนวดมิได้ทำงานในโรงพยาบาลที่ผมกล่าวชื่อนะครับ  แต่พูดในแง่เป็นจุดให้จำง่าย  หมอนวดพวกกลุ่มมอเตอร์ไซค์จะรู้จักเรียกว่าหมอตี่  หรือหมอสุเมธ  นี่หล่ะครับ...ถามถึงหมอนวดฟังว่ากลุ่มมอเตอร์ไซค์ในซอยนี้จักกันทุกคน

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
18 พ.ย. 50  11:07:30 น. # 76

เพิ่มอีกซักเรื่องนะครับ

ทวนปัญหาอาการบาดเจ็บของคุณ ppp ที่พูดพาดพิงถึงปัญหากระดูกคอ

ก็จากกิตติศัพท์ที่ผมชอบฟังปัญหาเรื่องบาดเจ็บของเพื่อนในสนามกิฬาหน่ะแหละครับ

เรื่องที่จะเล่าต่อนี้เป็นเรื่องของนักบริหารหนุ่ม  ที่เคร่งเครียดการงานออกกำลังกายแค่ตีกอล์ฟ  อายุก็ประมาณ ๔๕-๔๖ ปี

มารู้ตัวอีกทีมีปัญหาไหล่ซ้ายชา  รวมทั้งมีรายการอื่นปนอีกหลายเรื่องแควคอแถวไหล่แต่ผมเก็บใจความไม่ละเอียด  จำได้แต่รายการฝอยว่าถึงขั้นหมอนัดกำหนดวันผ่าตัดเหมือนกัน  คือหมอท่านฟันธงว่ากระดูกคอเสื่อมมีแคลเซี่ยมงอกกดทับเส้นประสาท

เพื่อนคนนี้ไปได้หมอนักกายภาพบำบัดแนะนำให้ลองทำกายภาพบำบัดดูก่อน  ก็ไม่ได้ดื้อหมอที่นัดแนะเรื่องผ่าตัดกันไว้แล้ว  แต่เป็นคนไข่ที่ดีจึงไปปรึกษากับหมอที่นัดผ่าตัดว่าขอไปลองรักษาด้วยหมอกายภาพบำบัดก่อน

หมอท่านใจดี  บอกเอาเลยจะไปทำอย่างไรก็ได้ทำได้ทุกอย่างหมอไม่ว่า  หากยอมทุกอย่างแล้วค่อยกลับมาให้หมอผ่า

ปรากฎว่าเจ้านี่หายด้วยฝีมือนักกายภาพบำบัดครับ  หายแบบรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมมากไม่รู้สึกปวดทรมาณเหมือนก่อน

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
18 พ.ย. 50  20:24:47 น. # 77

แนะนำให้ไปพบแพทย์ทางด้านกระดูกดูก่อนไหมครับ ว่าอาการที่ชามือ2ข้างนั้นมีต้นเหตุมากจากอะไร

อาการหมอนรองกระดูกคอเสื่อม จนทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า spondylosis หรือบางครั้งที่หมอชอบบอกง่ายๆว่ามีแคลเซี่ยมไปเกาะแล้วไปกดเส้นประสาท  สามารถตรวจวินิจฉัยได้ด้วยการเอกซเรย์ หรือถ้าต้องการคำวินิจฉัยที่จำเพาะมากขึ้น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แม่เหล็กไฟฟ้า ( แปลเป็นไทยผิดป่าวนะ ภาษาอังกฤษเรียกว่า MRI )สามารถให้คำวินิจฉัยได้ชัดเจนที่สุด

แพทย์อีกแขนงหนึ่งที่อยากจะให้ไปพบก็คือแพทย์ทางประสาทอายุรกรรม ก็คือแพทย์ผู้มีชำนาญทางด้านระบบประสาทของร่างกาย แพทย์กลุ่มนี้ไม่นิยมการผ่าตัด แต่จะนิยมการตรวจวินิจฉัย และใช้ยารักษา  หากไม่สามารถใช้ยาได้ จึงจะแนะนำวิธีอื่นให้


นอกจากสาขาปัจจุบันแล้ว  การรักษาแนวทางเลือก เช่น นักกายภาพบำบัด หรือ หมอจับเส้น ( อันนี้ผมก็เคยใช้บริการเนืองๆ เจอทีชักดิ้นชักงอ แต่ก็หายเหมือนอย่างที่พี่เสือน้อยว่าไว้ )  แต่ต้องดูด้วยว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ถ้าสาเหตุที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการแพทย์ทางเลือก การนวด การคลาย การกด การคลึง ก็ช่วยได้ครับ   แต่ถ้าปัญหามาจากพยาธิสภาพที่กระดูกเอง หรือ หมอนรองกระดูกแถวคอมันเสื่อม และเคลื่อนมากดทับจริงๆ  การแพทย์ทางเลือกเหล่านี้ก็คงจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้

MIB
Unregistered

[ 58.9.142.29 ]
22 พ.ย. 50  20:21:47 น. # 78

ขอโทษนะครับคือผมมีข้อสงสัยมากเลยครับ เกี่ยวกับการดมยาสลบแบบ low flow ครับว่ามันจะเป็นวิธีการที่ช่วยประหยัดagentได้อย่างไร เพราะที่ผมรู้และเคยเห็นอะครับว่า เปิดlow flowแล้ว เปอร์เซนต์vapo มันหายไปครึ่งหนึ่งอะครับ อย่างเปิดtotal flow 2 ลิตร แล้ว isofluraneอ่านจาก monitorได้ 0.9ครับ สงสัยว่ามันจะประหยัดได้ไงอะครับในเมื่อเปิดมากแล้วค่าผู้ป่วยได้รับมันได้น้อยกว่าอะครับ รบกวนท่านผู้รู้ช่วยไขข้อข้องใจด้วยนะครับ

วรพัฒน์ ครับ
Unregistered

[ 58.9.203.43 ]
01 ธ.ค. 50  10:40:14 น. # 79

ขอโทษนะครับคือผมมีข้อสงสัยมากเลยครับ เกี่ยวกับการดมยาสลบแบบ low flow ครับว่ามันจะเป็นวิธีการที่ช่วยประหยัดagentได้อย่างไร เพราะที่ผมรู้และเคยเห็นอะครับว่า เปิดlow flowแล้ว เปอร์เซนต์vapo มันหายไปครึ่งหนึ่งอะครับ อย่างเปิดtotal flow 2 ลิตร แล้ว isofluraneอ่านจาก monitorได้ 0.9ครับ สงสัยว่ามันจะประหยัดได้ไงอะครับในเมื่อเปิดมากแล้วค่าผู้ป่วยได้รับมันได้น้อยกว่าอะครับ รบกวนท่านผู้รู้ช่วยไขข้อข้องใจด้วยนะครับ
waraphatnok@hotmail.com

วรพัฒน์ ครับ
Unregistered

[ 58.9.203.43 ]
01 ธ.ค. 50  10:41:58 น. # 80

ขอโทษนะครับคือผมมีข้อสงสัยมากเลยครับ เกี่ยวกับการดมยาสลบแบบ low flow ครับว่ามันจะเป็นวิธีการที่ช่วยประหยัดagentได้อย่างไร เพราะที่ผมรู้และเคยเห็นอะครับว่า เปิดlow flowแล้ว เปอร์เซนต์vapo มันหายไปครึ่งหนึ่งอะครับ อย่างเปิดtotal flow 2 ลิตร แล้ว isofluraneอ่านจาก monitorได้ 0.9ครับ สงสัยว่ามันจะประหยัดได้ไงอะครับในเมื่อเปิดมากแล้วค่าผู้ป่วยได้รับมันได้น้อยกว่าอะครับ รบกวนท่านผู้รู้ช่วยไขข้อข้องใจด้วยนะครับ
waraphatnok@hotmail.com

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
03 ธ.ค. 50  14:14:00 น. # 82

ลองถามอจ.ที่สอนดีกว่ามั๊งครับ
2lit/min กับ 6lit/min
evaporizeต่างกัน3เท่า  
เปิด 6lit/min  uptakeเข้าไปแล้วเหลือทิ้ง เหลือขว้างมากกว่า 2lit/min

----------------------------------------------------
flow 6lit/min  เปิด sevo 1%  อ้ตราระเหยประมาณ 20CC/hr   เปิด sevo 3% อัตราระเหยประมาณ 60CC/hr
flow 2lit/min  เปิด sevo 3% อ้ตราระเหยประมาณ 20CC/hr หรือ 1 CC/3 min   เฉลี่ยค่าใช้จ่าย 8บาท/นาที

ที่เหลือควรจะคิดต่อได้นะครับ
-----------------------------------------------------

เปอร์เซนของ ISOFLURANE ที่ไม่เท่ากับ dial control ส่วนหนึ่งมาจากยังไม่ถึงequivalent  อีกส่วนหนึ่งก็มาจากการถูกuptakeเข้าไป ทำให้เหลือออกมาไม่เท่ากับintakeเข้าไป

ดมยาเขาดูกันที่clinicalนะครับ ไม่ได้ดูกันที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว
แล้วเขาก็ไม่ได้ดมกันด้วยvaporizorเพียงตัวเดียว ยังมียาอื่นๆ เช่น Narcotic , Muscle relaxant , N2O อีก  เอาเข้าจริงๆ ผมเปิดflow 2 lit/min  เปิดsevoเฉลี่ยๆแค่ 1-2% เท่านั้น

จริงป่าวววววว

ppp
Unregistered

[ 125.27.201.198 ]
22 ธ.ค. 50  05:36:02 น. # 83

เรียนอาจารย์ลู Happy Newyear 2008
การดมยาสลบรายที่มีผลตรวจ  Echoเป็น  HOCM ร่วมด้วยดมอย่างไรนอกจากไม่ใช้ N2o  F3  ระว้งอะไรบ้างแต่ละขั้นตอน  Drug of choice ,Monitor, Maintain? ?ช่ายตอบด่วนจี๋ค่ะก่อนปีใหม่นะคะ  ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
  ของเก่า case Embolismที่ถามมี Urine  ในท้อง 1500 cc อ. Web.ไหน หรือส่งคำถามไม่ถึง ?/

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
22 ธ.ค. 50  18:55:28 น. # 84

ต่อเนื่องจากคงามเห็นที่ ๗๕ ...พอดีนักกิฬาจบการแข่งซีเกมส์  เจอเจ้าหลานสาวนักกระโดดน้ำที่มีปัญหา...ที่ได้เล่าให้ฟัง  เมื่อสองวันก่อน

ปรากฎว่าเธอยังมีอาการเจ็บหลังอยู่  ต้องทำการแข่งขันทั้งเจ็บในซีเกมส์

ถามว่าตอนนี้ยังไปหาหมอจับเส้นที่ผมพูดถึงหรือเปล่า

เธอ...ทำท่าดูหมดกำลังในการจะไปหาแล้วละครับ  เพราะดูจะไม่หายขาด

จึงขอเอามาเล่าสู่กันฟังต่อนะครับ

note 06
Unregistered

[ 76.169.93.218 ]
15 ม.ค. 51  13:43:31 น. # 85

อยากขอคำแนะนำในการสร้างกล้ามเนื้อบริเวณ รอบ ๆ เข่า ต้นขา ให้แข็งแรงว่าต้องทำอย่างไร เพราะผมมีปัญหาหัวเขาหลวมมาก เนื่องจากเอ็นไขว้หน้าขาด หรือไม่ไมแน่ใจเพราะเป็นมาประมาณ4ปีแล้ว  และยังไม่ได้ผ่าตัดช่วยแนะนำด้วยน่ะครับ

ave__ E-mail: avenaa@yahoo.com__ขอบ
Unregistered

[ 161.200.255.162 ]
19 ม.ค. 51  13:55:34 น. # 86

สวัสดีคะ ป๋าลู
                     มีเรื่องรบกวนสอบถามเกี่ยวกับการดมยาในการผ่าตัดต้อกระจกคะ เนื่องจากพี่สาวเป็นต้อกระจก ต้องได้รับการผ่าตัด หมอตานัดวันที่ 24 ม.ค. 51 พี่สาวเป็นโรคจิตเภท และมียากินประจำทุกวัน 4 ตัว ได้แก่ clozatine 100 mg ครึ่งเม็ดก่อนนอน risperdol 2 mg 1 เม็ดเช้าเย็น trihesypsenedyl 2 mg 1 เม็ดเช้าเย็น และ prodanolol 10 mg 1 เม็ดเช้าเย็น หมอตาให้ใช้วิธีดมยาในการผ่าตัด เพราะกลัวว่าพี่สาวจะถามหรือพูดในระหว่างที่ผ่าตัด อยากทราบว่า จะมีอันตรายหรือผลแทรกซ้อนกับโรคหรือยาที่กินหรือไม่ และจำเป็นแค่ไหนที่ต้องใช้ยาดมสลบ เพราะเข้าใจว่าการผ่าตาต้อกระจก จะใช้เวลาไม่นาน มีวิธีอื่นหรือไม่คะ ถ้าใช้ยานอนหลับได้มั้ยคะ รบกวนด้วยนะคะ เพราะเป็นห่วงพี่สาวมากคะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
22 ม.ค. 51  17:20:07 น. # 87

ผ่าตัดต้อกระจก เพื่อเปลี่ยนเลนส์ตา หรือใส่เลนส์แก้วตาเทียมนั้น  อาจจะใช้เวลาไม่นานก็จริง แต่คนไข้ต้องร่วมมือมากๆทีเดียวนะครับ  เพราะต้องนอนนิ่งๆ

ถ้านอนนิ่งๆไม่ได้ ก็คงจะต้องดมยาสลบเหมือนกัน  โดยฤทธิ์ของยากินดังกล่าวจะเสริมฤทธิ์ยาสลบไม่มากก็น้อยครับ  เรืองนี้ต้องเรียนให้แพทย์ดมยาที่ทำการวางยารับทราบก่อนนะครับ  จะได้วางแผนการให้ยาระงับความรู้สึกได้อย่างเหมาะสม

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
23 ม.ค. 51  11:21:12 น. # 88

ถือว่าผมค้างคำตอบคุณ note 06 ที่ถามในความเห็นที่ ๘๕ เรื่องบริหารกล้ามเนื้อรอบหัวเข่า...นะครับ

จะขอค้นคำตอบเก่าๆ  เพื่อทำลิ้งค์ให้ดูนะ

เสือน้อย ล็อคอิน
Senior Member


เข้าร่วม : 27 มี.ค. 50
เปิดกระทู้ : 12 ครั้ง
ให้ความเห็น : 619 ครั้ง
24 ม.ค. 51  12:15:34 น. # 89

มาว่าต่อเรื่องที่ค้างคุณ note 06...หวังว่าคงตามดูกระทู้อยู่  หากไม่ได้ตามก็ขออภัยที่อาจจะช่วยกันตอบคำถามช้าไปบ้าง  หวังว่าโอกาสหน้าคงจะมาเยี่ยมกระดานนี้อีก...

ที่ผมนึกค้าง...เพราะส่วนตัวเคยใช้เวปเกี่ยวกับ weight training อยู่เวปหนึ่ง

เปิดเข้าไปเจอโดยอาศัย google ...ตั้งคำ...weight training  ได้คำตอบมาหลายตัวแต่สุดท้ายผมไปพอใจที่เวป
http://www.exrx.net/

ครั้งนี้...ผมตั้งคำ...exrx...เพื่อได้ค้นเวปจำเพาะไปเลย

เนื่องจากผมค่อนข้างคุ้นกับเวปนี้พอควร  ครั้งนี้จึงคลิ๊กต่อที่หัวเรื่องที่สองทางคอลัมน์ซ้ายมือ....จะได้กระดานนี้มา
http://www.exrx.net/Exercise.html

แล้งผมก็เลือกให้มันแสดงรูปร่างกล้ามเนื้อของเรา...เลือกเพศชาย  Male  จะได้
http://www.exrx.net/Lists/MMale.html

คราวนี้เราอยากดูรูปกล้ามเนื้อที่จะบริหาร...รูปร่างมันเป็นอย่างไร  ก็เอาเม้าท์ไปจิ้มกล้ามเนื้อในรูปแล้วคลิ๊ก...ต่อคำถามของคุณ note 06  อยากบริหารกล้ามเนื้อรอบหัวเข่า  ก็จิ้มในรูปแถวเหนือลูกสะบ้า  จะได้
http://www.exrx.net/Muscles/Quadriceps.html

เป็นรูปแสดงกล้ามเนื้อ  คำอธิบายเกี่ยวกับการทำงานการยืดการหด  จุดเกาะเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือเอ็นชุดอื่นที่เกี่ยวข้อง  อะไรต่อมิอะไร

กลับไปที่หน้าเดิม  คลิ๊กหาหน้าที่บอกวิธีการบริหาร...ให้จิ้มที่ exerise body map  จะได้
http://www.exrx.net/Lists/WtMale.html

เอาเมาท์ไปจิ้มที่รูปแถวสะบ้า  จะได้
http://www.exrx.net/Lists/ExList/ThighWt.html

จะได้วิธีบริหารหลายรูปแบบ  เลือกเอาตามสะดวกครับ  และด้านซ้ายมือจะแสดงวิธีการยืดเส้นของกล้ามเนื้อที่เราบริหารด้วย

สนใจลองเปิดดูก่อนนะครับ  ติดขัดอย่างไรเขียนมาคุยกันใหม่

ส่วนผมที่ได้ใช้แนวทางนี้จากเวปนี้...ก็เลือกเอาวิธีง่ายๆไม่โลดโผนและไม่ยุ่งยากเกินไปหนัก  เขามีให้เลือกนะครับ

ave__ E-mail: avenaa@yahoo.com
Unregistered

[ 161.200.255.162 ]
27 ม.ค. 51  21:35:26 น. # 90

สวัสดีคะ คุณ lucifer
                     ขอบคุณมากคะ สำหรับคำแนะนำ ตอนนี้พี่สาว ผ่าตัดต้อกระจกเรียบร้อยแล้วคะ ก็มีอาการเสียงแหบนิดหน่อยคะ
                     อยากรบกวนถาม เกี่ยวกับ การทำ CT scan ในเด็กอายุ 5 เดือน นะคะ ไม่ทราบว่าจะเป็นอันตรายหรือมีผลข้างเคียงแค่ไหน และรังสีที่ได้รับมากกว่าการ x-ray หรือไม่คะ ขอบคุณมากคะ

ya
Unregistered

[ 203.113.0.203 ]
28 ม.ค. 51  10:31:55 น. # 91

สวัสดีครับ ป๋าลู และทุก ๆ ท่าน
  ไม่ได้เข้าเวปนี้มาเป็นปี ตกใจมาก กระทู้ผม ตั้งแต่ พ.ย.45  ยังอยู่อีก ทุก ๆ คำถามและคำตอบ ยืนยันได้ว่ามีประโชยน์มากจริง ๆ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
29 ม.ค. 51  11:46:22 น. # 92

เรื่อง CT scan ในเด็ก วัย 5 เดือน  แนะนำให้คุยกับหมอเอกซเรย์โดยตรงดีกว่าครับ

น้องนู๋
Unregistered

[ 118.172.38.150 ]
02 ก.พ. 51  17:00:39 น. # 93

อยากทราบว่าผู้ป่วย Thalassemia นั้นก่อนผ่าตัดเค้ามีอะไรที่ต้องประเมินเป็นพิเศษมั้ยค่ะ Hematocrit เท่าไรที่เค้าจะยอมให้ผ่าตัดได้ค่ะถ้าการผ่านั้นเป็น major operation และหลังผ่าจะต้องมี hematocirt ประมาณเท่าไรดีค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
03 ก.พ. 51  12:00:37 น. # 94

โดยทั่วไปแล้ว Hctดั้งเดิมที่ชอบพูดกันเป็นประจำๆก็คือ 30%  แต่ก็ต้องดูอายุประกอบกัน เพราะถ้าไม่มีปัญหาเรื่องหัวใจ อายุไม่มาก รวมไปถึงซีดเรื้อรังแบบนี้มานานแล้ว อาจจะยอมให้ต่ำได้ถึง 25%ก็ยังพอไหว

เพราะต้องไม่ลืมว่าที่มาของ 30% คิดจากความสามารถในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ภายใต้สภาวะcardiac outputที่ปกติ ดังนั้นหากร่างกายชดเชยได้ ก็ไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่

ห่วงเรื่องการจัดท่าสำหรับใส่ท่อช่วยหายใจดีกว่ากระมัง เพราะผป.กลุ่มนี้มักจะมีรูปของกระโหลกที่ผิดแปลกไปจากคนทั่วๆไปหนะ ประเมินผู้ป่วยก่อนเป็นการดีที่สุด

ave
Unregistered

[ 161.200.255.162 ]
22 ก.พ. 51  17:30:18 น. # 95

กลับมาขอบคุณอีกครั้งคะ
จากความเห็นลำดับที่ 90

pp
Unregistered

[ 118.172.55.86 ]
22 ก.พ. 51  21:32:36 น. # 96

อยากทราบว่าอาการปัสสาวะไม่ออกนี่ จะเป็นผลข้างเคียงของการดมยาสลบด้วยรึเปล่าครับ แล้วถ้าเกิดว่าเป็น โอกาสการเป็นระหว่างการดมยากับการบล๊อกหลัง อย่างไหนจะมีโอกาสเป็นสูงกว่า อยากทราบมากๆๆครับ ช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

pp
Unregistered

[ 118.172.53.234 ]
24 ก.พ. 51  14:50:36 น. # 97

ขอถามป๋าลูอีกคำถามนะครับ ผลข้างเคียงของการบล็อคไขสันหลังในเรื่องอาการปัสสาวะไม่ออก เมื่อยาชาหมดฤทธฺแล้วมันจะหายเป็นปกติใช่มั้ยครับ
ป.ล.ช่วยตอบคำถามอันเก่าของผมด้วยนะครับ
ขอบคุณมากๆๆๆๆครับ

pp
Unregistered

[ 118.172.53.234 ]
24 ก.พ. 51  14:56:36 น. # 98

ขอถามป๋าลูหรือใครก็ได้ที่รู้นะครับ ว่าผลข้างเคียงของการบล็อคไขสันหลังในเรื่องอาการปัสสาวะไม่ออก เมื่อยาหมดฤทธิ์แล้วมันจะหายเป็นปกติใช่มั้ยครับ
ป.ล.ช่วยตอบคำถามอันเก่าผมด้วยนะครับ
ช่วยตอบคำถามให้ผมด้วยนะครับ  ผมอยากทราบมาก
ขอบคุณมากๆครับ

เอก กำแพงเพชร
Unregistered

[ 203.172.201.119 ]
10 มี.ค. 51  15:51:48 น. # 99

ผมได้อ่านกระทู้แล้วรู้สึกว่ามีความรู้มากขึ้น แต่ที่ผมอยากเรียนถามอาจารย์ลูหรือผู้ที่สามารถให้คำตอบได้ ดังนี้ครับ
1.นอกจากศิริราชแล้วมีที่ไหนบ้างที่สามารถผ่าตัดอาการเอ็นหัวเข่าได้บ้าง
2.ผมมีประกันชีวิตและประกันสังคมอยู่สามารถใช้ได้หรือไม่ครับ
3.ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร
4.โรงพยาบาลที่ทำการผ่าตัดลักษณะนี้แถวภาคเหนือมีหรือเปล่าครับ คือผมอยู่จังหวัดกำแพงเพชรครับ
5.หลังจากผ่าตัดแล้วใช้เวลาพักฟื้นตัวเองประมาณเท่าไรครับ ถึงจะสามารถทำกิจกรรมบางอย่างได้ เช่น เดินถึงเดินร็ว ๆ

ไพรลิน
Unregistered

[ 202.12.97.119 ]
13 มิ.ย. 51  14:13:06 น. # 100

อาจารย์ขามีผู้ใหญ่ที่บ้านท่านปวดตามแขนขา ตามกระดูก ข้อ ปวดเป็นพักๆ ไม่ทราบว่าท่านจะเป้นโรคเกี่ยวกับอะไรค่ะ บางวันถึงกับนอนไม่หลับเลย

เอมมี่
Unregistered

[ 125.26.192.77 ]
26 ก.ค. 51  14:10:21 น. # 101

มีก้อนออกมาแต่ไม่เป็นไรอ่ะเพราะว่าถ่ายปกติค่ะ
แต่ก้อนนั้นไม่เข้ากับคืนค่ะช่วยตอบด้วย

เด็กระยองฮิ
Unregistered

[ 125.27.71.54 ]
15 ส.ค. 51  00:51:13 น. # 102

ป๋าลูขา...พอดีนู๋กำลังตัดสินใจเสริมหน้าอกแต่นู๋กลัวยาสลบ
นู๋กลัวหลับแล้วไม่ตื่นคะ
มันจะร้ายแรงขนาดนั้นรึป่าวคะ
หรือนู๋ดูหนังมากไป

เสียวแหะ
Unregistered

[ 124.120.78.243 ]
17 ส.ค. 51  02:46:53 น. # 103

ผมเคยดูหนังเขาบอกว่ามีกรณีที่บางคนตื่นขณะวางยาสลบอยู่ด้วย ซึ่งจะขยับตัวไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ และยังรับรู้ความเจ็บปวดด้วย  ดูแล้วกลัวการผ่าตัดเลย  ตกลงแล้วจริงหรือเปล่าครับ

monmilk
Unregistered

[ 125.26.206.197 ]
30 ก.ย. 51  11:51:10 น. # 104

ข้อรบกวน สอบถามหน่อยน่ะ เกี่ยวกับการวางยาสลบ อยากทราบผลข้างเคียงเกี่ยวกับการวางยาสลบ ดิฉันเคยวางยาสลบมาแล้ว 5 ครั้ง ผ่านการผ่าตัดทั้งหมด มันจะมีผลเกี่ยวกับระบบสมองมัยค่ะ เพราะตอนนี้รู้สึกว่าความจำจะสั้น นึกปุ๊มต้องทำเลย ถ้าไงก็ลืมว่าจะทำอะไร รบกวนหน่อยน่ะค่ะ อยากทราบมากค่ะ รบกวนตอบผ่านE-mail: hikydo@hotmail.com

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
30 ก.ย. 51  13:22:24 น. # 105

ที่ว่าความจำสั้นนี่ ตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้วหละครับ

อายุยิ่งมาก ยิ่งหลงลืมง่ายเป็นธรรมดา
ยิ่งไม่ได้ใช้สมองขบคิดมาก  ก็ยิ่งหลงลืมง่ายเป็นธรรมดาครับ

พัลลภ
Unregistered

[ 202.91.19.194 ]
14 ต.ค. 51  18:25:47 น. # 106

การผ่าตัดต่อเส้นเอ็นเข่าส่นใหญ่แพทย์ใช้วิธีทำให้สลบหรือทำให้ชาครับ
ผมกังวลมากกลัว
แล้วต้องใส่อุปกรณือะไรเข้าไปรึเปล่า
ต้องใช้เวลานานแค่ไหน
หลังจากผ่าแล้วต้องทำกายภาพอะไรมั้ย
แล้วมีโอกาศเป็นซ้ำมั้ยครับ

ขอบคุณครับจากผู้ไม่รู้จริงๆ

สยาม
Unregistered

[ 61.7.181.131 ]
23 พ.ย. 51  23:33:55 น. # 107

เรียน ท่านปรมาจารย์ลู่ ที่เคารพรัก
  ผมเล่นกีฬาฟุตบอล แล้วถูกฝ่ายตรงข้าม วิ่งมาด้านหลังใช้ปลายสตั๊คกระทุ้งอย่างแรงไปที่ข้อเท้าซ้าย ซึ่งในขณะที่ผมทิ้งน้ำหนักตัวเต็มที่ไปที่เท้าซ้ายเพื่อจะยิงประตู จากนั้นผมก็ลงไปกองกับพื้น จะลุกขึ้นมาก็ลุกเองไม่ได้ เพื่อนต้องพยุงออกจากสนาม  หลังจากนั้นก็เล่นฟุตบอลหรือวิ่งไม่ได้อยู่เป็นเดือน ๆ พอกลับมาเล่นฟุตบอลอีกก็ไม่เหมือนเดิมเลย เข่าหลวมมาก ข้อเข่าไม่แข็งแรงเหมือนเดิม วิ่งและหยุดในทันทีไม่ได้ จึงอยากถามท่านว่า อาการดังกล่าวเป็นเพราะอะไร  และพอจะมีแพทย์ที่เก่งและชำนาญมากมากเกี่ยวกับการรักษาข้อเข่า ที่ ร.พ.ศิริราช บ้างไหมครับ ขอบคุณมากครับท่านอาจารย์

รักมิรู้จบ
Unregistered

[ 119.160.214.28 ]
28 ม.ค. 52  14:15:55 น. # 108

อยากทราบวิธีรักษาอาการลูกสะบ้าหัวเข่าหลุดค่ะ ถ้าเป็นจะมีโอกาสหายไม๊ค่ะ แล้วยังออกกำลังกายได้อยู่รึเปล่าค่ะ

ลูกกำลังจะผ่าตัด
Unregistered

[ 58.181.214.119 ]
02 พ.ค. 52  07:36:16 น. # 109

อยากทราบว่าการดมยาสลบในเด็กอายุ ประมาณ 6 เดือน จะมีผลต่อพัฒนาการด้านสมองของเด็กหรือไม่ รบกวนหน่อยนะครับ...

น้องอิ๋ว
Unregistered

[ 118.172.18.127 ]
26 พ.ค. 52  10:39:54 น. # 110

ขอถามหน่อยค่ะเพราะเครียดมาก พอดีทำงานต้องใส่กระโปรงและด้วยความประมาทดิฉันเล่นแบตแล้วใส่กระโปรงแคบกระโดดตบลูกแบตแล้วเข่าพลิกกระดูกโปนออกมาด้านข้างเข่าซ้ายพอไปตรวจที่โรงพยาบาลหมอบอกว่ากระดูกสะบ้าหลุดแล้วทางหมอใส่เฝือกอ่อนให้ 1 อาทิตย์กลับมาบำบัดแต่ไม่ได้ผ่า หมอบอกว่าออกกำลังกายได้อย่าเล่นแรง แต่หลังจากงอเข่าเพราะเอ็นตึงหายแล้ว เหมือนจะปกติแต่กลับวิ่งไม่ได้เพราะมันลั่นค่ะ แล้วบางทีท่ายกขาผิดท่ามันก็หลุดเหมือนตอนเป็นครั้งแรก อ้อ ทางโรงพยาบาลบอกว่าเอ็นฉีกและลูกสบ้าเคลื่อน
1. จะมีโอกาสหายมั๊ยค่ะแต่เกือบเดือนแล้วนะค่ะมันยังมีหลุดบ้างถ้าหายอีกนานมั๊ยค่ะ
2.ถ้าผ่ามีผลกระทบอะไรบ้างแล้วจะสามารถหายเหมือนเดิมรึปล่าว
3.แต่ถ้าไม่ผ่ามีผลเสียอะรมั๊ยค่ะ

คุณบิว
Unregistered

[ 58.9.126.134 ]
26 มิ.ย. 52  16:10:34 น. # 111

ขอบคุณ คุณหมอลุมากเลยครับ และเพื่อนที่ถามด้วย เพราะอยากรู้เรื่องน้อยู่พอดีเลยครับ

เด็กพีอี
Unregistered

[ 58.9.78.136 ]
08 ส.ค. 52  13:56:35 น. # 112

หมอลูค่ะ
กระดูกเหนือตะตุ่มข้างขวาแตก หมอกระดูกให้หนูใส่เฝือกปูนไว้ประมานเดือนนึงตามหมอ
หนูได้ถอดเฝือกออกแล้วมาสองวัน แต่วันที่ไปผ่าเฝือกออกหนูไม่ได้พบหมอกระดูกอ่าคะแต่หมอจะนัดอีกทีอาทิตหน้าอ่าคะตอนนี้ แต่ยังไม่สามารถเดินได้เหมือนปกติยังใช้ไม้ค้ำคอยพยุงตัวในการเดินหนูพยามใช้เท้าขวาเดินเต็มฝ่าเท้าแต่ไม่ลงน้ำหนักเท้าเพราะเวลาเหยียบเท้าข้างนี้มันรุ้สึกปวดอ่าคะ แล้วตอนที่จะก้าวขาเดินไปข้างหน้ามันจะตึงตรงบริเวณเอ็นข้อเท้าด้านหลังและบริเวณข้อเท้าด้านหน้ามาก แล้วช่วงนี้หนุก้พยายามกายภาพข้อเท้าโดยกระดกขึ้นค้างไว้ กดปลายเท้าลงท่ามันจะตึงมากค่ะ บิดไปทางขวาได้ค่ะไม่รู้สึกปวด แต่บิดมาทางซ่ายจะตึงและรุ้สึกปวดอ่าคะ
หนูอยากจะถามว่าหนูทำถูกวิธีไหมค่ะ
แล้วช่วงนี้จะใส่supportได้ไหมค่ะมันจะดีรึป่าว ต้องทายาอะไรไหมค่ะ
แล้วระหว่างนี้หนุจะเริ่มทำกายภาพบำบัดได้เลยรึป่าวค่ะ
ถ้าทำได้หนูอยากพยามบำบัดให้เร็วจะได้ฟื้นตัวไวแล้วคุนหมอมีท่ากายภาพแบบไหนบ้างค่ะที่จะช่วยให้อาการกลับมาหายเป็นปกติ

ขอบคุณค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
09 ส.ค. 52  19:32:25 น. # 113

ตอนถอดเฝือกได้ถ่ายเอกซเรย์ไว้หรือเปล่า
กระดูกมันประสานกันดีแล้วแน่หรือ?
ผมไม่เห็นฟิล์ม ไม่ได้ตรวจร่างกาย
ผมให้ความเห็นไม่ได้หรอกครับ

ดีที่สุดตอนนี้คือ ถ้ามันเจ็บ แสดงว่ามันก็ยังไม่พร้อมจะลงน้ำหนัก  ใช้ไม้ค้ำยันแบบ2อัน เดินแบบnon-weight bearing คือ ยกเท้าข้างขวาลอยไว้ ไม่ให้รับน้ำหนักไปก่อน แล้วก็พันผ้าหรือใส่supportเพื่อไม่ให้มันขยับ (จะได้ลดอาการเจ็บ )

แล้วไปพบแพทย์กระดูกตามนัดนะครับ

อรรถ
Unregistered

[ 61.91.207.254 ]
11 ส.ค. 52  16:38:15 น. # 114

เรียน คุณหมอลูครับ

เนื่องจากกระผม ได้รับบาดเจ็บเข่าบิดจากการเล่นกีฬาเมื่อหลายปีก่อน และเป็นอยู่
5 ครั้ง (ประมาณปีละครั้ง แต่ละครั้งจะบาดเจ็บจากการเดินแล้วหมุนตัว
ทำให้เข่าบิด) ผมจึงตัดสินใจผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า (ACL) เมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค.
2552 ที่ผ่านมา โดยใช้เอ็นตรงบริเวณกระดูกสะบ้าเข่าด้านหน้า
มาแทนเอ็นไขว้หน้าและใช้น็อตละลายยึดไว้

ผมได้ไปพบแพทย์ทุกครั้งที่มีการนัดหมาย และทานยา Viartril-S
(ยาเพิ่มน้ำในข้อเข่า) เป็นประจำนับตั้งแต่หลังผ่าตัดทุกวัน จนถึง ณ
ปัจจุบันนี้

ช่วง 4-5 เดือนแรก อาการเริ่มจะดีขึ้น แพทย์เช็คเข่าแล้วไม่หลวมและแผลปิดสนิทดี
จึงให้ออกกำลังกายได้ตามปกติ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
แต่ผมก็ไม่ได้ออกกำลังกาย หรือยกของหนักแต่ประการใด
มีเพียงการซ้อมไดร์ฟกอล์ฟเท่านั้น

มาถึง ณ ตอนนี้เริ่มมีอาการบาดเจ็บด้านในข้อเข่ามากขึ้น เดินลงบันได
และก้มเพื่อเข้าไปนั่งในรถยนต์ เริ่มมีเสียงเอ็นในข้อเข่าขาดดัง "ปึ๊ด"
แต่ไม่เจ็บมาก และเมื่อพับขาและเหยียดตรงทุกครั้ง
จะเหมือนมีอาการขัดกันในข้อเข่า
และขณะเดินปกติจะมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อหน้าขาด้วย

เมื่อไปพบแพทย์ที่ตรวจอีกครั้ง
แพทย์บอกว่าเนื่องจากเส้นเลือดไม่ไปเลี้ยงเอ็นที่ได้ทำการเย็บซ่อม
เอ็นจึงอาจจะเปื่อยยุ่ย และขาดอีกรอบ และแนะนำให้ผ่านใหม่อีกครั้ง

จึงรบกวนถามความคิดเห็นคุณหมอว่า ผมต้องทำอย่างไรดีครับ
ถึงจะให้เส้นเลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นให้หายเป็นปกติได้
หรือต้องผ่าตัดใหม่อีกครั้งตามที่แพทย์ที่ผ่าตัดให้แนะนำครับ
เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ก็เคยได้ไปทำการฝังเข็ม เพื่อรักษา แต่ก็หายปวด
แล้วก็กลับมาเจ็บใหม่อีกครั้ง เมื่อหลังจากฝังได้สักอาทิตย์
เนื่องจากผมเองก็ไม่อยากเจ็บตัวผ่าตัดใหม่อีก เสียเงิน
และเสียเวลาผ่าตัดใหม่อีกครั้ง เนื่องจากต้องทำงานประจำ (พนักงานออฟฟิส)
จึงขอรบกวนคุณหมอทุกท่านด้วยครับ

ขอบคุณมากครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
14 ส.ค. 52  12:59:30 น. # 115

แก้กันที่สาเหตุครับ

เอ็นไขว้ขาด ถ้าซ่อมได้ ก็ควรจะซ่อมเพราะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

การไดร์ฟกอล์ฟ มีส่วนทำให้คุณเดือดร้อนครับ  เพราะข้อเข่าของคุณจะมีการบิดตัว(twist ศัพท์เฉพาะคือ rotation ) ทำให้เป็นการซ้ำเติมในลักษณะrepetitive injury  มันก็คล้ายจับลวดบิดไปบิดมา สุดท้ายมันก็ล้าตัวแล้วก็ขาดไปครับ

การออกกำลังกายเช่น ว่ายน้ำ จะได้ประโยชน์กว่า  รวมไปถึงการปั่นจักรยานด้วยเกียร์เบาๆ จะช่วยให้ข้อเข่าทำงานได้ดี และมีเลือดมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น รวมถึงกล้ามเนื้อรอบเข่าก็จะแข็งแรงและช่วยประคองข้อเข่าได้ดียิ่งขึ้น


ลองไปทบทวนท่าการไดร์ฟกอล์ฟดูนะครับว่า  คุณต้องบิดสะโพก เข่า โดยใช้เท้าเป็นจุดหยุดนิ่ง  ข้อเข่ามันจะถูกบิดไปสักแค่ไหนกัน

และเอ็นที่ใส่เสริมนั้น  ยังไงเสียมันก็ไม่ได้แข็งแรงกว่าเอ็นไขว้เดิมตามธรรมชาติอยู่แล้วหละครับ

งวดนี้สงสัยจะต้องพึ่งเอ็นเทียมหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ  ลองปรึกษากับแพทย์ผู้ให้การรักษานะครับ

สุดฤทัย
Unregistered

[ 202.28.62.245 ]
20 ก.ย. 52  15:09:28 น. # 116

ถามค่ะ

หนูไปเจอ case ผู้ป่วยได้รับการดัดไหล่โดยดมยาสลบ มาหากายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยยังยกแขนไม่สุด ได้ทานยาแก้ปวด ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวคือ เบาหวานค่ะ

อยากทราบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยการดมยาสลบดัดไหล่ หลังจากนั้นผู้ป่วยจะเป็นอย่างไรคะ ดีขึ้นมั้ย แล้วมีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า

มีข้อควรระวังอะไรหลังจากดัดไหล่มั้ยคะ

ผู้ป่วยเองต้องทำตัวอย่างไร

นักกายภาพบำบัดที่รักษาเพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อไหล่จะต้องระวังอะไรในผู้ป่วยรายนี้บ้างคะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
20 ก.ย. 52  21:23:44 น. # 117

ไม่ค่อยได้เข้ามาดูเท่าไหร่ กระทู้นี้ก็ยังคึกคักเหมือนเดิม

คำถามแรกคือ ทำไมต้องดมยาเพื่อดัดไหล่
คำตอบคือ เพราะมันเจ็บมากๆครับ  เหตุที่ต้องดัดไหล่ก็เพราะไหล่ติด (stiff shoulder) ข้อไหล่เป็นอีกข้อหนึ่งที่ติดได้ง่ายมาก (รองมาจากข้อนิ้วมือ)  สาเหตุที่ไหล่ติดมักจะมาจากการอักเสบหรือการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันโดยรอบ  ทำให้ปวดไหล่เวลาขยับ  จึงขยับไหล่น้อยลง จนถึงกับอยู่นิ่ง    สุดท้ายก็จะมีพังผืดมายึดติดทำให้ joint motion ถูกlimitไปในที่สุด

เมื่อมันติดจนถึงขั้นที่ทำกายภาพบำบัดแล้วไม่ดีขึ้น หรือ ผู้ป่วยไม่ให้ความร่วมมือ   ก็จำเป็นต้องดัดไหล่

หลังดัดไหล่ใหม่ๆ  พังผืดที่มายึดติดก็จะถูกดึงยืดให้ขาดหรือหลุดไป  สามารถทำpassive และ active joint motionได้มากขึ้น   แต่ปัญหาหลักๆก็คือ หลังดัดไหล่แล้ว ก็จะมีอาการปวด หรืออักเสบตามหลังได้ในช่วงแรกๆ  หากผู้ป่วยไม่อดทน และปฏิเสธการทำ active หรือ ทำ passive joint motion   อาการไหล่ติดก็จะกลับมาเยือนอีกครับ  การทานยาแก้ปวดในกลุ่มของ NSAID ในช่วงหลังจากดัดไหล่แล้วนั้น ยังมีความจำเป็นสำหรับผู้ป่วยในกลุ่มนี้่อยู่

ผู้ป่วยเบาหวาน  ต้องดูว่าควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีแค่ไหน  มีโรคประจำตัวอื่นๆอยู่อีกหรือไม่ เช่น ความดันโลหิตสูง  หัวใจขาดเลือด  ฯลฯ   ถ้าไม่มีพวกนี้ก็แล้วกันไป  อย่างไรก็ตามระดับน้ำตาลในเลือดก็ควรได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอนะครับ

ผู้ป่วยเองก็ควรจะต้องดูแลตัวเอง ควบคุมอาหาร  แล้วต้องพยายามทำกายภาพบำบัดต่อไป

นักกายภาพบำบัด ก็ควรจะให้ความระมัดระวังในลักษณะปกติทั่วๆไปครับ ไม่ต้องเป็นกังวลมากเกินไปครับ

ผู้ป่วยเบาหวานถ้าควบคุมน้ำตาลได้ดี เป็นมาไม่นานหรือควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีมาตลอด มักไม่ค่อยมีอะไรให้ต้องกังวลมากมายนักครับ

ABBY
Unregistered

[ 202.176.151.220 ]
22 ก.ย. 52  11:19:39 น. # 118

ดิฉันเป็นนักศึกษาพยาบาลคะ
อยากรู้เรื่อง การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดหัวเข่า(ที่เกิดจากเหตุอุบัติ) นะคะ
เพราะต้องนำไปสอนสุขศึกษาผู้ป่วย หาแล้วมีแต่การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
ไม่ทราบว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร

และคำว่า Arthrotomy knee with TBW แปลว่าอะไรคะ

รบกวนด้วยนะคะ

ขอบคุณคะ

hesheit
Unregistered

[ 58.64.64.27 ]
22 ม.ค. 53  01:23:06 น. # 119

สวัสดีค่ะ...คือเพิ่งจะเข้ามาอ่านนะค่ะ..ไม่รู้ว่าจะยังมีคนมาตอบหรือป่าว..คือตกลงมอไซด์มาค่ะ แล้วหมอบอกว่า PCL เอ็นไขว่หลังขาด..( แต่นะตอนนี้รอผล MRI อยู่ แต่หมอบอกว่าก้อขาดเยอะอยู่ ) แต่นะค่ะ ตอนนี้ยังหาข้อมูลอยู่ว่า ถ้าขาดจะผ่าตัดดีไหมค่ะ...มีแต่คนบอกว่า ให้ผ่าตัดดีกว่า เพราะดีกว่าในระยะยาว..แล้วจะผ่าตัดแบบไหนดีค่ะ...

ขอบคุณนะค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
26 ม.ค. 53  22:15:43 น. # 121

ลองปรึกษาแพทย์ที่ให้การรักษาดีกว่าครับ เพราะถ้ามันขาดจนเข่าเสียความมั่นคง การผ่าตัดก็มีความจำเป็นอย่างแน่นอน

ผู้ไม่รู้
Unregistered

[ 125.25.99.129 ]
10 เม.ย. 53  16:07:50 น. # 122

อยากทราบว่าถ้า marcaine หรือ 2.5% xylocaine เข้าหลอดเลือดดำจะมีอาการอย่างไรบ้าง (ไม่แน่ใจปริมาณยาที่เข้าหลอดเลือดดำแต่ไม่เกินชนิดละ 20-25 ml) และจะมีผลแทรกซ้อนระยะยาวหรือไม่  ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

PIN85
Unregistered

[ 125.27.106.124 ]
10 เม.ย. 53  23:26:23 น. # 123

ไหน ๆ  เข้ามาเจอกระทู้นี้แล้ว  ส่วนตัวรับเข้าผ่าตัดส่องกล้องหัวเข่ามาสองครั้งในรอบ หก เดือน  

ไม่เคยรับการผ่าตัดใด ๆ มาก่อน  จนกระทั่งได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า ต้องรับการผ่าตัด  แน่นอนว่าเป็นครั้งแรก

ตอนแรกก็คิดว่า หมอจะบล็อกหลัง  ทำใจไ้ว้แล้ว ว่า ต้องเจ็บแน่ ๆ  อยากรู้อยู่ว่าเป็นยังไง

พอเข้าห้องผ่าตัดปุ๊ป   หมอวิสัญญี กับ หมอออร์โธ  หยิบแผ่น x-ray  กับ วอร์ดของเรามาอ่าน แล้วเดินบอกว่า  "ดมยาสลบดีกว่า"  ก็อึ้งไปชั่วขณะ ไม่อยากดมยาสลบ   ไม่ทันตั้งตัว

มีพยาบาลมาฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำ  ทางสายน้ำเกลือไปแล้ว สองหลอด  สุดยอดจริงๆ  ทั้งตัวเกร็งแข็งไปหมดแล้ว  เจ็บปวดไปทั้งตัว   หมอวิสัญญีส่งหน้ากากดมยาสลบ หลับฟี้  เหมือน ฟิลม์โดนตัดขาดเลย  

สามชั่วโมงกว่า ๆต่อมา  รู้สึกตัว มึนงงเวียนหัวชนิด ไม่รู้ทิศเหนือทิศใต้   มึนสุด  ๆเจ็บคอ คอแห้งไปหมด   ปวดแผลสุด ๆ  ตัวสั่นสะท้าน  หนาวสั่น  

ปวดเมื่อยปวดตัว เจ็บคอ  ไปสามวันเต็ม ๆ หลังผ่า แต่ไม่เคยอาเจียน   คืนแรก ปวดแผลมากที่สุด ไม่เคยปวดขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

พอรู้ว่า ต้องผ่าครั้งที่สอง  กับอีกข้าง  ก็ต้องทำ   แต่ครั้งนี้ต่างออกไป  ก็คือ วิสัญญีแพทย์คนละคนกันกับครั้งแรก  ขึ้นมาหา ให้สิทธิเลือกเลย ว่า จะเอาดมยา หรือ บล็อกหลัง   ก่อนเข้าห้องผ่าตัดในเช้าวันรุ่งขึ้น   ทำให้เราสับสนมาก ๆ ตัดสินใจเองไม่ได้เลย  

แกก็อธิบายข้อดีข้อเสีย ทั้งสองอย่าง  ซึ่งเราได้อ่านค้นคว้าข้อมูลมาแล้วว่า ต่างกันอย่างไรบ้าง มีดีมีเีสียอย่างไร  ตาม # 1 ของอาจารย์ลู   นั่นแหละ  ตามนั่นเป๊ะเลย

สุดท้าย เลือกดมยาสลบอีก  บ้าได้อีก  เอาอีกเหรอ?   แกก็ถามว่า ทำไมไม่เอาบล็อกหลัง   เจ็บปวดน้อยกว่านะ  สบายกว่า  ง่ายด้วย   เราก็เลยตอบไปว่า  ไม่รู้  ไม่เคยบล็อกหลัง แต่ที่แน่ ๆ เคยดมยาสลบ  รอดมาได้  ก็รับได้แหละ   เรื่องปวดแผลหลังจากฟื้น  ก็ไม่ต่างกันอยู่ดี  เจ็บมากน้อยแค่ไหนก็รับได้  เคยมาแล้ว  ค่อยมาขอยาแก้ปวดทีหลังล่ะกัน  แกก็อึ้ง  โอเค ตกลงก็ดมยาสลบล่ะกัน

พอมาที่ห้องผ่าตัด  หมอออร์โธ ก็คนเดิม  แกก็ยิ้ม ดมยาสลบดีกว่า

หลังจากผ่า  ฟื้นไวกว่าครั้งแรก   ก็คือ  ใช้เวลาผ่า สองชั่วโมงเศษ  และแผลผ่าก็ปวดอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่มากเท่าครั้งแรก  แต่ไม่ค่อยเจ็บคอ  ไม่ปวดตัวไม่ปวดเมื่อยอีกแล้ว มึนงงน้อยกว่า  กลับบ้านเร็วด้วย  

เอ่อ ???  ทำไมล่ะ ?   เพราะเท่าที่เราเคยฟังและ อ่าน ประสบการณ์ ของคนที่เคยผ่าตัดช่วงล่าง  ทุกคนล้วนโดนบล็อกหลังหมด  แต่ผมคนเดียวดมยาสลบ  ???

สุดท้าย ไม่ได้ถามหมอออร์โธ เลย ว่าทำไมจึงเลือกดมยาสลบให้เรา ??  มันดีกว่ายังไงเหรอ?  ที่ต้องมาโดนสอดท่อช่วยหายใจ  ต้องลุ้นว่า ฟื้นไหม ?  บอกตรง ๆ ว่า มันเหนื่อยมาก  ๆ หลังผ่าตัดเสร็จ   เหมือนไปวิ่งมาธารอน ระยะไกล ยังไงยังงั้น  

จึงอยากมาถามอาจารย์ลูว่า   เขามีหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจว่า ดมยาสลบหรือบล็อกหลัง เหมาะสมกับผมได้อย่างไร ??  จำได้ว่า ตอนผ่าครั้งแรก  มีรอยฟกช้ำ ตรงต้นขา กับ น่องขาล่าง เป็นรอยนิ้วกดลงไป  และเห็นว่า บล็อกหลัง กล้ามเนื้อหย่อนตัวได้ดีกว่า

อยากรู้จริง ๆ ว่า ทำไมหมอของเราเลือกให้ดมยาสลบดีกว่าบล็อกหลัง เพราะอะไร ?  

ผลตรวจเลือดที่ออกมา ปกติหมด  chest X-ray ปกติ  แข็งแรง น่ะ  ไม่เคยมีประวัติแพ้ยามาก่อน

ให้ป้อนมีแฟนแว้วว.ป๋มยังม่ายมี
Unregistered

[ 118.173.13.27 ]
11 เม.ย. 53  08:44:21 น. # 124

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$


............เรื่องนี้เป็นประโยชน์ แม้กระทู้นี้่เกือบสิบปีมาแล้วววววว

..................ผมอ่านคร่าวๆ ยาวววววววจัง

................ขอบคุณผู้เขียน ผู้ตอบทุกท่านครับ..


WWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWWW light@RiversideResort

ตั้งใจรอคำตอบ
Unregistered

[ 125.25.144.179 ]
15 เม.ย. 53  03:57:30 น. # 125

mallet finger มีกระดูกหักร่วมด้วย จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่  การทำผ่าตัด/ไม่ผ่าตัดมีผลดีและผลเสียต่างกันอย่างไร  และควรทำกายภาพเมื่อไหร่ อย่างไร ..ขอบพระคุณคนใจดีที่จะช่วยให้คำแนะนำ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
18 เม.ย. 53  22:36:35 น. # 126

ตอบคุณ pin85

หลักเกณฑ์ในการเลือกว่าจะ blockหลัง หรือ ดมยาสลบ นั้น  บางทีก็อธิบายให้เข้าใจได้ลำบากเหมือนกันนะครับ

บางครั้ง ผ่านาน ทำนาน ยาก ก็คงจะต้องประเมินว่ายาชามันออกฤทธิ์นานพอไหม ผู้ป่วยเองทนกับการนอนนิ่งๆนานๆได้แค่ไหน ( มันทรมาณอยู่ไม่น้อยนะครับ นอนนิ่งๆ ขยับขา ขยับท่อนล่างไม่ได้ )

การให้ยาระงับความรู้สึกมันก็เหมือนกับการหุงข้าวนั่นแหละครับ  จะหุงเช็ดน้ำ หรือไม่เช็ดน้ำ ถ้าหุงแล้วข้าวสุก สวย ไม่แข็งไม่แฉะ ก็กินได้เหมือนกัน

ดมยาหรือบล้อคหลัง สุดท้ายก็ผ่าตัดได้เหมือนๆกัน  ข้อดีข้อเสียก็ทราบแล้วนี่ครับ

ส่วนตัวผมนะ  เรื่องทำนานจนยาชาหมดฤทธิ์ผมไม่ค่อยกลัว เพราะผมมียาอยู่ 2 ขนาน ออกฤทธิ์นานต่างกันให้เลือกได้   , เรื่องผู้ป่วยทนไม่ค่อยได้นั้น ผมก็ไม่ค่อยห่วง เพราะผมจะให้ยานอนหลับให้ไม่ต้องรับรู้ หรือลืมๆไปซะว่ามีอะไรเกิดในห้องผ่าตัดบ้าง     และถึงแม้ว่าในกรณีส่องกล้องผ่าเข่านั้น ผมจะชอบบลอคหลังมากกว่าการดมยาก็ตาม

แต่ถ้าผู้ป่วยต้องการที่จะดมยาสลบ  อันนี้เป็นสิทธิของผู้ป่วยที่จะได้รับโดยที่ผมไม่เคยปฏิเสธเลยครับ  เพราะถึงแม้ว่าจะอธิบายทุกอย่างให้แล้วก็ตาม แต่สิทธิในการเลือกอยู่ที่ผู้ป่วยครับ

สำหรับsenior staff แล้ว จะบล้อคหลังหรือจะดมยาสลบ ไม่มีวิธีไหนที่ยากหรอกครับ และไม่มีวิธีไหนที่ลำบากด้วย  ทุกวิธีไม่ยากเหมือนๆกัน มีระดับความเสี่ยงพอๆกัน และปลอดภัยพอๆกัน

อยู่ที่คนไข้เลือกเท่านั้นเอง  ยกเว้นในบางกรณีที่คนไข้อาจจะต้องยอมรับการตัดสินใจของแพทย์ในการเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับการผ่าตัดให้ครับ  เช่น ผ่าตัดกระเพาะอาหาร แต่ผู้ป่วยจะขอบลอคหลัง อันนี้ก็คงจะจัดให้ไม่ได้เช่นกัน ฮ่า ฮ่า  ดมยาปลอดภัยกว่าแน่นอนครับ

คุณแม่มือใหม่
Unregistered

[ 118.173.171.166 ]
22 เม.ย. 53  09:53:18 น. # 127

วันที่ 7 พ.ค. 53 นี้ ลูกต้องเข้ารับการผ่าตัดติ่งเนื้อบริเวณสะดือ ขนาดติ่งประมาณ 1/2 ซม. ซึ่งลูกอายุ 3 เดือน หมอบอกว่าต้องดมยา ไม่ทราบว่าจะมีผลข้างเคียงมากน้อยเพียงใด และจะอันตรายหรือไม่กับเด็กอายุแค่นี้ค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
23 เม.ย. 53  02:00:40 น. # 128

อย่ากังวลไปเลยครับคุณแม่
เดี๋ยวนี้ยาที่ใช้ในการดมยาสลบมีความปลอดภัยสูงกว่าสมัยก่อนมากแล้ว

pin885
Unregistered

[ 125.27.29.69 ]
26 เม.ย. 53  18:32:07 น. # 129

Refer to # 126

ขอบคุณครับ สำหรับคำอธิบายต่างๆ  เข้าใจนะครับ   ชัดเจนทุกข้อความ

พอดี ได้ไปหาหมอตรวจหัวเข่าหลังผ่าได้ครบเดือน

ได้ถามคุณหมอด้วยคำถามเดียวกัน  ได้ความว่า จากความคิดและประสบการณ์ของหมอผ่าและได้ทราบประวัติคนไข้ว่า  "คนไข้ส่วนใหญ่ที่หมอเคยผ่านั่น  บ่นปวดหลังจากการบล็อกหลัง แล้วไม่หาย  แล้วก็อันดับแรกเลย ว่า "กลัว"  ก็เลยให้หลับ ถ้าไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ   หมอจึงให้ดมยาดีกว่า  สำหรับเคสผมสุขภาพดีแข็งแรง  ไม่อยากให้ปวดหลังที่คาดเดาไม่ได้"

ด้วยประการนี้แหละครับ  

ก็เลยได้เห็นว่า  มุมมองวิสัญญีแพทย์ที่เคยกล่อมผมว่า อยากให้บล็อกหลังดีกว่า สบายดี   แต่หมอผ่าอยากให้ดมยาดีกว่า   ผมก็เข้าใจนะครับ   เพราะเห็นว่า   หมอที่เป็น Front Office  ที่เจอคนไข้มาตรวจโดยตรงและจะทราบปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังผ่าจากคนไข้มากกว่า  

วิสัญญีแพทย์ก็อยู่ Back Office  จริงมั้ยครับ ?   ไม่ว่ากันนะครับ แค่เอามาพูดให้ฟังเฉย ๆ นะครับ อาจารย์ลู ว่า จริงหรือเปล่า ?  


ผมแค่ชอบศึกษาระบบการทำงานน่ะ  ก็เลยอยากรู้อยากเห็นไปหมดน่ะครับ  จึงอยากแลกเปลี่ยนกันครับ

ขอบคุณมากครับ  อาจารย์ลู

บี
Unregistered

[ 125.24.12.12 ]
29 เม.ย. 53  10:10:53 น. # 130

ขอคำแนะนำครับ

ผมขาหักใส่เหล็กครับ ตอนนี้เดินเป๋ๆ ครับ อยากขอคิเเนะนำว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเดินได้ปกติครับ นอกจากนี้ผมยังมีอาการปวดบริเวณข้อเท้าและเอ็นร้อยหวายครับ ควรบริหารอย่างไรดีครับ

ขอบคุณครับ

boy
Unregistered

[ 61.19.44.124 ]
01 มิ.ย. 53  11:46:50 น. # 131

ยาทำใหส]บกี่ชั่วโมง

noon
Unregistered

[ 114.128.23.144 ]
10 มิ.ย. 53  13:04:37 น. # 132

สวัสดีค่ะ หนูรบกวนปรึกษาคุณหมอหน่อยนะค่ะ คือว่านุ่น ท้องผูกมาก ก็เลยไปหาหมอ คุณหมอบอกว่าหนู เป็น anal fissure ค่ะ ต้องผ่าตัดหูรูดด้านในให้ขยาย และใช้วิธิบล็อกหลังค่ะ หนูไม่เคยผ่าตัดมาก่อนค่ะ เลยอยากทราบว่า หลังผ่าตัดจะมีอาการข้างเคียงยังไงบ้าง หนูต้องพักฟื้นนานไหมค่ะ รบกวนตอบหน่อยนะค่ะ หมอนัด เสาร์นี้ค่ะ (เหลือเวลา 2 วัน)

ขอบคณค่ะ

ปุ้มปุ้ย 26
Unregistered

[ 110.49.204.7 ]
04 ก.ค. 53  22:22:53 น. # 133

ดมยาในผู้ป่วยจิตเวช on MAOI ต้องใช้เทคนิคไหนดีคะ

max555
Unregistered

[ 182.232.183.54 ]
19 ก.ค. 53  07:00:00 น. # 134

หมอลูคับ ยาสลบทำง่ายรึปล่าวคับ ผมเคยเห็นเค้าเอายาสามัญประจำบ้านมาผสมกันอะครับ
แล้วมันต้องใช้ยาอะไรผสมกันคับ ผมอยากรู้แค่นี้แหละคับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
19 ก.ค. 53  09:03:08 น. # 135

  ถ้ามันทำง่ายอย่างนั้นก็คงดีครับ

มันไม่ได้ง่ายแบบนั้นหรอก  เพราะมันเป็นยาเฉพาะทาง ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาเพื่อลดผลข้างเคียง และลดอันตรายอันเกิดจากการใช้ยาครับ

ที่สำคัญไม่ใช่ยาที่จะหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปครับ

Mahdi
Unregistered

[ 124.120.2.139 ]
24 ก.ค. 53  18:23:43 น. # 136

ป๋าลู เป็นหมออยู่โรงบาลใหนครับ ใช่ คามิลเลี่ยนรึเปล่า?

การะเกด
Unregistered

[ 124.120.40.146 ]
04 ส.ค. 53  20:39:32 น. # 137

คุณหมอค่ะ การวางยาสลแบบดมกาซ กับแบบฉีด แบบไหนดีกว่ากัน และเพราะอะไรค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
05 ส.ค. 53  01:04:56 น. # 138

การให้ยาระงับความรู้สึกในปัจจุบันจะใช้การcombineกันกับยาหลายๆตัวครับ
ช่วงนำสลบจะให้ยาระงับความรู้สึกในรูปของยาฉีด เพราะง่ายและเร็ว  ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีน้ำเกลือมาเรียบร้อยแล้ว ก็ฉีดเข้าสายน้ำเกลือเลย  ( แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่แทงน้ำเกลือ ก็จะนำสลบโดยการใช้ยาดมสลบ พอหลับแล้วก็แทงน้ำเกลือแล้วดำเนินการต่อไปครับ )  จากนั้นก็จะใช้ยาดมสลบช่วยออกฤทธิ์อีกที

ยกเว้นการผ่าตัดสั้นๆ ไม่นาน เช่น ผ่าฝี ขูดมดลูก บางทีก็ใช้ยาฉีดอย่างเดียวเลยก็มี
ข้อดี ข้อเสีย ก็ไม่ได้เหนือกว่าด้อยกว่ากันครับ  ใช้ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยและชนิดของการผ่าตัดเป็นสำคัญ

am
Unregistered

[ 118.173.243.109 ]
16 ก.ย. 53  12:06:15 น. # 139

เคยผ่าตัด แบบดมยาสลบมาแล้วสี่ครั้งค่ะ มีความรู้สึกว่าตัวเองความจำเสื่อมลง หลงลืมง่าย
ง่วงทั้งวันทั้งทีนอนเต็มที่ การเรียนแย่ลงก่ว่าเดิม สมาธิลดลง ไม่ทราบว่ามียาสลบตัวใดมันส่งผลต่อระบบประสาทและสมองบ้างไหมค่ะ หนูคิดเรื่องนี้มา4 ปีแล้ว หาคำตอบจากหลายๆที่แต่ไม่ชัดเจน ถามหมอหมอก็บอกว่าไม่มี แต่รู้สึกได้ว่าตัวเองเปลี่ยนไป
ขอบคุณค่ะ
am_arm_u@hotmail.com

varinthorn-on@hotmail.com
Unregistered

[ 182.232.73.73 ]
26 ก.ย. 53  09:44:08 น. # 140

สมาชิกใหม่  เพิ่งได้รับการผ่าตัดส่องกล่องซ่อมไหล่ซ้ายกระดูกกดทับเอ็นหัวไหล่ หมอรพ ตำรวจส่องกล่องเจียกระดูก และอธิบายว่าทำความสะอาดให้ มีแผลเจาะ สามรู โดยวางยาสลบและฉีดยาบล๊อกให้ต้นคอ ตอนนี้พักฟื้นอยู่หนึ่งอาทิตย์แล้วแต่ผลค้างเคียงตอนกลางคืนจะไอมากตอนดึก คันคอด้านขวามาก อ่านทุกกระทู้แล้วผลค่้างเคียงจะหายภายในสองวันแต่ของดิฉันยังไม่หาย ยังขยับแขนได้ไม่มาก ตอนกลางคืนจะปดข้อมือเพิ่ม ถามหมอก็ไม่ได้รับความกระจ่างเท่าที่ควร จึงขอรบกวนตอบด้วยค๊ะ  ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
27 ก.ย. 53  11:37:29 น. # 141

ผมเองก็คงจะอธิบายได้ไม่ละเอียดหรอกครับ  เพราะว่าไม่ทราบในรายละเอียดว่าทำอะไร อย่างไรบ้าง  แล้วสิ่งที่คุณเป็นนั้น เป็นมานานแค่ไหน อาการก่อนหน้านี้เป็นเช่นไร  เพราะข้อเท็จจริงคือ ร่างกายมนุษย์ไม่ใช่จักรยาน มีปัญหาแก้ที่ปัญหา ก็ไม่ได้แปลว่าอาการมันจะกลับมาเป็นปกติในทันทีที่แก้ปัญหานั้นไปแล้ว ร่างกายต้องการการฟื้นตัวครับ

Quote:

เคยผ่าตัด แบบดมยาสลบมาแล้วสี่ครั้งค่ะ มีความรู้สึกว่าตัวเองความจำเสื่อมลง หลงลืมง่าย
ง่วงทั้งวันทั้งทีนอนเต็มที่ การเรียนแย่ลงก่ว่าเดิม สมาธิลดลง ไม่ทราบว่ามียาสลบตัวใดมันส่งผลต่อระบบประสาทและสมองบ้างไหมค่ะ หนูคิดเรื่องนี้มา4 ปีแล้ว หาคำตอบจากหลายๆที่แต่ไม่ชัดเจน ถามหมอหมอก็บอกว่าไม่มี แต่รู้สึกได้ว่าตัวเองเปลี่ยนไป
ขอบคุณค่ะ


การเปลี่ยนแปลงของมนุษย์นั้น เป็นเรื่องของอนิจจัง  ไม่ต้องทำอะไรก็มีการเปลี่ยนแปลง มีการเสื่อมของสังขารอยู่แล้ว  เพื่อนๆคุณที่ไม่เคยดมยาสลบมาเลย เขาก็สามารถเป็นแบบคุณได้เช่นกันครับ  ลองไปนั่งสมาธิ เจริญอานาปานสติดูหน่อยไหมครับ  

โดนดมยาสลบผ่าตัดถึง 4 ครั้ง  ผมว่าแค่นี้คุณก็เครียดแล้ว  ผลของความเครียดมันรุนแรง สะสม และต่อเนื่อง   มันทำให้คิดไปได้ต่างๆนานา  พาจิตใจวุ่นวายและสับสน

เจริญศีล เพื่อใจสงบ ไม่เบียดเบียนใคร
เจริญสมาธิ  เพื่อตัดสิ่งเร้า สิ่งรบกวน และทำให้ก่อเกิดปัญญา คิด และเข้าใจสรรพสิ่งรอบตัวได้ดีขึ้น

ลองทำดู ศีล --> สมาธิ --> ปัญญา

WA
Grand Member


เข้าร่วม : 09 ก.ค. 50
เปิดกระทู้ : 154 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5368 ครั้ง
28 ก.ย. 53  07:34:52 น. # 142

ได้มีโอกาส ลองยาสลบในห้องผ่าตัดมาแล้วค่ะป๋าลู


เป็นความอัศจรรย์มาก ... ตอนฟื้นขึ้นมา เหมือนหนังขาดตอนไปช่วงนึงจริงๆ


พอดีเพิ่งขูดมดลูกค่ะ หมอวางยาสลบ โดยมีวิสัญญีเข้ามา และพูดคุยเล็กน้อยขณะที่วาอยู่บนเตียง หลังจากนั้นคุณหมอ ก็พูดว่า จะเปิดเส้น และก็มีความรู้สึกว่า เอาเข็มแทงที่แขน
... แป๊บเดียว คุณหมอบอกว่า หายใจลึกๆ กลืนน้ำลาย .. แป๊บเดียวค่ะ

ก่อนนั้นในใจยังนึกอยู่เลยว่า แย่แล้ว..คุณหมอที่จะขูดมดลูกให้เข้ามารอแล้ว แล้วยาสลบจะออกฤทธิ์ตอนไหน ..คุณหมออย่าเพิ่งทำอะไรนะ...

คิดแบบนี้เพราะยังไม่เคยรู้ถึงความอัศจรรย์ของยาสลบ

เพราะหลังจากหายใจลึกๆ 2ที เองมั้งคะ... สักพักก็ลืมตาขึ้นมา ... และยังคิดในใจอยู่เลยว่า แย่แล้ว นี่ยาสลบยังไม่ออกฤทธิ์เหรอเนี่ย ยังไม่เห็นสลบเลย .. ถ้าหมอขูดมดลูกตอนนี้จะทำยังไง ... ตอนลืมตาก็มองเพดานห้อง... แล้วก็คิดว่า...

งั้นหลับต่อดีกว่า .... ยาจะได้ออกฤทธิ์

สักพักตื่นมาอีก ... อ่าว นี่ก็ยังอยู่ห้องเดิม...เมื่อกี้นี้นี่นา ... แล้วไงเนี่ย พอมองซ้ายขวา เลยรู้ว่า... จริงๆ มาอยู่ในห้องพักฟื้นตั้งแต่ลืมตาครั้งที่แล้วหน่ะค่ะ


พอนอนนึกก็ .. โห ยาสลบเนี่ยสุดยอดมาก... อัศจรรย์มาก..... หายใจที 2 ที เหมือนฟิล์มขาดไปจริงๆ...


และก็โชคดีที่ไม่มีอาการข้างเคียง ไม่มึน ไม่งง ไม่อาเจียน ไม่เป็นอะไรเลย .. นอนพักอีกชั่วโมงกว่าๆ ก็นั่งรถกลับบ้านได้แล้วหน่ะค่ะ  ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
28 ก.ย. 53  12:01:18 น. # 143

ของวาเนี่ยยังดีนะ ยังรู้ตัวว่าอยู่อีกห้องหนึ่งแล้ว  ผมเจออยู่รายหนึ่ง มาขูดมดลูกเหมือนกัน

คุยกันเพลินๆ อธิบายให้ฟังว่าจะทำอะไรให้บ้าง ช่วงที่จะฉีดยาเข้าน้ำเกลือให้ ผมมักจะบอกคนไข้ทุกๆคนว่า"เดี๋ยวจะหลับแล้วนะครับ"  ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่จะเข้าใจแล้วก็ทำตามที่บอก แต่รายนี้เธอเถียงตลอดว่า "ยังไม่หลับเลย ยังไม่หลับเลย ยังไม่หลับเลย ........ " เหมือนเปิดเทปวนไปวนกลับ จนเงียบไปเอง  ( ยาตัวที่ให้เป็นน้ำสีขาวๆตัวเดียวกับที่วาถูกฉีดแน่ๆ  ไม่มีใครไม่เคยหลับ คือ หลับทุกคน หลับเคลียร์ ตื่นเคลียร์ ชีวิตมีความสุขเมื่อตื่น   )

พอเสร็จ ก็พาไปนอนห้องพักฟื้น  ก็เลยปลุกแล้วถามว่า"เป็นอย่างไรบ้างครับ" เธอก็ฉายหนังม้วนเดิมต่อ "ยังไม่หลับเลย ยังไม่หลับเลย ยังไม่หลับเลย ........"  ผมกับลูกน้องอมยิ้มกันหมด ก็เลยบอกว่า "ลองมองเพดานดูดีๆนะครับ ห้องเดิมหรือเปล่า?"  คนไข้เขินไปเลย


แต่ที่ขำไม่ออกจริงๆ ก็คงจะมีอยู่รายหนึ่ง แต่ไม่ได้เกิดกับตัวเอง รุ่นน้องเล่าให้ฟังว่า caseแบบนี้เหมือนกันแหละ เพียงแต่น้องเขาไม่ค่อยจะtalkativeเหมือนผม  ประมาณว่า คนไข้เข้าใจเรื่องราวต่างๆดีแล้ว ก็เลยฉีดยาให้หลับไปเลย จะได้ไม่ต้องตื่นเต้นมาก (    ประมาณว่าหลับไปโดยไม่รู้ตัวว่าหลับ ) หมอสูติก็จัดการขูดมดลูกให้จนเสร็จสรรพ แล้วย้ายเข้าห้องพักฟื้น

ปรากฏว่าพอคนไข้ตื่นที่ห้องพักฟื้น บอกว่า เมื่อกี้เนี่ยไม่ได้หลับเลยนะ รู้ตัวตลอด  ยังไม่ได้ขูดมดลูกให้เขาเลย หมอก็ยังไม่มาทำอะไรให้เลยด้วย  บรรดาหมอที่ขูดมดลูก หมอดมยา พยาบาลทั้งหลายต่างก็ผลัดเวียนเข้ามาช่วยคุยให้ฟังว่า ทำแล้วค่า ขูดแล้วครับ  สุดท้ายต้องเอาชิ้นเนื้อมาให้ดูว่านี่ไงขูดอยู่ในขวด  มวนๆท้องน้อยนิดๆใช่หรือเปล่าหละ

นั่นแหละ ถึงยอมรับฟัง  แต่กว่าจะเข้าใจ ปวดหัวกันไปหลายคน

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28 ก.ย. 53 - 12:03:21 น.

WA
Grand Member


เข้าร่วม : 09 ก.ค. 50
เปิดกระทู้ : 154 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5368 ครั้ง
28 ก.ย. 53  22:24:54 น. # 144

นั่นสิคะ ยาสลบเนี่ย อัศจรรย์จริงๆ  แต่คงไม่ค่อยมีใครอยากลองบ่อยๆเป็นแน่เลยค่ะ

ตอนตื่นมา พอเริ่มรู้ตัวแบบมีสติรู้แล้วว่าถูกขูดมดลูกแล้ว... อาการที่รู้สึกก็คือ ปวดช่องท้องมากๆ
เรียกว่า เหมือนโดนรถทับเลยหน่ะค่ะ ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน เลยบอกคุณหมอวิสัญญีว่า ปวด ... หมอเอายาตัวนึงมาให้ Arcoxia 60MG

กินสักพักแล้วหลับไปครึ่งชั่วโมง ตื่นมา อาการปวดรุนแรงหายเป็นปลิดทิ้ง ยาตัวนี้แรงจริงๆค่ะ ... ท่าทางจะเป็นกรดสูงด้วย ต้องทานหลังอาหารทันทีและกินเว้นช่วงห่างเป็นวันเลยค่ะ

หมอให้มาแค่ 3 เม็ดกินแค่ 3 วัน พอยาหมดฤทธิ์ รู้เลยว่ามีอาการปวดตุ๊บๆนิดหน่อย แสดงว่า 3 วันที่ผ่านมา ยาเป็นตัวช่วยบรรเทาอาการปวดรุนแรงให้ไม่รู้สึกปวดเลยสักนิด

เพิ่งได้สัมผัสความอัศจรรย์ของวิทยาการแพทย์กับตัวนี่หล่ะค่ะ

ปอ
Unregistered

[ 113.53.102.55 ]
14 ต.ค. 53  20:28:41 น. # 145

ผมก็เพิ่งไปผ่าตัดต่อมซิลมาเพราะมันโตผิดปกติ สงสัยว่าเป็นอะไรกันแน่ ก่อนผ่าตัดผมทำตามข้อปฏิบัติทุกอย่าง เพราะเคยดมยาสลบมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ครั้งนี้คิดว่าจะแก้ตัวเรื่องอาการตอนที่จะหมดความรู้สึก ตอนนั้นยังไม่ทันตั้งตัวเลยสลบและไวจริงๆ ตอนนี้ยังไงๆก็ต้องรู้ให้ได้ว่าก่อนสลบเป็นอย่างไร ? เริ่มตั้งสติตั้งแต่เข้าห้องผ่าตัด จำได้ว่าหมอชอบชวนคุยให้เผลอและทำให้เราหลับ ตอนนี้เลยระวังเต็มที่ เริ่มแบบเดิมแล้วครับหมอมาแล้ว ถามชื่อ ถามเรื่องที่ต้องผ่าตัด แล้วพยาบาลก็พูดเรื่องน้ำหนักและการให้ยา(แอบฟัง)แล้วบอกเราว่าจะให้ออซิเจนแล้วน๊ะ เราก็รีบตั้งสติถามว่าจะสลบนานไหม เรารู้ตัวว่าก่อนหน้านี้มันเป็นอย่างงี้จริงๆคือผมพยามไม่ให้หลับแต่ตามันลายมากๆมีเม็ดอะไรมันยิบยับไปหมด พยายามอ้าปากแต่ก็ทำไม่ได้ มันเหมือนอัมพาตหรือตอนที่เราโดนผีอำนั้นแหละ  เราพยายามอ้าปากได้แค่แป๊บเดียว แล้วมันก็ยุบยับๆมืดไปเลย มารู้ตัวอีกที่ก็ตอนที่เขาปลุกให้ตื่นเราเห็น***ืนอยู่เราก็เรียกหวัดดีครับหมอ ทำตามที่พยาบาลบอกก่อนผ่าตัดว่าถ้ารู้สึกตัวให้เรียก เราทำตามขั้นตอนข้อปฏิบัติทุกอย่าง ตอนนี้ก็ยังอยู่ในข้อปฏิบัติคือวันที่ห้าแล้ว  ห้ามกินอาหารแข็ง ได้แต่อมน้ำแข็งและกินนมกล่องอมน้ำเกลือกินยาน้ำ  อยากกินข้าวมากๆก็เลยให้แฟนต้มข้าวแต่รินแต่น้ำข้าวแช่ตู้เย็นไว้กิน รอให้ครบเจ็ดวันจึงกินอาหารอ่อนๆได้ สุดยอดจริงๆ เรื่องเจ็บนี้ปวดมากๆขนาดน้ำยังกลืนยากเลย แต่ไม่ค่อยกังวลเท่าไร แต่ที่กังวลมากคือต้องไปรับฟังผลว่าชิ้นเนื้อที่ตัดไปนั้น มันร้ายหรือดี

หมูน้อย รพ.พุทธ
Unregistered

[ 223.206.241.146 ]
16 ต.ค. 53  22:41:01 น. # 146

กำลังเริ่มเรียนเป็นพยาบาลวิสัญญีค่ะ ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือเปล่าที่เปลี่ยนตัวเองจากพยาบาลธรรมดามาเป็นพยาบาลดมยา เพราะเหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกหนึ่งที่เราไม่เคยเจอ ตอบตัวเองไม่ได้ว่าชอบ/ไม่ชอบแต่เรียนก็สนุกดี อยากถามว่ามีวิธีไหนที่จะเรียนได้เข้าใจแล้วก็เก่งเร็ว ๆ น่ะค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
17 ต.ค. 53  20:50:44 น. # 147

อย่างแรกคือ ผมขอต้อนรับคุณหมูน้อยฯเข้ามาเป็นสมาชิกของโลกแห่งวิสัญญี

ชอบหรือไม่ชอบ ตอนนี้คุณยังบอกไม่ได้หรอกครับ  ผมเองทุกวันนี้ก็ยังสรุปไม่ได้เต็มที่นะครับว่าชอบหรือไม่ชอบ รู้อย่างเดียวว่าจบboardมา 17ปีเศษๆแล้ว

จริงๆผมต้องถามกลับไปมากกว่า ว่า ทนได้หรือไม่ได้มากกว่าครับ

Zoo
Unregistered

[ 124.122.77.95 ]
29 ต.ค. 53  19:07:46 น. # 148

สวัสดีครับ รบกวนสอบถามคุณหมอลู หน่อยนะครับ

พอดี ผมอาจจะต้องรับการผ่าตัด ก้อนซีสที่รักเเร้ ซึ่งเป็นมานานเเล้ว เมื่อก่อนหมอได้ฉีดยาชา เเละกรีดหนองออกไป 2 รอบเเล้ว ซึ่งเจ็บมากๆ ตอนกรีด ต่อมาก็ยุบไปพักหนึ่ง เเต่เป็นก้อนเนื้ออยู่ ไม่หายขาดซักที เป็นมาเกือบ 6 เดือนเเล้ว ซึ่งรำคาญเเละเจ็บมาก ตอนนี้ก็บวมมาใหม่อีกเเล้ว

คุณหมอที่โรงพยาบาลได้บอกผมครั้งที่กรีดหนองออกล่าสุดว่า ถ้ายังไม่หายอาจจะต้องลมยาสลบเเละผ่าถุงซีสออกไปเลย ผมจึงอยากจะสอบถามคุณหมอลู หน่อยนะครับ

1. มีความเป็นไปได้มั้ยครับ ว่า เมื่อได้รับการลมยาสลบเเล้ว อาจจะหลับเเบบไม่ตื่นเลย

2. ต้องงดอาหารทุกอย่าง 6 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัดใช่มั้ยครับ เเต่ถ้าผมกินข้าวเช้าตอน 10 โมง เเละไปผ่าตัดตอนบ่าย2 จะเป็นอะไรมั้ยครับ

3. ผมสูบบุหรี่ด้วยอะครับ จำเป็นมั้ยครับที่ต้องงดบุหรี่เป็นอาทิตย์ก่อนการผ่าตัด เนื่องจากจะไปพบคุณหมอในวันสองวันนี้เเล้ว ตอนนี้ก็หยุดสูบเเล้วครับ เเต่ไม่เเน่ใจว่า หยุดสูบเเค่วันสองวันจะพอมั้ย

4. ผมกินยาเยอะมากเลยครับทุกวันนี้ ทั้ง โรเอ็คคูเทน (กรด วิตามินA ลดสิว) , วิตามิน E, Stress tab ( วิตามิน C ผสม Zinc) เเละยาเเก้อักเสบฆ่าเชื้อ (เนื่องจากตอนนี้ กลืนน้ำลายเเละเจ็บคอ น่าจะเป็นต่อมทอมซิลอักเสบ) จึงอยากทราบว่า ยาทั้งหลายในตัวผมตอนนี้จะมีผลกระทบต่อการลมยาสลบมั้ยครับ

5. ถ้ารับการผ่าตัดในเคสของผมจะต้องเป็นเเบบบล้อคหลัง หรือ ลมยาสลบ ดีครับ โดยส่วนตัวผมอยากลมยามากกว่า เพราะ บล้อคหลังนี่น่าจะเจ็บมาก จากที่ได้ยินมา

ขอบคุณมากครับสำหรับคำเเนะนำ

เพื่อนร่วมรุ่น
Unregistered

[ 124.157.134.116 ]
02 ธ.ค. 53  19:35:56 น. # 149

ฝากถึงคุณหมูน้อย สู้ๆๆๆๆๆนะคะ อย่าเพิ่งท้อการเรียนการทำงานมีอุปสรรคทั้งนั้น เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองค่ะ เดินหน้าแล้วอย่าถอยนะคะ สู้ต่อไป เป็นกำลังใจให้นะคะ

AN 55
Unregistered

[ 1.47.83.108 ]
02 ธ.ค. 53  21:46:17 น. # 150

ตอนนี้หนูเป็นนักเรียนวิสัญญีพยาบาลค่ะที่รพ.ราชวิถีอยากสอบถามเกี่ยวกับคนไข้ที่ติดยาบ้าจะส่งผลยังไงกับการระงับความรู้สึกคะ

Pinky
Unregistered

[ 180.180.103.252 ]
26 ม.ค. 54  16:37:50 น. # 151

เรียนถามคุณหมอค่ะ คือดิฉันประสบอุบัติเหตุสะดุดรางเหล็กอลูมิเนียมที่วางปิดช่องเก็บสายไฟ มันเป็นรางเหล็กยาวประมาณหนึ่งเมตรกว่าและกว้างประมาณหนึ่งศอก รางไม่ได้เชื่อมหรือวางไว้โดยมีน๊อตยึด และขอบรางมันเผยอขึ้นมาเนื่องจากรับนําหนักคนที่เดินไปมาทำให้ตรงกลางรางมันบุ๋มและขอบมันเผยอ ดิฉันสะดุดขอบที่เผยอทำให้รางมันปลิวขึ้นมาและบาดเข้าที่หัวเข่าข้างซ้ายของดิฉันกลางอากาศและดิฉันล้มหัวเข่ากระแทกพื้นปูนอีกที หลังล้มลงนอนตัวงอที่พื้นและมือกุมหัวเข่าไว้มีเลือดออกมาที่มือ ดิฉันถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงและคุณหมอได้ให้เหยียดเท้าซ้ายซึ่งดิฉันทำไม่ได้ คุณหมอพูดทันทีว่าเส้นเอ็นขาด ตอนนั้นประมาณห้าโมงเย็น และดิฉันได้รับการผ่าตัดหัวเข่าห้าทุ่มคืนนั้น คุณหมอแจ้งว่าเส้นเอ็นหัวเข่าขาดสองเส้น ปกติสองเส้นนี้เป็นเส้นที่แข็งแรงมาก ลักษณะการขาดเกิดจากของมีคมบาด  วันต่อมาดิฉันได้เรียนถามคุณหมอเพราะอยากทราบรายละเอียดที่ชัดเจนกว่านี้ คุณหมอได้อธิบายโดยวาดภาพลงบนกระดาษอย่างคร่าวๆ เป็นรูปลวดมัดกระดูกกลมๆ ที่หัวเข่าเอาไว้และเส้นเอ็นสองเส้นแนวยาวข้างๆ หัวเข่าที่ขาด จากนั้นดิฉันนอนโรงพยาบาลจนกว่าจะตัดไหมสองอาทิตย์ หัวเข่าเป็นรอยผ่าเปิดรูปตัววี (ข้างหนึ่งของตัววีคือการรอยบาดตอนล้มค่ะ) ดิฉันได้ไปพบคุณหมอตามนัดหนึ่งครั้ง และคิดเรื่อง Second Opinion เพราะคิดว่าไม่ค่อยได้รับการอธิบายที่ชัดเจนและอยากจะทราบว่าการรักษาของดิฉันมาถูกทางหรือไม่ ดิฉันไปพบคุณหมอท่านที่สองและตัดสินใจรักษาต่อกับคุณหมอท่านที่สองค่ะ (ท่านแรกก็ดีค่ะแต่ไม่ค่อยอธิบาย ต้องถามค่อยพูด ซึ่งดิฉันก็ไม่รู้เรื่องหัวเข่าและเส้นเอ็น)

คุณหมอท่านใหม่ดูฟิล์มเอ็กซเรย์และแจ้งว่าดิฉันมีกระดูกแตกด้วย และอธิบายว่าลวดที่มัดกระดูกไว้อยู่ในลักษณะตื้น ไม่วางไว้ลึก ตรงนี้ทำให้ดิฉันรู้สภาพร่างกายของตนเอง แต่ก็ยังไม่รู้ถึงอนาคตว่าจะเดินตัวตรงหรือไม่ กลัวว่าจะเดินกระเผลกหรือมีผลระยะยาว บุคลิกภาพไม่ดี (ดิฉันเป็นนักวิชาการ) มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตมากขึ้นกว่าปกติ เช่น ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูง ไม่ออกกำลังกายหนัก ไม่ควรเดินช็อปปิ้งมาก ไม่ควรเดินขึ้นบันไดมาก ฯลฯ (ซึ่งตอนนี้ยังคิดไม่ออก)

ดังนั้น สิ่งที่อยากเรียนถามคุณหมอ Lucifer หรือท่านผู้รู้ท่านอื่นๆ คือเรื่องการเดินและบุคลิกภาพในอนาคตค่ะ เท่าที่อ่านค้นคว้าก็กังวลใจเพราะมันจะไม่เป็นเหมือนเดิม 100% และอีกประเด็นคือ ดิฉันต้องรักษาตัวในอนาคตอีกนานแค่ไหน เช่น ต้องผ่าเอาลวดออก ต้องพบกับปัญหาข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยเนื่องจากอุบัติเหตุซึ่งอาจต้องรักษาโดยการส่องกล้องหรือไม่ ตรงนี้อาจเป็นเรื่องที่ต้องทำอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้ก็คิดเรื่องการฟ้องร้อง แต่ก็อาจเจรจาประนีประนอมหากทางผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการวางรางอลูมิเนียมได้พิจารณาถึงจุดนี้ อายุความกรณีนี้คือหนึ่งปี ซึ่งดิฉันก็ต้องคิดด้วย ก็เกิดความสับสนค่ะ เรียนถามคุณหมอและท่านผู้รู้ทุกท่านที่อาจมีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อดิฉันค่ะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

นร.วิสัญญีพยาบาล
Unregistered

[ 58.8.170.145 ]
05 ก.พ. 54  13:54:23 น. # 152

สวัสดีค่ะอาจารย์

หนูขอรบกวนถามวิธีการดมยาสลบแบบ low flow หน่อยได้มั๊ยคะ  อยากรู้ค่ะแบบละเอียดค่ะ

เอ573
Unregistered

[ 111.84.231.135 ]
09 เม.ย. 54  15:43:40 น. # 153

สวัสดีครับ อาจารย์ลู
ผมขอถามอาจารย์ 2 คำถามนะครับ
1. อีกไม่กี่วันผมจะผ่าตัดไส้เลื่อนนะครับ ไม่ทราบว่าจากประสบการณ์ของอาจารย์ วิสัญญีแพทย์จะนิยมอะไรมากกว่ากันระหว่าง ดมยาสลบกับบล็อคหลัง
2. จะเป็นไปได้หรอไม่คับว่าร.พ.ต่างจังหวัดบางครั้งไม่มี วิสัญญีแพทย์(อันนี้ไม่แน่ใจนะครับ)แล้วใครจะเป็นผู้ทำภาระกิจแทน แล้วเลือกวิธีใดที่สามารถทำแทนได้ระหว่างดมยาสลบกับบล็อคหลัง
ใจอยากบล็อคหลังมากกว่า

คือเป็นกังวลมากเลยอ่ะครับ เพราะเพิ่งผ่าตัดครั้งแรกด้วย แล้วดันไปเห็นประกาศร.พ.กำลังรับสมัคร วิสัญญีแพทย์ด่วน!!!!มาก

ผู้ต้องสงสัย
Unregistered

[ 49.230.252.178 ]
10 มิ.ย. 54  15:59:03 น. # 154

สวัสดีค่ะ

อยากสอบถามว่ากรณีผู้ป่วยที่พิการทางสมองเล็กน้อย และต้องไปทำการตรวจทันตกรรม แต่ไม่ให้ความร่วมมือ ควรใช้วิธีดมยาสลบ หรือวางยาสลบ  แล้วผู้ป่วยมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด
เพราะกลัว ว่าจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก อยากขอคำแนะนำ ขอบคุณค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
10 มิ.ย. 54  18:03:08 น. # 155

แนะนำให้ปรึกษากับแพทย์ที่จะทำหน้าที่ในการดมยาสลบดีกว่าครับ  
( เขาดมยาคนไข้กลุ่มนี้กันมาเรื่อยๆ เรื่องไม่ฟื้น ไม่ต้องห่วงหรอกครับ  มันปลอดภัยกว่าสมัยโบราณที่หยอดอีเทอร์ให้ดมกัน )

asinine
Unregistered

[ 61.19.66.64 ]
21 มิ.ย. 54  10:21:46 น. # 156

ขอคำปรึกษา ด้วยครับ

คือ ผมต้องได้รับการผ่าตัด ACL ในวันที่ 1 กค นี้ครับ

เนื่องจากเตะฟุตซอลแล้วโดนชนเข่าอ่ะครับ เป็นมาตั้งแต่ 26 ธค 54

เพิ่งจะได้คิวผ่าตัดครับ ไม่ทราบว่ามันนาเกินไปมั้ยครับ มีผลต้อเข่าเราม้ัยย

รู้สึกว่าตอนนี้เริ่มปวด ๆ ที่เข่าแล้ววว

แล้วที่บอกว่า ถ้าการบล็อคหลังง ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดหลังตามมนั้น

จริงหรือป่าวว ถ้าผมไม่อยากบล็อคหลังสามารถเลือกที่จะดมยาได้มั้ยครับ

อีกอย่างครับ หลังผ่าตัดเสร็จแล้วผมจะสามารถเตะบอลได้เหมือนเดิมหรือป่าวครับ

เหนคนส่วนใหญ่บอกว่า ผ่าแล้ว ยังไงก็ไม่เหมือนเดิม T T

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
21 มิ.ย. 54  15:01:20 น. # 157

เรื่องของการผ่าตัด ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ครับ เพราะคุณควรจะถามจากผู้ที่ให้การรักษาผ่าตัด

คงจะตอบได้เฉพาะเรื่องของการให้ยาระงับความรู้สึกเท่านั้น  อันนี้เป็นสิทธิของผู้ป่วยที่จะเลือกเอาว่าจะรับการให้ยาระงับความรู้สึกแบบไหนนะครับ  จะบลอคหลัง หรือ จะดมยาสลบ คุณก็มีสิทธิในการเลือกได้อยู่แล้วครับ  วิสัญญีแพทย์คงจะไม่สามารถปฏิเสธสิทธิของผู้ป่วยได้หรอกครับ

ส่วนข้อดีข้อเสีย ผมอธิบายไว้ตั้งแต่ความเห็นต้นๆแล้ว รบกวนช่วยกรุณาย้อนกลับไปอ่านหน่อยนะครับ

ya
New Member


เข้าร่วม : 18 พ.ย. 45
เปิดกระทู้ : 4 ครั้ง
ให้ความเห็น : 26 ครั้ง
24 มิ.ย. 54  21:32:36 น. # 158

สวัสดีครับ ป๋าลู
  ไม่ได้เข้าเวป Bikeloves มานานมาก วันนี้ว่าง ๆ เลยแวะมาดู
ตกใจและแอบปลื้มใจที่เห็นกระทู้ที่ผมถามป๋าลูเรื่องการดมยาสลบเมื่อปี 2545
ถูกหยิบยกมาพูดถึงและเป็นประโยชน์กับอีกหลายคน
  ป๋าลูสบายดีน่ะครับ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงเป็นที่ปรึกษาของชาวจักรยานในทุก ๆ เรื่อง
เหมือนเดิม โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ตลอดไป เอาใจช่วยครับ  
   ตอนนี้เท่าที่ผมลองดูเห็นกระทู้ที่เกี่ยวกับการบาดเจ็บข้อเข่า มีคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเข่า
หันมาปั่นจักรยาน สอบถามปัญหากันมากทีเดียว ส่วนใหญ่แล้วบาดเจ็บมาจากกีฬาชนิดอื่น
ที่ไม่ใช่จักรยานทั่งนั้น (เหมือนผม) ซึ่งในตอนวัยรุ่นหักโหม บ้าพลัง ไม่เคยคิดถึงการบาดเจ็บ
เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ตอนอายุมาก ๆ จะส่งผลถึงการใช้ชีวิตประจำวันกันเลยทีเดียว
เพราะของที่ผ่านการซ่อมมาแล้วยังไงก็ไม่เหมือนเดิม
    แล้วจะแวะมาสวัสดีบ่อย ๆ น่ะครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
26 มิ.ย. 54  19:23:07 น. # 159

ยังแข็งแรงดีอยู่ครับ  เริ่มกลับมาปั่นจักรยานใหม่อีกแล้ว ขอเวลาอีกสักพัก จะเริ่มกลับไปปั่นรวมกลุ่มใหม่หละครับ

apill_sabayoi
Unregistered

[ 118.173.154.198 ]
04 ก.ค. 54  12:07:18 น. # 160

ขออนุญาติแชร์ประสบการ
เพิ่งไปผ่าตัดมาตอนนี้ผักฟื้นอยู่  ผ่าตัดแบบส่องกล้องที่มอ. หาดใหญ่ เลาะซิสสองข้าง 5 กะ 7 เซ็นต์ ตอนแรกหมอบอก5กะ4 พอเข้าไปจริงๆๆ มันโตกว่าที่อัลตร้าซาว  หมอบอกยังเจอเนื้องอกอีกที่ ด้านหลังมดลูก สุดท้ายเลาะเนื้องอกแล้วเอาออกไม่ได้ เพราะมันแข็งและโตกว่ากล้อง  คุณหมอเลยผ่าเพิ่มเพื่อเอาเนื้อออก  เลยมีอาการเจ็บแผลนิดหน่อย เพราะต้องใส่สายระบายเลือดในช่องท้องออก  นอนโรงพยาบาลสามวัน  โดยรวมก้อโอเค  ไม่ได้เจ็บปวดมาก  แต่เป็นอารมณ์ที่รู้สึกไม่สบายตัวมากกว่า  วันแรกหลังออกจากห้องผ่าตัดคันที่เท้ามากๆๆ ยิบๆๆ ตลอดต้องให้คนเฝ้าคอยเกา  น้องที่ไปเฝ้ายังแซวว่าห้องผ่าตัดมีมด  เพิ่งมารู้ตอนหลังเป็นอาการข้างเคียงของการใช้ยาสลบ  อาจคันปลายประสาทได้  เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ต้องเข้ารับการรักษา  ไม่สบายก้อว่ากันไปตามคันลองของมัน  อย่าเครียด อย่ากังวล แล้วจะดีเอง

นรพ.
Unregistered

[ 180.183.56.193 ]
23 ส.ค. 54  19:13:01 น. # 161

ทำไมคนไข้ถึงต้องลด MAC ล่ะคะ คิดไม่ออกจริงๆค่ะ

นรพ.
Unregistered

[ 180.183.56.193 ]
23 ส.ค. 54  19:13:40 น. # 162

ตกคำว่าซีดค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
23 ส.ค. 54  21:05:56 น. # 163

นั่นสิ "ใคร"พูดให้ฟังหรือครับ
ตำราคงไม่ได้เขียนแบบนั้นหรอกนะ

ยาในกลุ่มVaporizing agent  มันไม่ได้ใช้เม็ดเลือดเป็นตัวพาไปหรอกนะ  

แล้วก็ซีดมากๆ เราก็คงจะไม่ดมยาสลบให้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?

นรพ.
Unregistered

[ 180.183.60.245 ]
27 ส.ค. 54  14:10:22 น. # 164

พอดีในตำราเขียนไว้อ่ะค่ะว่า "MAC จะลดลงในผู้สูงอายุ เลือดจาง อุณหภูมิกายเย็น หรือได้รับยากดระบบประสาท" ปัจจัยอื่นๆพอจะทราบค่ะ แต่เรื่องซีด ไม่ได้อธิบายไว้อ่ะ คิดก็คิดไม่ออกอ่ะค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
27 ส.ค. 54  16:56:37 น. # 165

ลดลงในผู้สูงอายุ ไม่ใช่เรื่องแปลก
ลดลงในอุณหภูมิกายเย็น ก็เป็นเรื่องปกติ
ยิ่งได้รับยากดระบบประสาท ก็ยิ่งเป็นการเสริมกัน

ถ้าจะอธิบายแบบอ้อมๆ ก็อาจจะเป็นได้ว่าคนที่ซีด ร่างกายจะมีการเพิ่มcardiac output เพื่อชดเชย oxygen delivery ที่ลดลงเพราะ Hbที่ต่ำลง  เมื่อcardiac output เพิ่มขึ้น ยาก็ถูกพาไปยังสมองได้เร็วขึ้น แต่ยังนึกถึงกลไกที่ทำให้MACลดลงไม่ออกเหมือนกัน  มีเวลาจะไปปัดฝุ่นMiller มาค้นดูให้นะ

ในชีวิตจริงๆ เราไม่ได้สนใจตัวเลขบนVaporizerมากนักหรอกครับ  เราอาจจะเอามันเป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับมันมากหรือน้อยลงแล้วแต่clinicalที่เราเห็น เพราะเราไม่ได้ solo ด้วย vapourizing agent อย่างเดียว  แต่เราดมด้วย Balance technique อันประกอบด้วย ยาแก้ปวด ยาสลบ และยาหย่อนกล้ามเนื้อ  เมื่อมันผสมผสานกันในสัดส่วนที่อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคนไข้ และแต่ละคนใช้  ยาสลบอันประกอบด้วยยานำสลบ และยาที่ใช้maintain จึงอาจจะใช้มากหรือน้อยตามสัดส่วนของยาชนิดอื่นที่เพิ่มขึ้นมา

ถ้าเข้าใจความหมายBalance anesthesia และบทบาทของยาแต่ละกลุ่มเป็นอย่างดี  ร่วมกับการมองที่ clinical  ก็จะเข้าใจว่าได้เลยว่า ทำคนไข้"หลับ" หรือ มี "awareness"

อจ.เคยพูดให้ฟัง ถ้าเพียงแค่ BPขึ้น แล้วเพิ่มเปอร์เซนต์ของ Vap , พอ BP ลง ก็ลดเปอร์เซนต์ของ Vap โดยไม่ได้สนใจ clinical หรือ ขณะนั้น operation ดำเนินไปถึงขั้นตอนใด แบบนี้เอาลิงมานั่งหมุนdial scale ก็ได้  ไม่ต้องใช้คนหรอก

นรพ.
Unregistered

[ 180.183.61.221 ]
04 ก.ย. 54  19:40:22 น. # 166

ขอบคุณค่ะ understand

รันตา
Unregistered

[ 124.122.158.28 ]
07 ก.ย. 54  16:37:25 น. # 167

พอดีกำลังจะผ่าตัดเกี่ยวกับศัลกรรมค่ะ(ยุบโหนกแก้มและตัดกรามพร้อมกัน)  แต่สอบถามจากเพื่อนที่เค้าไปทำมาแล้วบอกว่าดมยาสลบนานกว่าจะฟื้นขึ้นมาก้อปาเข้าไปเกือบ 30 ชั่วโมงทุกคน  อยากทราบว่ามันจะอันตรายมั้ยคะ  และตามปกติเค้าต้องให้ยาสลบนานสุดกี่ชั่วโมงคะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
07 ก.ย. 54  17:28:39 น. # 168

ผมว่านะครับ

ถ้าคุณตัดสินใจจะ"สวย" คุณก็ควรจะต้องทราบว่า"เสี่ยง" เพียงแต่ความเสี่ยง ณ ปัจจุบันนี้มันน้อยกว่าความเสี่ยงเมื่อ 20ปีที่แล้ว เพราะยาต่างๆได้รับการพัฒนาขึ้นมาให้มีข้อแทรกซ้อนน้อยลง  ผมว่าความเสี่ยงในด้านการผ่าตัดยังมากกว่าความเสี่ยงในด้านการดมยานะครับ

อย่างไรก็ตาม ผมคงจะให้คำอธิบายแก่คุณได้ไม่ดีเท่ากับวิสัญญีแพทย์ที่จะเป็นคนให้ยาระงับความรู้สึกแก่คุณนะครับ  เพราะผมไม่ได้เป็นคนให้ยาระงับความรู้สึกแก่คุณ

อันที่จริงแล้ว ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะรับรู้ และเข้าใจขั้นตอนต่างๆเกี่ยวกับการรักษา และข้อแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นได้  แต่คุณต้องรู้จักหน้าที่ของคุณด้วย คือ คุณควรจะต้องสอบถามและทำความเข้าใจกับทีมแพทย์ของคุณเองนะครับ คือ สอบถามทั้งศัลยแพทย์ตกแต่ง และ วิสัญญีแพทย์  ซึ่งรพ.ที่จะทำการรักษาแบบนี้ควรจะเป็นรพ.ขนาดใหญ่ ซึ่งการพูดคุยในลักษณะ preanesthetic visit น่าจะเป็นเรื่องที่ทำกันอยู่แล้วนะครับ

ส่วนตัวผมเอง แค่ดมยาคนไข้คนเดียวติดต่อกัน 8 ชม.นี่ผมก็เหนื่อยมากแล้ว   ครับ

รันตา
Unregistered

[ 124.120.245.170 ]
08 ก.ย. 54  22:52:40 น. # 169

ขอบคุณค่ะ  สำหรับขัอมูลช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้นและมั่นใจที่จะเลือกสถานพยาบาล

เปิ้ล
Unregistered

[ 110.77.245.228 ]
09 ก.ย. 54  15:30:36 น. # 170

ผ่าตัดทอนซิลแล้วทำไมเจ็บคอจังเลยมีเสมหะเยอะมากเกิดจากอะไรคะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
09 ก.ย. 54  16:46:49 น. # 171

คุณเปิ้ลครับ มันเป็นเรื่องปกติครับ
สอบถามแพทย์ผู้ผ่าตัดให้แล้วหรือยังครับ

มอส
Unregistered

[ 180.210.216.131 ]
13 ก.ย. 54  14:26:18 น. # 172

สวัสดีครับผมเพิ่งผ่าตัดจมูกคดโดยวิธการดมยาสลบ ผมตื่นมามีอาการอาเจียร 1 ครั้ง เจ็บคอ ปวดศีรษะและเสียวฟัน ขณะนี้เพิ่งผ่านมาได้ 3 วัน ผมยังพักอยู่ รพ อาการอื่นหายหมดแล้วเหลือเพียงเสียวฟัน. ไม่ทราบว่าใช่ผลข้างเคียงจากการดมยาหรือเปล่าครับ แล้วจะหายในกี่วันครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
13 ก.ย. 54  22:14:39 น. # 173

อาการเสียวฟัน  ไม่น่าจะเกี่ยวกันเลยนี่ครับ

มอส
Unregistered

[ 180.210.216.131 ]
14 ก.ย. 54  07:17:08 น. # 174

แล้วมันน่าจะมาจากอะไรตรับเพราะก่อนผ่าตัดผมไม่มีอาการนี้เลยครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
14 ก.ย. 54  09:44:20 น. # 175

เสียวฟัน ?
ซี่ไหนหละครับ ฟันบน ฟันล่าง ซีกซ้าย ซีกขวา
เสียวคอฟัน หรือ เสียวที่ตัวฟัน
เสียวเวลาเจอน้ำเย็น หรือ อยู่ๆก็เสียว

ถ้าไม่มีรายละเอียดเลยตอบไม่ได้หรอกครับ
ผมไม่ใช่หมอดูนะครับ

มอส
Unregistered

[ 180.210.216.131 ]
14 ก.ย. 54  11:43:06 น. # 176

ส่วนใหญ่เสียวซีกหน้าและซีกล่างที่คอฟัน เป็นตลอดเวลาครับ สมมติเวลาอ้าปากสูดลมหายใจเข้าทางปากก็จะเสียวหรือว่าสลฟันกันก็เป็นครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
14 ก.ย. 54  13:48:08 น. # 177

แบบนี้ค่อยสรุปได้ง่ายหน่อยครับ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นนะครับ  อาจจะไม่ถูกต้อง 100% แต่สรุปเอาจากความน่าเป็น  การดมยาเพื่องัดดั้งจมูกที่คดนั้น  หมอศัลยกรรมตกแต่งบางท่านไม่ชอบให้เอาเทปกาวพันยึดท่อช่วยหายใจติดไว้ที่มุมปาก เพราะจะดึงให้ปากเปลี่ยนรูป และจะเล็งตำแหน่งกึ่งกลางของใบหน้าที่จะต้องงัดหรือดัดจมูกที่คดให้ตรงแนวได้ลำบาก  จึงขอให้วิสัญญีแพทย์ทำการยึดท่อช่วยหายใจไว้ที่แนวกึ่งกลางปาก หรือ มัดท่อช่วยหายใจไว้กับฟันล่างเพื่อจะได้ไม่มีการดึงรั้งริมฝีปากให้เปลี่ยนรูปไป  หมอศัลยกรรมจะได้ทำงานได้สะดวกขึ้น

วิสัญญีแพทย์บางท่าน จึงใช้วิธีการใช้ไหมมามัดกับท่อช่วยหายใจ และมัดไว้กับฟันหน้า2-3ซี่ด้านล่างที่อยู่ตรงกลาง   ด้ายหรือไหมที่มามัดฟันนั้น อาจจะไปทำให้เหงือกร่นลงไปได้บ้าง ,โดยเฉพาะคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องเหงือกไม่ค่อยแข็งแรง  ทำให้ส่วนของคอฟันเผยอขึ้นมา จึงทำให้เกิดอาการเสียวคอฟันได้ครับ

รอสักพักหนึ่ง ก็จะดีขึ้นเองครับ

แหม ให้รายละเอียดทั้งหมดตั้งแต่แรก จะได้คิดออกหน่อยว่าปัญหาควรจะมาจากเหตุใด

มอส
Unregistered

[ 180.210.216.131 ]
14 ก.ย. 54  15:01:57 น. # 178

ขอบคุณมากครับ

มอส
Unregistered

[ 180.210.216.131 ]
14 ก.ย. 54  15:02:34 น. # 179

ขอบคุณมากครับ

kung
Unregistered

[ 223.204.199.173 ]
14 พ.ย. 54  15:37:18 น. # 180

การผ่าตัด vaginal hysterectomy เค้าใช้ยาระงับความรู้สึกแบบไหนจึงจะเหมาะสมหรอค่ะ

DAYTWO
Unregistered

[ 125.27.24.176 ]
11 ธ.ค. 54  20:55:57 น. # 181

สวัสดีครับ  หมอลู

ผมมีข้อสงสัยอยากจะถามและประกอบในการตัดสินใจด้วยน่ะครับ

ว่า  ถ้าผมจัดฟัน (ใส่เหล็กดัดฟัน) อยู่  แล้วรับการผ่าตัดไหล่ (เอ็นฉีกขาด ไหล่หลุดบ่อย)  ต้องวางยาสลบทั้งตัว   จำเป็นต้องเอาเครื่องมือจัดฟันออกก่อนเข้ารับผ่าตัดไหล่หรือเปล่าครับ ?   ผมเคยผ่าตัดมาแล้ว สองครั้ง  วางยาสลบทั้งตัวเหมือนกัน และรู้มาว่า ต้องสอดท่อช่วยหายใจทางปากน่ะครับ

ผมลืมถามหมอเขาน่ะครับ อีกนานกว่าจะถึงวันนัดน่ะครับ  หลังปีใหม่โน้นเลยน่ะครับ

ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำ หรือ คำตอบ นะครับ

ส่งท้ายปีเก่า ขอให้ คุณหมอลูและครอบครัว ประสบแต่เรื่องดี ๆ และมีความสุขในปีใหม่  ๆ นี้นะครับ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
12 ธ.ค. 54  10:33:44 น. # 182

ตอบคุณ DAYTWOครับ  ไม่ต้องเอาออกหรอกครับ  

ถ้าถามความรู้สึกของผมเวลาเจอคนไข้ที่มาดมยาแล้วมีเหล็กดัดฟันติดมาด้วย  มันก็เหมือนกับผมกินหมูแล้วเศษหมูติดฟันเอาไม่ออกหละครับ ฮ่า ฮ่า คืออาจจะรำคาญมันบ้าง แต่ไม่ได้เป็นข้อห้ามขนาดว่าห้ามใส่เข้ามา

เรื่องของเรื่องคือ มันอาจจะเกิดการบาดเจ็บๆเล็กๆน้อยๆ กับผู้ป่วยบริเวณกระพุ้งปากด้านติดกับฟันหน้าทั้งบนและล่าง เพราะมันอาจจะไปเกี่ยวติดกับเหล็กที่ใช้ดัดฟันนั่นแหละครับ  หมอฟันบางท่านทำมาดี เรียบร้อย เก็บงานสวย โอกาสทะเลาะกับปากของคนไข้เองก็จะน้อยลง  แต่บางคนก็ไม่ค่อยเก็บงานเท่าไหร่

DAYTWO
Unregistered

[ 125.27.24.176 ]
13 ธ.ค. 54  01:19:04 น. # 183

ขอบคุณมากครับ  :)   คงต้องทำแหละนะครับ  ไม่รู้ว่า หมอเขาเบื่อผมไหมนะ ? ที่เล่นกีฬาไม่ยอมหยุดพัก  (ถ้าไม่ได้เล่น จะลงแดงจัดมาก ๆ เลยครับ)   ในสามปีนี้ ผมเจ็บเข่า เจ็บไหล่  ผ่าเข่าไปสองรอบ  หมอได้เตือนแล้วว่า ให้หยุดเล่นหนัก ๆ ได้ไหม ? ผมดื้อเองครับ  อายุยังน้อยอยู่ขอเต็มที่หน่อย   ปีหน้าก็กะว่าจะลงแข่ง adventure อีกครับ  มีพายคายัคด้วยซิ  

พยายามอดทนไม่เล่น รอให้หายเจ็บหายอักเสบ แต่มันกลับมาเป็นอีก ไม่สนใจ เล่นหนักจนฉีกขาดล่ะครับ  ท่านที่เข้ามาอ่าน  ถ้าได้รับบาดเจ็บจนอักเสบ ผมขอแนะนำให้หยุดพักจนกว่าหายสนิทก่อนค่อยเต็มที่นะครับ  ผ่าแล้ว มันไม่เหมือนเดิมหรอกครับ เหลือเจ็บแปล๊บ ๆเป็นพักๆ น่ะ  อีกอย่างใช้เวลาฟื้นฟูนานมากๆ  ถ้าไม่อดทน มันก็เจ็บอีก  เสียโอกาสไปเยอะอยู่    ถ้าหมอลูเป็นหมอออร์โธฯ ที่มาเจอคนไข้ที่ดื้อแบบนี้  จะรู้สึกอย่างไรครับ ผมเองก็รู้สึกเสียใจที่ไม่ทำตาม แต่พาตัวมาให้หมอปรึกษา รักษาให้อีก (หาเรื่อง)   ก็นะ  

ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ   คำอธิบายของหมอลูได้ใจผมจริง ๆ ชอบ ๆ มีน้อยคนที่อธิบายแบบฮา ๆ แต่เข้าใจง่ายดี

my comp yule
Unregistered

[ 110.49.235.198 ]
11 ม.ค. 55  20:49:28 น. # 184

ตอนแรกผมถูกรถชนได้เข้าICUผมรู้ตัวอยู่จากนั้นหมอก็เอาเครื่องช่วยหายใจมามาใส่จมูกผม
และตอนนั้นหมอทำอะไรผมก็ไม่รู้เลย

หนูอ้วน
Unregistered

[ 101.108.38.60 ]
18 ม.ค. 55  14:56:45 น. # 185

จากที่อ่านมาทั้งหมด ให้ยาชาที่หลังดูปลอดภัยกว่าดมยาสลบนะคะ  แล้วถ้ากระดูกหลังส่วนบน(ประมาณอกค่ะ)คดเล็กน้อยจะบล๊อคหลังได้ไหมคะ  (ผ่าตัดเอามดลูกออกน่ะคะ) ก็บอกหมอว่า มีปัญหาเจ๊บแป๊บที่หลังบ่อย เวลาเอี่ยวผิดท่าน่ะค่ะ หมอบอกงั้นก็ต้องดมยา แต่แค่คุยกัน ถ้าเลือกได้ก็อยากบล๊อคหลัง จะเป็นไปได้ไหมคะ (เป็นเคสประกันสังคม มีเวลาคุยกับหมอแป๊บเดียวเอง)

Mok
Unregistered

[ 103.1.164.37 ]
19 ม.ค. 55  14:27:45 น. # 186

คุณหมอค่ะแฟนผ่าตัดมา 5 ครั้งแล้วค่ะดมยาสลบทั้ง 5 ครั้ง ยาสลบทำให้ไปกระทบกับสมองหรือป่าวค่ะ?

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
19 ม.ค. 55  22:49:31 น. # 187

ตอบคุณหนูอ้วนนะ
จริงๆแล้ว บลอคหลังกับดมยาต่างก็มีข้อดีข้อเสียคนละอย่าง และต่างก็มีความเสี่ยงกันไปคนละแบบ  หากจะให้คะแนนของความเสี่ยง หรือ อันตรายแล้ว  ตอบว่าได้คะแนนเท่ากันครับ
เลือกอะไรก็ได้ บอกหมอไปเลย แต่ถ้าบอกว่ามีปัญหาเรื่องโครงสร้างของกระดูกสันหลัง ผมเองก็เลือกจะเสนอการดมยาให้ครับ  สบายใจทั้งสองฝ่าย ยกเว้นคนไข้ยืนยันเองว่าจะขอบลอคหลัง แบบนี้ก็ตามแต่คนไข้ต้องการ เพราะสำหรับ senior staffแล้ว  ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละครับ  แล้วแต่คนไข้เป็นสำคัญ

ตอบคุณ Mok
มีผลช่วงแรกๆ เช่น มึนๆ งงๆ แต่ก็จะกลับเป็นปกติเองภายในวันนั้นครับ  ดังนั้น จะดมกี่ครั้งก็ตาม  หลังจากผ่านไปแล้ว ก็ไม่มีผลอะไร   แต่ต้องไม่ลืมว่าสังขารย่อมเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงของสังขารตามเวลา ก็ทำให้เรามีความรู้สึกที่เปลี่ยนไป  แต่บางคนอาจจะเหมาเอาว่าเพราะดมยา ทำให้เป็นแบบนั้น ( ก็เล่นยังคิดว่าตัวเองยังมีอายุเท่าเดิมอยู่   แบบนี้ก็ไม่รู้จะคุยกันยังไงเหมือนกัน เอาเป็นว่า ไปไม่เป็นเลยแหละ )

กัญญารัตน์
Unregistered

[ 124.122.57.2 ]
23 ม.ค. 55  18:58:16 น. # 188

ช่วยตอบหน่อยนะค่ะอยากรู้จริงๆ
    ผู้ป่วยทีมีอาการไอ และได้รับ Codeine เพื่อรักษาอาการไอสมควรจะให้ยาขับเสมหะหรือยาละลายเสมหะร่วมด้วยหรือไม่เพราะเหตุใด
ขอบคุณมากๆค่ะ

หนูอ้วน
Unregistered

[ 125.24.226.237 ]
26 ม.ค. 55  12:00:02 น. # 189

สวัสดีค่ะคุณหมอลู
   หนูได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้วค่ะ สรุปโดยการบล๊อคหลังค่ะ ตอนนี้กลับมาพักที่บ้านได้ 3 วันแล้ว ปัญหาคือมีชาที่ต้นขาข้างซ้ายด้านข้างน่ะค่ะ คุณหมอบอกแค่ว่าเดี๋ยวมันจะดีขึ้นแล้วหายเอง แต่ไม่ได้บอกสาหตุ แต่น้องพยาบาล(แอบ)บอกว่าอาจเป็นจากยาชาที่บล๊อคน่ะพี่ เป็นข้างที่พี่ตะแคงพอดี มันตกค้าง หนูบอกจริงอะ อำเปล่าเนี้ยะ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะดีขึ้นแต่ยังไม่สนิทค่ะ คือมันรู้สึกซ่าๆ อยู่ตลอดเวลา จากเดิมที่ด้านสนิท
   หลังผ่าตัดหนูมีปัญหาเหงื่อออกมาก  ร้อนมาก ขนาดห้องพักฟื้น อุณหภูมิ 23 องศา (พยาบาลที่ห้องพักฟื้นพูดน่ะค่ะ  ว่าอากาศขนาดนี้ยังร้อน เขาก็รู้สึกแปลกๆแต่ก็ไม่ทำอะไร แล้วก้หันจอสัญาณชีพไปทางเขา หนูรู้สึกล้ามาก เพราะผ่าตัดใช้เวลาตั้ง 2 ชั่วโมง หมอบอกทำยาก ผังผืดเยอะ เลยไม่ได้ถามอะไร ไม่มีแรง)  หลังกลับไปที่ห้องคนไข้  หนูก็ยังร้อนมาก จากนั้นเวลาผ่านไปเท่าไหร่จำไม่ได้ แต่เริ่มเป็นเวลากลางคืนแล้ว หนูเหนื่อยมาก เหมือนหัวใจจะหลุดออกมาอยู่ข้างนอก น้องพยาบาลเข้ามาให้ออกซิเจน วัดสัญญาณชีพ ชีพจร 120+ ความดัน 150/80 รายงานหมอ ทำ EKG พบว่าหัวใจ เต้นผิดจังหวะ แต่ไม่ทำอะไรมากเพราะหนูไม่มีประวัติมาก่อน (ก่อนผ่าตัดEKG ปกติ) และความดันไม่ตก มีเจาะเลือดอะไรมากมาย แทงไปกี่เข็มจำไม่ได้ เพราะเส้นเลือดหดหมด สรุป หลังจากนั้นเช้าดีขึ้นเอง หมออายุรกรรมที่เฝ้าดูบอกอาจเป็นภาวะเสียเลือดมาก (แต่หนูก็ไม่ซีดพอจะให้เลือด น้องพยาบาลบอกว่าหมอเขียนว่าเสียเลือดในใบผ่าตัด ประมาณ 350-400 ) หรืออาจมีภาวะความผิดปกติอยู่แล้ว แล้วการได้รับการผ่าตัดเป็น crisis อย่างหนึ่ง ไปกระตุ้นมันออกมา ควรติดตามและทำการรักษาต่อเนื่องนะ (หมอว่า)  
     ที่เล่ามาทั้งหมดคือหนูจะบอกว่ามันเป็นอะไรเหมือนฝันเลย ไม่คิดว่าตัวเองต้องมาเจออะไรอย่างนี้ ตอนที่เหนื่อยมากๆ ยังคิดในใจเลยว่า ตายๆไปเลยก็ได้ ไม่ไหวแล้ว แล้วเชื่อไหมคะ วาบล๊อคนี้เป็นที่แรกที่หนูเล่าละเอียดขนาดนี้ พ่อ แม่ พี่ น้อง ไม่มีใครรู้ มีสามีที่เฝ้าคนเดียวรู้ ไม่อยากให้พวกเขากังวล เพราะมันก็ผ่านมาแล้ว
     ขอบคุณคุณหมอ ที่มีบล๊อคนี้ให้คนไข้ได้เข้ามาพูดคุย หนูรู้สึกอบอุ่นใจมากค่ะ ที่ได้พูดคุย ว่าแต่ รูปที่ลงเนี้ยะ ตัวจริง ของหมอหรือเปล่าคะ  แบบว่าหมอก็เท่ห์ใช่ย่อยนะคะเนี้ยะ (อิอิ)  ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

หนูอ้วน
Unregistered

[ 101.109.170.167 ]
26 ม.ค. 55  14:28:00 น. # 190

ขอเล่ารายละเอียดเพิ่มเติมค่ะ นอกจากผ่าตัดมดลูกแล้ว ***ังต้องเลาะช๊อคโกแลตซีสต์ ไซส์ 5.7*5.1 cm ที่รังไข่ด้วย ระหว่างทำไป มันก็แตก (เพราะหนูได้ยินหมอร้องว่า เฮ้ย..!  ก็เลยถามพยาบาลที่ยื่นค้ำหัวอยู่ว่า มีอะไรเหรอ ) เมื่อผ่านมาแล้วก็ขำๆดีค่ะ (แต่ ณ เวลาจริงขำไม่ออก) หมอถ่ายรูป ไว้ให้ดูด้วย ส่วนของจริงก็ได้ดุก่อนที่เขาจะส่งตรวจชิ้นเนื้อ เห็นแล้วอึ้งค่ะ (นี่เคยเป็นอวัยวะของฉันหรือนี่)

         หลังจากนั้นก็มีเรื่องขำๆเล็กๆน้อยๆ  หนูว่าน่าจะเอาไปออกรายการ คดีเด็ดได้เลย
แต่นี่ก็เสียพื้นที่บล๊อคคุณหมอเยอะแล้ว  พอดีกว่าค่ะ
            
         หนูชอบ lucifer นะคะ กำลังคิดว่าเป็นคนเดียวกะ demos หรือเปล่า (การ์ตูนสมัยเด็ก  "เจ้าสาวซาตาน") แต่ lucifer ประทับใจจากหนัง constantine ค่ะ
         แต่ยังงัยคิดว่าคุณหมอลูต้องเป็นลูสมัยยังไม่ตกสวรรค์แน่นอน... (555)

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
27 ม.ค. 55  08:12:46 น. # 191

ขอบคุณครับคุณหนูอ้วน

รูปถ่ายตัวจริงครับ  อย่าไปสนใจเปลือกนอกเลย  รูปลักษณ์ภายนอกผมมองแล้วไม่ค่อยจะเหมือนหมอที่ไหนนักหรอก เนื่องจากเป็นคน low profile

เรื่องชาที่ต้นขา ผมคิดว่าน่าจะหายแล้วกระมังครับ  เพราะบางทีอาจจะเป็นเรืองของฤทธิ์ตกค้่างที่นานไปหน่อย  ( ผมเคยเจออยู่รายหนึ่ง แต่เป็นการบลอคแขน เคยเจอชาอยู่เกือบวันหนึ่ง  แต่ส่วนใหญ่ชาแค่ 5 ชม. , คนเรานี่บ่อยครั้งที่ 1+1 ไม่เท่ากับ 2 เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างกันครับ )

ชอคโกเลทซีสท์ ถ้าเลาะแล้วไม่แตก ก็ไม่ใช่ชอคโกเลทซีสท์ครับ  เพราะผนังมันบางมากและพร้อมจะแตกเอาง่ายๆ  ดมยาcaseแบบนี้มาไม่เคยเจอว่าจะไม่ตกซักราย  เรื่องปกติครับ

ส่วนเรื่องร้อน เหงื่อแตกเหงื่อแตนนี่ บอกยากเหมือนกันนะ ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เรื่องเสียเลือดอยู่ในระดับที่ปกตินะครับ  

ก่อนหน้านี้เคยมีหัวใจเต้นเร็ว มือสั่น เหงื่อออกง่าย ขี้หงุดหงิด ขี้รำคาญ นอนไม่ค่อยหลับ น้ำหนักตัวลดลง หรือ กินเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยอยากจะอ้วนซะที  ถ้าแบบนี้ก็คิดถึงต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป   ตรวจรักษาต่อก็น่าจะพบสาเหตุได้ไม่ยากครับ

หนูอ้วน
Unregistered

[ 125.24.225.218 ]
27 ม.ค. 55  12:34:39 น. # 192

เรียนคุณหมอลู
   หมอตรวจไทรอยด์จากเลือดด้วยค่ะ..ผลปกติไม่เป็นค่ะ ส่วนที่ชานั้นเกือบปกติแล้วค่ะ (ถึงวันนี้ก็ 1 อาทิตย์พอดี นับจากวันผ่า)  สงสัยมันไปตกค้างในเซลไขมันหรือเปล่าคะ  (พอดีหนูเยอะงัย 555)  และอาการที่คุณหมอว่าข้างต้นนั้นตรงข้ามหมดเลยค่ะ ..อิอิ โดยเฉพาะอันหลัง น้ำหนักตัวไม่ใช่ไม่ลดลงนะคะ  ไม่ยอมลดลงอีกต่างหากค่ะ
    ขออีกเรื่องนะคะ ไอ้ไหมละลายเนี้ยะ  กี่วันมันถึงละลายหมดคะ (หมออย่าเพิ่งหน่ายนะ ประมาณ.."มันจะถามทุกเรื่องเลยงัยฟะ  ..ไปถามหมอที่รักษาคุณซิ!.. " โถ กว่าจะถึงวันนัดอีกตั้งอาทิตย์ แถมได้คุยไม่ถึงนาที เพราะคนไข้รอข้างหลัง อีก 300 (เว่อร์ค่ะ) ได้มั้ง จะโดนแช่งตามหลังเอา.. อิอิ
                     ขอบคุณคุณหมออีกครั้งค่ะ  
ปล.ใครเป็นคนคิดคำสำหรับป้อนรหัสคะ  แต่ละประโยคนี่มัน ....จริงๆ (หวานซะ)

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
27 ม.ค. 55  15:54:48 น. # 193

ไหมละลายหรือครับ มีหลายชนิดมาก ขึ้นกับว่าแพทย์ที่รักษาท่านใช้อะไรเย็บให้  
เร็วสุดก็อาจจะ 7-10วัน บางชนิดอยู่ได้นานเป็นปี  (​บางรายมาผ่าซ้ำ 2ปีให้หลัง ยังเห็นอยู่เลย ) ขึ้นกับชนิดจริงๆครับ  วิทยาการด้านนี้มันพัฒนาไปนานมาก  ยิ่งระยะหลังเขาสรุปแล้วว่า ยิ่งอยู่นานๆได้ยิ่งลดปัญหาเรื่องการเกิดแผลเป็น การเกิดแผลแยก อะไรพวกนี้แหละครับ

อย่าไปกังวลมันเลยครับ  ลืมๆไปซะ เดี๋ยวก็ชินกับมันไปเองแหละ

ระบบป้อนรหัสนี่ คิดเองครับ  รำคาญพวกฝรั่งมันชอบเข้ามาโพสท์ขายยา  กันยังไงก็กันลำบาก วันหนึ่ง algorithm นี้ก็ผุดขึ้นมา แบบว่าเข้าสู่สภาวะติสต์แตกขึ้นมาพอดี ก็เลยด้นคำขึ้นมาให้มัน random  ( เคยมีคนรู้จักกันโทรมาสอบถาม flow chart ของระบบนี้มาแล้ว บอกว่าสู้กับฝรั่งสั่วๆไม่ไหวครับ )

หนูอ้วน
Unregistered

[ 125.24.226.247 ]
07 ก.พ. 55  14:44:28 น. # 194

แวะมาเยี่ยมค่ะหมอ  สบายดีนะคะ ส่วนหนูแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว เพียงแต่ยังไม่ลองทำกิจกรรม ออกกำลังอะไรเต็มที เพราะยังไม่ครบเดือน ไม่อยากเสี่ยง (วิ่ง หรือเล่นกีฬาอื่นๆน่ะคะ) มาเยี่ยมทั้งทีก็มีคำถามเหมือนเดิม(อิอิ เดี๋ยวไม่เข้าคอนเซ็บ) ตอนแรกงง ว่า เวบบอร์ดนี้มาอยู่ที่แบบนี้ได้งัย เพราะลองไล่ดู มันเป็นเวบชาวปั่นท่องเที่ยวนี้หน่า แต่คิดได้ว่าอ๋อออ  ก็คงเหมือนห้องพยาบาล บาดเจ็บอะไรกันก็แวะมานี่  แต่จะบอกว่าหาทางเข้าจากเวบหลักไม่เจอนะคะ เข้าโดยตรงจากกูเกิ้ลเลยอะ บอกทางหน่อยนะคะ เข้าไปสัพเพเหระ ก็หาหัวข้อนี่ไม่เจอ คือกำลังอยากถามเรื่องกล้อง (เพราะเห็นหมอสะพายอยู่ คิดว่าน่าจะสนใจด้านนี้) แต่คิดว่าไม่เข้ากับหัวข้อส่วนใหญ่ในนี้ ก็ถามไปก่อนละกันนะคะ คือชอบกล้องอยู่รุ่นหนึ่ง คือ canon G11 แต่คนส่วนใหญ่มักบอกว่าทำไมไม่ซื้อของใหม๋ เทคโนโลยีใหม่ๆ แต่หนูชอบเพราะมันตรงกับความต้องการพอดี บางอันก็เล็กไปใหญ่ไป หรือมากไป น้อยไป มันเป็นกล้องรุ่นเก่า ราคาควรจะตกลงไหมคะ ต่อรองได้ไหม ไม่เคยซื้อของเก่า หรือมือสอง เริมต้นไม่ถูกค่ะ ขอคำแนะนำ คราวๆก็ได้ค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
07 ก.พ. 55  23:33:43 น. # 195

หน้าหลักก็ http://www.bikeloves.com ครับ  บางmenu ยังไม่ได้ทำเพิ่มขึ้น แต่ใส่ไว้ก่อน

ma
Unregistered

[ 202.57.178.184 ]
09 ก.พ. 55  15:57:26 น. # 196

ดีมากๆเลยค่ะ ป๋าลู

แม่น้องปังปอนด์
Unregistered

[ 223.205.236.95 ]
06 มี.ค. 55  21:53:02 น. # 197

ลูกชายอายุ ๗ ขวบ วิ่งเล่นกับเพื่อนหกล้มปลายตีนแขนเหนือข้อศอกหักเมื่อวันพ่อที่ผ่านมา หมอรักษาโดยการผ่าตัดจัดกระดูกใช้ลวดเสียบ บนสองเส้น ล่างสองเส้น ใส่เฝือกกาบพาไปล้างแผลที่ รพ.ทุกวัน จนครบ ๑ เดือนกับอีก ๑๐ วัน (หมอนัด)ดูฟิล์มเอกเรย์ เดือน กพ. ๑ ครั้ง เดือนมีค. อีก ๑ ครั้ง ในวันที่ ๑๓ มีค.นี้ ผลทางฟิล์มเอกเรย์ล่าสุด  เมื่อว ๑๔ กพ.นี้หมอออโธบอกว่ากระดูกติดดีมาก แต่ว่าสำหรับแม่นั้นเอ็นยึดติดมากกว่ากระดูดซะอีก แต่ก็เข้าใจแนวทางการรักษาว่าต้องร้ักษากระดูกให้ติดดีซะก่อนแล้วค่อยมารักษาเอ็นยึดติด แต่แม่ต้องเหนื่อยมากวันแรกที่ถอดลวด แม่นอนไม่หลับ ๓ วัน กลัวลูกแขนคอก เพราะแขนเค้าไม่เหยียดเลยเกือบตั้งฉาก เพราะพยายามเหยียดแขน พาไปหาหมอกายภาพบำบัดทุก รพ.เพื่อที่จะหาแนวทางรักษา ตอนนี้กางแขนออกได้ประมาณ ๑๗๐ องศา จากปกติ ต้องเหยียดได้ในองศา ๑๘๐ องศา เพราะตอนนี้ครบ ๓ เดือนพอดี แต่ก็ยังเป็นกังวลมากค่ะคุณหมอ ช่วยแนะนำหน่อยนะคะคุณหมอถ้าแขนไม่เหยียดออกมีทางรักษาอย่างอื่นมั้ย เคยปรีกษาคุณหมอประจำแล้วเค้าบอกว่าไม่มี คุณหมอบอกว่าแม่ใจร้อนเกินไป จำเป็นมั้ยในเคสประมาณแขนจะต้องยึดติด แล้วจะหายมั้ย แต่แม่ก็เผื่อใจอยู่อาจจะไม่เหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่ใช่แม่ก็ยังหวังเล็ก ๆ ก็ขอให้ใกล้เคียงเดิมมากที่สุด เท่าท่ี่แม่คนนึงจะทำให้ลูกได้ เหนื่อกายไม่เท่าไหร่แต่เหนื่อยใจกลัวลูกไม่หายนี่ที่สุด ขอขอบคุณหมอมากค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
07 มี.ค. 55  08:32:58 น. # 198

ถ้าขยันถาม คุณแม่ก็ควรจะขยันตามกลับมาอ่านที่ผมตอบไว้ด้วยนะครับ
เพราะคุณแม่ถามมาแล้วใน http://www.bikeloves.com/board_qa/show_thread.php?qID=4141 ความเห็นที่ #70  แล้วผมก็ตอบให้แล้วในความเห็นที่ #72 ครับ

หนูแจ๋ว
Unregistered

[ 183.88.30.98 ]
23 มี.ค. 55  12:31:54 น. # 199

สวัสดีคะคุณหมอ
   ดิฉันมีเรื่องปรึกษา  อาการหลังการผ่าตัดหมอนรองกระดูกของแม่  หลังจากผ่าตัด  และออกจาห้องไอซียูแล้ว  ท่านมีอาการเพ้อ  เหม่อลอย   จะพูดจาเรื่อเปื่อย  ส่วนมากจะเป็นความจำเก่าๆ   แต่จำลูกจำหลานได้ทุกคน  และมีอาการเหมือนนอนไม่ค่อยหลับ  เมือนม่านตาแกปิดไม่สนิท หมอเลยเอ็กเรย์สมองพบว่าสมองบวมเล็กน้อย  เลยเจาะเอาน้ำเหลืองกระดูกสันหลังไปตรวจหาเชื้อไวรัส  เพราะสงสัยว่าจะติดเชื้องูสวัสที่สมอง  แต่ผลตรวจก็ไม่เจอเชื้ออะไร  มีอยู่วันหนึ่ง  กลางคืนแกไม่ยอมนอน  พูดจาเพ้อเจ้อ  พยาบาลเลยให้ยานอนหลับ  ตื่นเช้ามา  อาการแกเริ่มปกติ  พูดจารู้เรื่อง  อยู่กับปัจจุบัน  รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน  ไม่พูดจาเพ้อเจ้อ  แต่ตกกลางคืนแกไม่ยอมนอน  พอเช้ามาแกก็บกลับเป็นอาการ พูดเพ้อเจ้อเหมือนเดิม  อยากเรียนถามคุณหมอถึงอาการของแม่และแนวทางวิธีการรักษา  (แม่อายุ 64  ปี  ผ่าตัดเมื่อวันที่  14 มีนาคม 2555)
รบกวนคุณหมอช่วยแนะนำหน่อยนะคะ

patcharapaibool@hotmail.com
Unregistered

[ 101.108.218.204 ]
31 มี.ค. 55  23:53:48 น. # 200

อ่านแล้วได้ประโยชน์ครับ ผมเพิ่งออก รพ. ผ่าตัดเอาลวดที่ยึดข้อไหล่ออก ดมยาสลบ หลังผ่าตัด 1-2 วันยังวิงเวียนมึนงงอยู่เลยครับ แบบไม่เคยเป็นถี่แบบนี้ เหมือนบ้านหมุน เขาให้ยาสลบมากไปหรือเปล่าครับ (แต่ยอมรับว่าก่อนผ่าก็ทำงานหนักถึงวินาทีสุดท้าย ผ่าเสร็จก็ไปทำงานต่อเลยล่ะครับ)  คราวที่แล้วผ่าเอาเหล็กใส่ ตื่นมาไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย หายเร็วไม่วิงเวียน

JUN
Unregistered

[ 58.10.74.209 ]
20 เม.ย. 55  10:44:04 น. # 201

สวัสดีค่ะคุณหมอรบกวนเรียนถามคุณหมอค่ะ เด็กอายุ2ขวบ5เดือนหกล้มคางแตกยาวไม่ถึง1เซน ต้องเย็บแผลมั๊ย ถ้าเย็บต้องวางยาสลบเด็กมั๊ยค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
20 เม.ย. 55  14:43:43 น. # 202

เย็บหรือไม่ ขึ้นกับแผลลึกแค่ไหน เลือดออกมากไหม ห่วงเรื่องแผลเป็นหรือไม่
วางยาสลบไหม ก็ขึ้นกับว่า พ่อแม่ทำใจกับการที่จะต้องเห็นลูกถูกมัดอยู่กับเตียงเพื่อให้หมอเย็บแผลหรือเปล่าหละครับ

ถ้าแผลไม่ลึกนะ เลือดไม่ออก  แต่ล้างแผล แล้วใช้ Steri-Strip® ปิดคาดดึงแผลให้มาชนกันก้ได้ครับ

มะยมหวาน
Unregistered

[ 49.49.208.210 ]
01 ส.ค. 55  09:03:08 น. # 203

พ่อผ่าตัดไส้ติ่งค่ะ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี หลังผ่าตัดสองสามวัน พ่อลิ้นบวมแดงและก็ลิ้นเฉด้วยค่ะ  โดยการผ่าตัดครั้งนี้พ่อต้องรักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบร่วมด้วย แล้วก็พ่อมีโรคประจำตัวคือโรคความดันโลหิตสูง และเส้นเลือดในสมองส่วนขวาตีบ ตอนนี้หนูกังวลเรื่องลิ้นบวมแดงและเฉด้วย อยากทราบว่าเป็นเพราะอะไรค่ะ

lucifer
Grand Member


เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
01 ส.ค. 55  19:01:35 น. # 204

คำถามที่ตอบไม่ได้ครับ เพราะไม่เห็นcase ไม่ได้ตรวจร่างกาย ไม่ได้ซักประวัติเอง  
แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ให้การรักษานะครับ
อพท.