สัพเพเหระ
Walk Around in The Coffee Shop

  56102  


แลกเปลี่ยนความคิด/เห็น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องกันที่ ระยะทางกี่กิโล?


Oody
Member


เข้าร่วม : 27 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 17 ครั้ง
ให้ความเห็น : 349 ครั้ง
04 ต.ค. 45  21:53:59 น.

ชวนชาวเสือ มาว่าด้วยเรื่องรถยนต์ต่ออีกกระทู้ เพื่อให้ผู้ใช้รถทั้งหลายที่ผ่าน เข้ามาอ่าน ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันครับ

Oil  
ปัจจุบันนี้ ท่านเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง รถยนต์คันโปรด  กันทุก กี่ พัน กี่หมื่นกิโล บอกหน่อยก็ดี เครื่องยนต์ เบ็นซิล หรือ ดีเซล   ใช้น้ำมัน เกรด อะไรกัน (บอก หรือไม่บอก ยี่ห้อ ก็ได้)


จากการสังเกตุ เวลานำรถเข้าเปี่ยนถ่ายน้ำมัน ตามศูนย์บริการ / ปั๊มน้ำมัน  หรือ คาร์แคร์  มักจะกำหนด ให้เปลี่ยนถ่ายใหม่ ที่ ระยะ ไม่เกิน 5000 กิโล กันทั้งนั้น  บางยี่ห้อ (ที่ผมใช้อยู่นี่แหละ)  ศูนย์ฯ แนะนำให้ใช้ น้ำมันเครื่อง ดีเซล เกรด CD ก็เพียงพอ และเปลี่ยนถ่ายที่ ทุกระยะ 3000 โลครับ

ตัวผมเอง ก่อนเปลี่ยนเป็น เจ้าตะกุยสี่เท้าคันปัจจุบัน  ใช้เก๋งเครื่องยนต์เบ็นซิล 2000 ซีซี  ใช้น้ำมันสังเคราะห์ ของคูเวต Q8 sae 10 - 40  S?  จำไม่ได้  เปลี่ยนถ่าย ที่ระยะทาง ประมาณ 8500 -10000 กิโล + - นิดหน่อย แล้วแต่ว่า เข้าเมืองบ่อยแค่ไหน อายุรถปัจจุบันนี้ ก็เข้า 9 ปีแล้ว  5 ปี ที่อยู่กะผมวิ่งไป 16xxxx  กิโล  3 ปีกว่า ที่อยู่กะน้องสาว วิ่งไป 2xxxx กว่ากิโล เครอื่งยนต์ปัจจุบัน ยังใช้ได้ดี

คันปัจจุบัน เครื่องดีเซล ใช้น้ำมันสังเคราะห์ของ bp visco-5000 (ตอนนี้ ม่ายมีขายแล้ว  งวดหน้าต้องเปลี่ยนใหม่) เปลี่ยนถ่ายที่ระยะ ประมาณ 8000 กิโลเมตร   เนื่องจากเป็นเทคโนโลยี แบบที่พอจะเรียกได้ว่า โบราณสุดๆ ในยุคนี้ ของเครื่องยนต์ระบบ ไดเร็คอินเจ๊คชั้น  ใช้แรงอัดจุดระเบิดโดยตรง ในห้องเผาไหม้ เปลี่ยนถ่ายใหม่ๆ  น้ำมันใสดี  ใช้ไปไม่นานก็ดำสนิท ทันที   เลยไม่กล้าใช้เป็นระยะ 10000 กม.  เช่น เจ้าเสือสีเงินของป๋าลู ซึ่งเคยบอกว่า น้ำมันเครื่อง ไม่ค่อยเปลี่ยนเป็นสีดำซักเท่าไหร่

ที่เคยเห็นมา TAXI  ที่วิ่งกันเช้ายันค่ำ  ทุกๆ วันเกลื่อนเมืองนี่แหละ   ใช้น้ำมันเครื่อง ราคาถูกที่สุด เท่าที่หาได้   ที่เห็น เป็นของตรา เสือ  1 แกลลอน 4 ลิ่ตร  ซื้อน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ได้ ไม่ถึงลิตรเลย   เติมใส่ใน taxi ใช้งานได้เช่นกันครับ


ไช้
Unregistered

[ 203.121.150.185 ]
05 ต.ค. 45  01:00:35 น. # 1

คุณ oody ครับ รถดีเซลคันที่ใช้อยู่ใช่ เวก้า ไหมครับ
อยากสอบถามว่า รับประทานน้ำมัน เฉลี่ยเท่าไหร่ครับ
ของผมเพิ่งออก d-max cab4 3000cc 2wd มา ผมรู้สึกว่ามันซดมากเหมือนกัน คือ ตจว วิ่งเฉลี่ย100กม/ชม 11-12กม/ลิตร
กทม 8-9 กม/ลิตร
ที่คิดว่ามันซดเพราะว่า ae101 คันเก่าผม
ตจว วิ่งเฉลี่ย100 รับทาน 14-15 กม/ลิตรเลย
แต่ถามหลายๆคนมา ได้คำตอบว่า เจ้าd-max นั่น ถือว่าประหยัดแล้วไม่ซดเท่าไหร่หรอก ผมคงรู้สึกไปเองมากกว่า เพราะรถมันคนละแบบกัน
ส่วนน้ำมันเครื่องนั้น เดิมทีคันเก่า ถ้าใช้semi-sinthetic ก็ใช้งาน5000 แต่ทำไม se,i ของๆ-Q8 เค้าบอกว่าใช้ได้7000 กม sinthetic เคยใช้ mobil1 ผมก็ใช้ 10000 กม แต่ผมชอบแถมไปอีกร่วมๆ1000กม ทุกที
คันใหม่นี่กะว่าจะใช้ เกรด5000กม ก็พอ เพราะเข้าเช็คที่ศูนย์ฟรีอีกนานเลย

satan
Unregistered

[ 203.113.36.13 ]
05 ต.ค. 45  15:52:42 น. # 2

ผมใช้สังเคราะห์ 100% เปลี่ยนทุก 10,000 กม.ครับ
แต่ก่อนตอนใช้ปิคอัพ ไมตี้เอกซ์ เปลี่ยนทุก 5000 กม. (น้ำมันธรรมดา) วิ่งไป 150,000 กม. ยังขึ้นถึง 150 กว่าๆ ได้สบาย ตอนหลังเปลี่ยนมาใช้แอคคอร์ดวีเทค ใช้น้ำมันสังเคราะห์ 100 % เปลี่ยนทุก 10,000 กม. วิ่งไปสามปี 145,000 กม. เครื่องก้อยังสภาพดีอยู่มาก ผมขับรถเร็วครับ 180 ประจำ (แอคคอร์ดมันวิ่งได้เร็วสุดแค่นั้น)

ป๋าลู
Senior Member


เข้าร่วม : 24 ก.ย. 45
เปิดกระทู้ : 53 ครั้ง
ให้ความเห็น : 2277 ครั้ง
05 ต.ค. 45  18:31:02 น. # 3

พูดถึงเรื่องน้ำมันเครื่องก้อเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีข้ออภิปรายกันได้มากมายครับ

การจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้น ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายนั้นจะมีปัจจัยต่างๆมาเกี่ยวข้อง ได้แก่
1. คุณสมบัติของตัวน้ำมันหล่อลื่นนั้นเอง ว่ามีความสามารถในการคงรูปหรือคงคุณสมบัติหลังจากผ่านการใช้งานไปได้สักเพียงใด คุณสมบัติหลักๆของน้ำมันเครื่องได้แก่
  • ความสามารถในการรักษาความข้นใส เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น
  • ความสามารถกระจายตัวเป็นfilmยึดเกาะกับผิวงาน
  • ความสามารถในการชะล้างสิ่งสกปรก เช่น คราบเขม่า
  • อื่นๆ ซึ่งจำไม่ค่อยได้แล้ว

    น้ำมันเครื่องที่ใช้งานได้นานๆ จะต้องสามารถคงคุณสมบัติดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ หรือ คงความสามารถในการหล่อลื่นได้ถึงแม้จะมีสิ่งสกปรกปนเปื้อนมากแล้วก็ตาม

    2. ลักษณะของการใช้งาน
  • เครื่องยนต์ที่ใช้งานโหดๆ เช่นรถแข่ง ลากรอบเครื่องแช่แถวๆขีดแดงอยู่เป็นเวลานานๆต่อเนื่องกัน กับรถถนนที่ขับไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ก็คงจะนับกันที่ระยะเวลาหรือระยะทางไม่ได้
  • การใช้งานในเมืองแบบกทม.ซึ่งรถจะอยู่กับที่มากกว่าขยับ เมื่อเทียบกับการใช้รถบนทางหลวงซึ่งลื่นไหลตลอดเวลา ก็คงจะนำมาเทียบกันในลักษณะเป็นระยะทางไม่ได้เช่นกัน

    3.ลักษณะของเครื่องยนต์
  • เครื่องยนต์ทั่วๆไปที่ไม่มีเทอร์โบชาร์จเจอร์ กับเครื่องยนต์ที่ใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์ ก็มีอายุการใช้งานน้ำมันเครื่องไม่เท่ากัน เพราะส่วนของน้ำมันเครื่องที่ต้องไหลผ่านไปเลี้ยงแกนเทอร์โบที่ร้อนจัด ( พอๆกับอุณหภูมิของไอเสีย 700 - 900 องศาเซลเซียส ( ที่ 900 นี่ เครื่องกำลังใกล้พัง เพราะส่วนผสมบางเกินไป อิ อิ อิ ) )
  • ชนิดของเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องในปัจจุบันนั้น อาจจะใช้ได้ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล แต่ที่จริงแล้ว หากเราลุยตามซุปเปอร์สโตร์บ่อยๆ จะพบว่าน้ำมันเครื่องที่ทำมาสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลนั้นจะมีความแตกต่างออกไป ทั้งนี้เพราะว่าเครื่องยนต์ดีเซลมีการเผาไหม้ที่ได้สารตกค้างที่แปลกออกไป ได้แก่เขม่าที่มากกว่า รวมไปถึงปริมาณกำมะถัน ( ซึ่งน้ำมันดีเซลในบ้านเรายังมีค่ากำมะถันสูงอยู่ )ซึ่งจะทำให้ค่าความเป็นกรดของน้ำมันเครื่องเพิ่มขึ้น น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องดีเซลจึงแตกต่างไปจากน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องเบนซิน
  • อายุการใช้งานของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์เก่าจะมีค่าclearanceของชิ้นส่วนต่างๆเพิ่มมากขึ้น น้ำมันเครื่องที่เหมาะจะเป็นน้ำมันเครื่องที่มีความข้นมากกว่าน้ำมันเครื่องที่ผลิตมาสำหรับเครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งจะใช้น้ำมันเครื่องที่มีความใสมากกว่า แต่ก็มิใช้กฎเกณฑ์ตายตัวเสมอไป แต่เครื่องยนต์ที่ผ่านการใช้งานมานานๆมักจะมีปัญหาเรื่องการกินน้ำมันเครื่อง เนื่องจากน้ำมันเครื่องอาจจะใสเกินไป ทำให้ไม่สามารถseal ช่องว่างระหว่างกระบอกสูบกับแหวนสูบ น้ำมันเครื่องส่วนหนึ่งจึงถูกดูดเข้าไปเผาไหม้ในห้องเผาไหม้ด้วย และเช่นกันเครื่องยนต์เก่าก็ย่อมจะสร้างสิ่งสกปรกให้น้ำมันเครื่องชะล้างออกมามากกว่าเครื่องยนต์ใหม่ด้วยเช่นกัน


    คราวนี้ก้อคงจะมาถามกันว่าน้ำมันเครื่องที่ใช้อยู่นี้มันควรจะใช้ได้นานถึงเท่าไหร่ หลังจากที่นอกเรื่อง เต้นฟุตเวอร์คไปนานพอควรแล้ว
  • น้ำมันเครื่องสังเคราะห์นั้น ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาโดยไม่ใช้ส่วนผสมของPitroleum base ( หากผสม ก็จะเรียกว่ากึ่งสังเคราะห์ ) ซึ่งจะมีคุณสมบัติในแง่ต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นโดดเด่นกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดา ทำให้สามารถลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี ( ใหม่กับใหม่เทียบกับน้ำมันเครื่องที่ผลิตมาจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ก็ยังให้ค่าความลื่นมากกว่า และคงคุณสมบัติเมื่อถูกความร้อนได้อย่างต่อเนื่องกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดา ) ส่วนเรื่องที่เคยมีผู้นำไปทดสอบการวัดแรงม้าสูงสุด เทียบกับน้ำมันเครื่องธรรมดานั้น แล้วให้ผลว่าได้แรงม้าไม่แตกต่างกัน ก็คงไม่ขออภิปรายอะไรมากไปกว่าว่า การทดสอบนั้นไม่ได้เป็นการทดสอบที่ถูกต้องนัก เพราะแรงม้าสูงสุดนั้นเป็นค่าสุดท้ายที่ได้ออกมาอย่างหยาบๆว่าเครื่องยนต์ทำงานได้งานมากที่สุดเท่าไหร่เท่านั้น ( อีกทั้งปัจจัยอื่นๆยังมีผลต่อแรงม้าสูงสุดไม่น้อยเช่นกัน )  แต่สิ่งที่ขาดไปได้แก่ แรงบิด หรือ แรงม้าที่เกิดในแต่ละรอบเครื่องยนต์ รวมไปถึงว่าหากใช้งานน้ำมันเครื่องนั้นๆเกินกว่า 1000 , 2000 , 3000 , 4000 และ 5000 กม. ไปแล้วนั้น แรงม้าที่วัดได้เปรียบเทียบกันยังจะเหมือนกันอยู่หรือไม่  

    ในต่างประเทศที่มีสภาพการจราจรที่คล่องตัวกว่าบ้านเรา สามารถใช้ความเร็วในระดับที่กม.จำกัดได้อย่างต่อเนื่อง น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เกรดเมื่อ4 ปีก่อนนั้น เขาrecomment.ให้ถ่ายเมื่อใช้งานไปได้ 10,000 ไมล์ หรือ 16,000 กม. ซึ่งหากมาใช้ในบ้านเราแล้ว ก็อาจจะใจกล้าหน้าด้านใช้ได้สัก 10,000 กม. ก็น่าจะยังเหลือเฟือ

  • น้ำมันเครื่องได้รับการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ SAE ก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นPetrolium base ก็น่าจะยืดอายุการใช้งานในการเปลี่ยนถ่ายได้นานเกินกว่า 5,000 กม. ( ภายใต้การใช้งานในลักษณะปกติ ) ซึ่งในหลายๆบริษัทรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นH หรือ T ที่จ้างบ.น้ำมันเครื่องผลิตน้ำมันเครื่องแล้วพะยี่ห้อตัวเองลงไป ก็ยังกล้ายืดอกบอกว่ากำหนดการถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งต่อไปที่ 10,000 กม. ซึ่งจากราคาที่จ่ายไป ก็น่าจะเป็นน้ำมันเครื่องที่เป็นPetrolium base หรือ อย่างมากก็แค่กึ่งสังเคราะห์เท่านั้น

  • แม้แต่เจ้าD4D ตัวที่ผมใช้อยู่นี้ เมื่อใช้งานกับน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ตัวที่จากTจ้างบ.อื่นผลิตให้ ก็กล้ายืดอกบอกว่ากำหนดการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งต่อไปที่ 10,000 กม. เช่นกัน ( อาจจะเป็นด้วยเหตุผลที่ว่าการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลตัวนี้ สมบูรณ์กว่าเครื่องยนต์ในระบบเก่าทั่วๆไป )


    ก็คงแล้วแต่จะพิจารณานะครับ แต่พึงคิดไว้อย่างหนึ่งว่า ยิ่งถ่ายบ่อยๆ ยิ่งสร้างpollution ให้แก่สิ่งแวดล้อมมากขึ้น

  • KD
    Unregistered

    [ 203.155.22.105 ]
    07 ต.ค. 45  07:40:18 น. # 4

    เปลี่ยนถ่ายตามคู่มือรถกำหนดครับ ใช้น้ำมันตามที่คู่มือรถกำหนดมาด้วย ไม่แพงไม่เปลือง

    !JK
    Member


    เข้าร่วม : 27 ก.ย. 45
    เปิดกระทู้ : 21 ครั้ง
    ให้ความเห็น : 358 ครั้ง
    07 ต.ค. 45  08:52:04 น. # 5

    ตอนใช้เจ้า Di2500 ก็เป็นสาวกของ Delo 500 CF4 20W50 .. ปั๊มบอกเปลี่ยนถ่ายที่ทุก 3500 กม แต่ก็ปาไปที่ 5500-6500 ถึงจะทำการเปลี่ยนถ่ายฯ ด้วยเหตุผลที่ว่า คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องปัจจุบันดีขึ้นมาก และที่สำมะคัญคือภาวะเศรษฐกิจครับ

    ส่วนตอนนี้ เปลี่ยนเป็น iVTEC สอบถามทาง 0 ก็บอกว่า เปลี่ยนที่ 10000 กม .. ในใจก็ยังคิดแบบคอนเซอร์เวทีฟ ที่ว่า 1000 กม แรกนี่น่าจะเปลี่ยนถ่ายทิ้งซะที (คงไม่กี่ตังค์น๊า) แล้วก็เปลี่ยนถ่ายเป็นพวกสังเคราะห์ 100% ใช้ไปเลย 10000-12500 กม ค่อยเปลี่ยนถ่ายอีกที (เขียนๆ อยู่นี่ก็ยังคิดไม่ตกว่าจะเอาดี ไม่เอาดี) แต่ที่แน่ๆ หากลากยาวไปที่ 10000 กม ตามที่ 0 แนะนำ .. ก็คงเปลี่ยนเป็นพวกสังเคราะห์อยู่ดี ที่เล็งๆ ก็ Mobil-1 ครับ

    Oody
    Unregistered

    [ 202.183.136.23 ]
    08 ต.ค. 45  21:01:06 น. # 6

    ตอบคุณไช้  
    ใช่ครับ ตอนนี้ใช้ vega ตัว 2800 ปี 1999 เกียร์ Auto   เดินทาง ตจว.สมัยปีแรกๆ ยางเดิม 225x65  เคยทำได้ดีสุด  กทม.-นครศรี ได้ประมาณ 14 โล/ลิตร   เต็มถังที่ บางนา  รวดเดียวถึงนคร  ไม่ต้องเติม
    สภาพปัจจุบัน ยาง 30x9.5 กันชน เหล็ก หน้า-หลัง   ดีที่สุด ก็ที่ประมาณ 11 โลลิตร   ใช้งานปกติ ก็ 9 - 10 โลลิตรครับ

    KD บ่ได้ล๊อกอิน
    Unregistered

    [ 203.155.22.105 ]
    09 ต.ค. 45  07:06:32 น. # 7

    พี่ JK ครับ เขาให้ลากไปที่ 10000 กม.เลยครับ ถ้าจะสบายใจจะเปลี่ยนที่ 1000 กม.ก็ไม่ผิดกติกา ความสบายใจของคนใช้เป็นหลักดีที่สุดครับ แต่ผมก็ไปหมื่นเลยนะ และผมก็ใช้น้ำมันของศูนย์นั่นแหละ เพราะว่าถ้าจะเอายี่ห้ออื่นเข้าไปเขาก็คงคิดตังค่าเปลี่ยนอีก แล้วไม่รู้ว่าทางศูนย์จะว่าอย่างไร คิดว่าน้ำมันที่เขาใช้ก็ได้มาตราฐานอยู่แล้ว ยังไงพี่ดูเรื่องเบอร์น้ำมันด้วยนะครับ เดี๋ยว VTEC มีปัญหาถ้าน้ำมันมันเบอร์ข้นเกินไป

    !JK
    Member


    เข้าร่วม : 27 ก.ย. 45
    เปิดกระทู้ : 21 ครั้ง
    ให้ความเห็น : 358 ครั้ง
    09 ต.ค. 45  08:39:32 น. # 8

    ขอบคุณครับ .. ตกลงใจ คงลากยาวไปที่ 10000 กม โน้นเลยแล้วกัน ประหยัดเป็นค่ากับฯ ไปได้หลายตังค์เหมือนกัน :D

    อิอิอิ
    Unregistered

    [ 202.183.136.73 ]
    10 ต.ค. 45  14:26:07 น. # 9

    ศูนย์ honda   ว่า กันว่า ใช้น้ำมัน ยี่ห้อ อพอลโล   จาเหมือน อพอลโล 11 หรือเปล่า ก็ไม่รู้   ทุกรุ่น  ใช้ไป เลย หมื่นโล เพราะ ช่วงที่ ยอกขายดีมาก  ถ้าลูกค้า เข้ามาเปลี่ยนทุก ห้าพัน  ศูนย์ รับไม่ไหว  ก็เลยยืดไปเป็น หมื่น ตั้งแต่นั้นมา   ด้วยประการฉะนี้แล

    theerasat
    Unregistered

    [ 203.144.167.85 ]
    14 ต.ค. 45  11:48:54 น. # 10

    อยากทราบว่าอาการกินนำมันเครื่องนั้นมันเป็นอย่างไรแล้วจะมีวิธีเช็คอย่างไร

    lucifer
    Grand Member


    เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
    เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
    ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
    14 ต.ค. 45  17:05:55 น. # 11

  • ระดับน้ำมันเครื่องที่วัดได้จากก้านวัด พร่องลงไปตามระยะเวลา
  • ท่อไอเสียแฉะ เอามือลูบดู จะเหมือนกับมีคราบน้ำมันดำๆติดมือมา ( ไม่ใช่คราบเขม่านะครับ )
  • อาการที่แย่ที่สุดก็คือ มีควันขาวออกมาจากท่อไอเสีย โดยเฉพาะเวลาที่เร่งเครื่องแล้วยกคันเร่งทันทีทันควัน ช่วงนั้นน้ำมันเชื้อเพลิงจะแทบไม่เข้าไปเผาไหม้ แต่น้ำมันเครื่องยังถูกดูดเข้าไปอยู่ ---> อันนี้เครื่องหลวมแล้วววว

  • Rath
    Junior Member


    เข้าร่วม : 29 ก.ย. 45
    เปิดกระทู้ : 10 ครั้ง
    ให้ความเห็น : 76 ครั้ง
    14 ต.ค. 45  21:59:22 น. # 12

    ผมยึดตามมาตรฐานของน้ำมันเครื่องครับ ที่ใช้ก็เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ มาตรฐาน API SJ ซึ่งตามข้อกำหนดมาตรฐานนี้ ก้หนดให้ใช้ได้มากกว่า 25,000 กม. แต่อันนั้นคือการใช้งานในต่างประเทศ ไม่ใช่ประเทศที่รถติดมหาโหดอย่างกทม. ผมเลยใช้แค่หนึ่งหมื่นนิดๆแล้วเปลี่ยนครับ

    มีเรื่องเล่าให้อ่าน
    คือผมเอารถเข้าบริการ 40,000 กม. ก็ดันไปสั่งให้ทางศูนย์บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วย ซึ่งจากเดิมใช้แบบสังเคราะห์ ทางศูนย์เปลี่ยนเป็นแบบธรรมดา ผลก็คือรถเร่งไม่ออก เมื่อเหยียบไปมากๆแล้วปล่อยคันเร่ง รถจะตื้อแล้วความเร็วของรถจะลดลงอย่างเร็ว อีกทั้งซดน้ำมันมาก จนผมแปลกใจ แต่คิดไม่ออกว่าเกิดจากอะไร จนกระทั้งอ่านจากใน MazdaClub ก็เลยถึงบางอ้อ หลังจากที่วิ่งได้ประมาณ 1000 กม. ผมก็เข้าปั๊มไปเปลี่ยนเป็นน้ำมันเครื่องตัวเดิมที่เคยใช้ ผลก็คือเร่งดีกลับมาอย่างเดิม กินน้ำมันกลับมาเหมือนเดิม ก็พอสรุปได้ว่าประเภทของน้ำมันเครื่อง มีผลต่อเครื่องยนต์แน่นอนครับ

    ที
    Unregistered

    [ 203.149.34.247 ]
    30 พ.ย. 46  11:01:22 น. # 13

    เครื่องยนต์แบบ  boxser

    ช ทักษิณ
    Unregistered

    [ 203.113.77.36 ]
    06 มี.ค. 50  21:30:33 น. # 14

    ผมใช้ตอนนี้เป็นน้ำมันเครื่องเพนซอยลองไล้ท์ครับรู้สึกว่าเครื่องนิ่มมากและเข้าเกียร์ง่ายมากครับ

    การ์ตูน
    Unregistered

    [ 125.24.47.118 ]
    20 ส.ค. 50  18:44:04 น. # 17



    pkk
    Unregistered

    [ 124.121.62.30 ]
    11 ธ.ค. 50  13:32:05 น. # 18

    ขอถามความคิดเห็น ผมใช้ โตโยต้า โดเรมอน 1.6 ซีซี ผมซื้อน้ามัน เครืองมาเติม ไปหลายยี่ห้อ เป็นขนาด 1 ลิตร การเติมหลายยี่ ห้อ จะมีผลกับเครื่องยนต์ไหมครับ ช่วยให้ความรู้หน่อยครับ

    เสือนอนกิน
    Grand Member


    เข้าร่วม : 03 พ.ย. 50
    เปิดกระทู้ : 71 ครั้ง
    ให้ความเห็น : 2945 ครั้ง
    11 ธ.ค. 50  21:09:10 น. # 19

    ถ้าค่า SAE เดียวกัน  ไม่น่ามีผลเสียครับ  แต่ผมรู้สึก (ไปเอง?) ว่า ถึงแม้ว่าค่า SAE จะเหมือนกัน  แต่ละยี่ห้อก็ "ลื่น" ต่างกัน กับรถแต่ละคันครับ

    แจ็ค
    Unregistered

    [ 115.67.174.95 ]
    09 พ.ค. 52  10:37:08 น. # 22

    DMAXคอมมอนเรลประหยัดนำ้มันดี แต่กินนำ้มันเครื่องนะครับขอบอก คันอื่นเป็ไงบ้าง

    ต้น
    Unregistered

    [ 61.47.18.239 ]
    10 มิ.ย. 52  13:12:54 น. # 23

    ใช่ครับคุณแจ็ค ใช้ D-MAX ปี2005 ใช้น้ำมันเครื่องแบบ 10000 กม.  ถ้าตอนเปลี่ยนเติมน้ำมันเครื่องใหม่ ไม่ถึง 7 ลิตรแล้วเปลี่ยนไส้กรองด้วย  ใช้ไปประมาณ 6000 กม .  แล้วดูที่ก้านวัดน้ำมันเครื่องตอนเช้าก่อนสตาร์ท์   น้ำมันเตรื่องจะน้อยลงเกือบถึงขีดด้านล่าง  บางปั้มแนะนำให้ใช้ 8 ลิตร ถ้าเปลี่ยนพร้อมไส้กรองน้ำมันเครื่อง (ไส้กรองน้ำมันเครื่องยาว)

    เสือนอนกิน
    Grand Member


    เข้าร่วม : 03 พ.ย. 50
    เปิดกระทู้ : 71 ครั้ง
    ให้ความเห็น : 2945 ครั้ง
    27 มิ.ย. 52  18:14:39 น. # 26

    ตอนนี้สูงสุดมันเป็น API SF ไม่ใช่เหรอครับ

    แล้ว SF มียี่ห้ออะไรบ้างหล่ะครับ

    Jewpc
    Unregistered

    [ 61.90.40.138 ]
    30 ก.ย. 52  23:12:13 น. # 29

    D-max รุ่นคอม กินน้ำมันเครื่องเยอะถ้ายังอยู่ในประกันก็เคลมโลด...
    อาจได้เครื่องใหม่เลย...ถ้าหลุดประะกันไปแล้วก็...ลองเข้า0ใหญ่ดู อ้อนๆจนท.เค้าหน่อย
    เพราะตรีเพชรก็รู้ปัญหาเรื่องนี้เหมือนกัน....นะวินาทีนี้ ตรีเพชรก็ต้องใจปล้ำแล้ว....
    ไม่งั้นสาวกแหกค่ายหมด...

    Jewpc
    Unregistered

    [ 58.8.80.221 ]
    01 ต.ค. 52  21:38:32 น. # 30

    ตอนนี้ API สูงสุดของเครื่องเบนซินเป็น SM ครับ
    ส่วนของเครื่องยนต์ดีเซลเป็น CI-4 ครับ

    MAX
    Unregistered

    [ 115.67.186.113 ]
    18 ม.ค. 53  15:01:12 น. # 31

    รถกินน้ำมันเคร่ืองรุ่นคอม2.5ไอ้โด้ปี05
    ใช้สังเคระห์10-30 ของAC
    10,000Kmเปลี่ยน เช็คก้านวัด เหลือ
    ติดก้านวัด1เซนต์(ล่างจุดE)
    ต้องพกน้ำมันเคร่ืองสำรองติดรถ
    เข้าศูนย์ บอกจะใช้ต่อ หรือจะให้ศูนย์ผ่า
    ถ้าผ่าแล้วไม่เหมือนเดิมนะ 1 เดือนรอได้ปะ
    ผู้ท่ีมีปัญหาเหมือนผมมีใหม
    จะให้ทำอย่างไรโปรดชี้แนะ
    รออยู่ครับ ให้เวลาคิดไม่เกิน1เดือน
    โอ้ ! ก้อด

    notethai@hotmail.com
    Unregistered

    [ 58.8.159.226 ]
    11 เม.ย. 53  08:47:02 น. # 32

    ผมดูที่ระยะเวลาครับ ผมถ่ายน้ำมันเครื่องทุก 4 เดือน หรือ ปีละ 3 ครั้ง และใน 4 เดือน ผมจะวิ่งประมาณ เกือบ 6000 กม. ผมจึงใช้น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ เพราะมีระยะใกล้เคียงความต้องการ
        แต่ก่อนรถเข้า 0 เขาจะถ่ายเอาแบบ 10000 กม. ให้ ผมจึงต้องใช้รถเกือบ 10 เดือนจึงจะถึงระยะเปลี่ยน แต่กรองน้ำมันเครื่องน่ะจะหมดอายุที่ 8 เดือน เขาจึงเขียนไว้ว่า ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทุก 6 เดือน หรือ 8000 กม. หรื่ออย่างใดอย่างหนึ่งที่ถึงก่อน
       ท่านก็ลองดูว่า 6 เดือนของท่าน วื่งกันกี่ กม. แล้วค่อยหาน้ำมันเครื่องที่มีระยะเหมาะสมกับการใช้งานของท่าน

         เมื่อ ม.ค. 53 ผมใช้เชลล์ เพราะแถมถังดับเพลิง โดย ราคา 1200 กว่าๆบาท น้ำมันเครื่องระยะ 5000 ก.ม. + กรอง

         เม.ย. 53 ผมไปเปลี่ยนที่ บีควิก เพราะ โปรโมชั่น น้ำมันเครื่อง + กรองราคา 990 น้ำมันเครื่องระยะ 7000 กม.

    ผมใช่ โตโยต้า วีโก้ พ่อผมใช้ อีซูซุ คามิโอ้ วิ่ง กทม. ทำอย่างนี่มากว่า 3 ปีแล้ว

    โจ้
    Unregistered

    [ 182.93.135.26 ]
    30 มิ.ย. 53  09:30:41 น. # 33

    พีๆคนไหนเคยถ่ายนำ้มันเครื่องวีโก้หรือดีแมคเองบ้างไหมคับแล้วมีปัญหาอะไรบ้าง

    สมหวัง
    Unregistered

    [ 210.246.145.135 ]
    05 ก.ค. 53  10:28:32 น. # 34

    การเติมน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นนั้น หากเป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้งานเบาๆ ขับไม่กระชากรุนแรง และระดับความเร็วกลางๆ ระหว่าง 90 - 120 กม./ชั่วโมง ก็สามารถใช้น้ำมันเครื่องประเภทเซมิซินเนติคได้เลย และมีระยะทางที่ใช้งานได้ 10,000  กม. / การถ่ายน้ำมันเครื่อง 1 ครั้ง และต้องเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่องด้วย  แต่ถ้าวิ่งในเมืองที่มีรถติดบ่อยๆ ก็ควรลดระยะทางลงเหลือ 7,000  กม./การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันในแต่ละครั้ง  ท่านก็สามารถใช้งรถได้อย่างเหมาะสมและเต็มมูลค่าการใช้งานครั้ง  การโฆษณาต่างๆ ของบริษัทผู้ขายน้ำมันเครื่องส่วนใหญ่ต้องการให้เกิดผลประโยชน์ของเจ้าของธุรกิจทั้งนั้นแหละครับ ส่วนจะจริงใจหรือไม่อย่างไรก็แล้วแต่จะคิดกันนะครับ

    ซูกัส7813
    Unregistered

    [ 114.128.25.38 ]
    16 ส.ค. 53  13:08:45 น. # 35

    เลยได้กี่กิโลเมตรฟอร์ดโฟกัส

    ช่างmobil
    Unregistered

    [ 1.46.226.148 ]
    03 ก.ย. 53  20:50:14 น. # 36

    นํามันเครืองมีหลายยี้ห้อแต่ผมใช้แต่mobil-1*นำมันเครืองพื้นฐานคุณภาพสูงเปลียนประมาณ5000กิโลนำมันกึงสังเคราะห์เปลียนที่7000กิโลและสังเคราะห์แท้เปลี่ยนที่10000กิโลแต่คุณภาพดีกว่าแต่ราคาสูงพอสมควรครับ

    Sunny NEO 2002
    Unregistered

    [ 202.91.19.194 ]
    09 ต.ค. 53  01:32:06 น. # 37

    ผมใช้น้ำมันเครื่อง ปตท เซมิ ซินเทติก 10W-40 เปลี่ยนทุก5,000กิโล
    เครื่องจะได้ดูใหม่อยู่เสมอ ผมซื้อมา500฿ กรอง100฿ ค่าถ่าย50฿

    หน่อง อุดร
    Unregistered

    [ 117.47.12.210 ]
    26 พ.ย. 53  15:35:51 น. # 38

    แล้วสามล้อปั่น  เปลี่ยนน้ำมันเครื่องไหมครับ

    noiair
    New Member


    เข้าร่วม : 26 พ.ย. 53
    เปิดกระทู้ : 1 ครั้ง
    ให้ความเห็น : 2 ครั้ง
    27 พ.ย. 53  00:47:18 น. # 39

    ผมว่ามันขึ้นอยู่กับการใช้งานมากกว่าครับ เหตุที่รถบางรุ่นบางยี่ห้อน้ำมันเครื่องแห้งนั้นมันเกิดจากอุณหภูมิของห้องเครื่องมันสูงอาจจะด้วยเครื่องยนต์ใหญ่หรือแรงม้าเยอะๆทำให้เกิดความร้อนในห้องเครื่องสูงน้ำมันจึงเกิดเป็นไอระเหยถึงแม้จะมีถังดังไอก็ตามก็ยังไม่แก้ปัญหาตรงนี้ให้หมดไปหรอกครับ สรุปก็คือให้คอยตรวจเช็คระดับน้ำมันในห้องเครื่องตลอดอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งครับ จากประสบการณ์ถ้าเกิดระยะ10000กม. แล้วระดับน้ำมันแห้งเยอะแนะนำเปลี่ยนที่ระยะ5000ดีกว่าครับรักษาเครื่องด้วยอย่าลืมเปลี่ยนกรองน้ำมันด้วยนะครับ ส่วนพี่โด้ผมใช้กึ่งสังเคราะห์10w-30 10000โลครับแห้งก็เติมเอง555++

    mobil1เช็นเตอร์
    Unregistered

    [ 182.232.83.23 ]
    02 ม.ค. 54  20:05:19 น. # 40

    ตามapiกำหนดครับด้านหลังของกระป๋องนำมันเครื่องถ้าเป็น--sa/sb/scเป็นเหมาะกับเบนชิน--ครับถ้าเป็นca/cb/cc/cdจะเป็นเหมาะกับดีเชลครับ
    sa/เป็นนำมันเครื่องที่มีคุณสมบัติตามธรรมชาติไม่มีสารเพิ่มคุณภาพใช้กับเครื่องยนต์รุ่นเก่าดครื่องยนต์หมุนรอบช้าในปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว
    sb/เป็นนำมันมาตรฐานใช้กับเครื่องยนต์รอบตำ
    sc/ใช้กับรถยนต์ปี1964-1967
    sd/เป็นนำมันเครื่องมาตรฐานทำการชะล้าง
    se/ใช้กับรถนั่งและรถบรรทุกเล็กปี1978เป็นต้นไป
    sf/ใช้กับรถปี1980โดยเป็นการเพิ่มสารต้านทานการรวมตัวของอ้อคชิเจนเพื่อใช้กับเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กำลังแรงม้ามากขึ้นตลอดจนใช้กับเทอร์โบชาร์จได้
    sg/เป็นค่าสูงสุดในขณะนี้ของเครื่องยนต์เบนชินเน้นการสึกหรอบริเวณลิ้นและยังเน้นประหยัดเชื้อเพลิง
    ------------ต่อไปเป็นของดีเชลครับ-----
    ca/เป็นนำมันเครื่องที่ใช้งานขนานเบาและปานกลาง
    cb/เป็นนำมันเครื่องที่ใช้กับเครื่องยนต์ที่ใช้นำมันเชื้อเพลิงคุณภาพตํามีกำมะถันสูงจะมีสารป้องกันการกัดกร่อน
    cc/ใช้กับเครื่องดีเชลที่มีโทโบชาจ์เเละเครื่องยนต์ธรรมดาจะมีการชะล้าง
    cd/เป็นมาตรฐานที่มีรอบการทำงานที่สูงหรือเรียกว่าHDoilมีการชะล้างเขม่าการกระจายของตะกอน
    ce/เป็นนำมันเครื่องเกรดรวมเหมาสำหรับเครื่องยนต์ในปัจจุบันมีคุณสมบัติควบคุบเขม่าบริลูกสูบและแหวนทำให้รักษาเครื่องยนต์และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
    cf-4/ใช้กับเครื่องยนต์ดีเชลที่มีรอบทำงานสูงติดโทโบชาจ์มีมาตรฐานสูงกว่าceจะมีสารประกอบป้องกันเขม่าหัวลูกสูบและช่วยประหยดนำมัน
    --------------ยกตัวอย่าง10w-30ครับ--------
    10wจะเป็นอุณหภูมที่เย็นสตาร์จติดง่ายนำมันจะใสครับ30จะเป็นอุณหมูความร้อนที่รองรับเมือเกิดความร้อน
    10w---ความหนืด/3500ที่อุหภูมิ20องศา
    15w----------------3500-----------15องศา
    20w---------------4500------------10องศา
    25w----------------6000----------5องศาครับ
    แล้วอย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองนะครับ

    mobil1เช็นเตอร์
    Unregistered

    [ 182.232.83.23 ]
    02 ม.ค. 54  20:08:52 น. # 41

    กรอง100หนึ่งผมว่าน่าจะของเทียมนะครับของแท้ทุกยี้ห้อ200ขึ้น

    lucifer
    Grand Member


    เข้าร่วม : 23 ก.ย. 45
    เปิดกระทู้ : 82 ครั้ง
    ให้ความเห็น : 5167 ครั้ง
    03 ม.ค. 54  09:54:46 น. # 42

    มีอยู่ยี่ห้อหนึ่ง ที่ต่ำกว่า 100 บาท แล้วก็เป็นของจริงนะครับ
    คือ Nissan บางรุ่น ไม่ว่าจะเป็น CA18 , RB20  ของแท้ ราคาที่วรจักร 99 บาท  เมื่อ 15 ปีที่แล้ว สมัยเมื่อยังใช้ 200SX เพราะมันคือไส้กรองแท้ที่ราคาถูกที่สุดเท่าที่เคยซื้อใช้มา  และแพงที่สุดเท่าที่เคยใช้มา คือของ AUDI A4 เครื่องV6 ลืมไปแล้วว่าเท่าไหร่ รู้อย่างเดียวกว่า"แพงได้โล่"ก็แล้วกัน

    เพิ่งโต
    Unregistered

    [ 202.47.224.211 ]
    17 ม.ค. 54  12:34:57 น. # 43

    ถ้าน้ำมันเครื่องไม่ได้ถ่ายจะมีส่วนทำให้รถอืดไหม

    ไร้สาระ
    Unregistered

    [ 223.206.56.91 ]
    31 ม.ค. 54  12:32:56 น. # 44

    ในความคิดของผมนะ 8000-10000 กิโลครับ ถ้าเอาแบบสบายใจสุดๆเลยก็คงต้อง เปลี่ยนทุกวันก็ได้ครับอันนี้ดีที่สุดเลยครับ

    คนอยากมีสาระ
    Unregistered

    [ 118.173.45.63 ]
    01 ก.พ. 54  16:43:42 น. # 45

    เข้ามาที่นี้ ให้ความรู้ดีค่ะ เพราะว่าจะซื้อน้ำมันเครื่องมาเปลี่ยนเอง ไปศูนย์ไม่ไหว แพงมากๆ
    ใช้ เชฟพี่โด้2.5 เอลทีค่ะ ใช้น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ ของเชล 10W40 เปลี่ยน 5000 โลค่ะ
    ซื้อมา น้ำมันเครื่อง + กรองเครื่อง 980 บาท จริงราคา 1000 แต่ต่อเจ้าของร้านค่ะ เขารำคาญ
    เลยลดให้อีก 20 บาท 555

    มือใหม่หัดมี
    Unregistered

    [ 58.11.98.62 ]
    03 ก.พ. 54  17:40:35 น. # 46

    เวลาถ่ายน้ำมัน ต้องถ่ายน้ำมันอะไรบ้างครับ ระยะเวลาเท่าไหร่ถึงถ่ายทีครับ ช่วยหน่อยนะครับเพิ่งมีรถอ่ะ ผมใช้mitsu L200ครับ

    เอ๋
    Grand Member


    เข้าร่วม : 26 ก.ย. 45
    เปิดกระทู้ : 78 ครั้ง
    ให้ความเห็น : 4474 ครั้ง
    04 ก.พ. 54  12:07:05 น. # 47

    Quote:

    เวลาถ่ายน้ำมัน ต้องถ่ายน้ำมันอะไรบ้างครับ ระยะเวลาเท่าไหร่ถึงถ่ายทีครับ ช่วยหน่อยนะครับเพิ่งมีรถอ่ะ ผมใช้mitsu L200ครับ


    1.น้ำมันเครื่องธรรมดา หรือ semi  เปลี่ยนสัก 5 - 6 - 7 พันกิโล พร้อมกรองน้ำมันเครื่อง
    2.น้ำมันสังเคราะห์ เปลี่ยนที่ 1 - 1.1 - 1.2 หมื่น พร้อมไส้กรอง
    3.น้ำมันเกียร์เปลี่ยนที่ประมาณ 2 หมื่น หรือ 1 ปี พร้อมกรอง
    4.กรองอากาศ เป่าฝุ่นไปเรื่อยๆ  จนกระทั่งมันยุ่ย ... ก็เปลี่ยน หรือไปซื้อกรอง k&n มาใส่ แล้วก็ล้างทุก 5 พันโล แล้วไม่ต้องเปลี่ยนไปชั่วชีวิต(รถ)
    5.น้ำมันเพืองท้าย อันนี้ไม่รู้ เพราะใช้แต่ขับหน้า ลองเปิดคู่มือเอาครับ

    ปล.l200 มันเก่าแล้ว น้ำมันเครื่อง อย่าใช้ต่ำกว่าเบอร์ 40 นะครับ(50 น่าจะเหมาะกว่า)

    หมูอีซูซุ
    Unregistered

    [ 125.27.186.157 ]
    08 มิ.ย. 54  05:59:17 น. # 48

    ผมขายทิ้งไปแล้วครับ DMAX ปี2005 ป้ายแดงจากศูนย์อีซูซุ    มีปัญหาเรื่องกินน้ำมันเครื่อง ซึ่งอีซูซุเองก้อรู้ดี แต่คนซื้อส่วนมาก ไม่รู้.....เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเข้าศูนย์อีซูซุตลอด ใช้ 4 ปี ลองเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่ 10,000 กม. น้ำมันเครื่องแทบไม่เหลือติดก้นแทงค์  ลองถามพรรคพวกที่เป็นช่าง บอกว่ารุ่นนี้เป็นทั้งรุ่น ถ้าไม่เชื่อลองวิ่งมาเครื่องร้อน ๆ แล้วดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องดู...ควันท่วม ครับ  ซึ่งรถทั่วไปไม่เป็น  จึงเป็นสาเหตุที่แค้นใจจนทุกวันนี้ ครับ... อ้อ...ลืมบอกไป  ช่วงที่่ออกใหม่ ๆ ศูนย์อีซูซุ (อย่าบอกเลยนะว่าที่ไหน?) ให้นำรถเข้าไปตรวจเช็ค แล้วเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมตรวจสภาพให้ฟรี  โคตรดีใจ  คิดว่าบริการดีเยี่ยม  เลยเข้าศูนย์ฯ ตลอด
    รถเข้าศูนย์ฯแล้ว เราก้อไปนั่งกินกาแฟสบายใจเฉิบที่ห้องบริการของศูนย์ฯ (ไว้ใจว่างั้นเหอะ..)
    มารู้อีกที ปี 4 ครับพี่น้อง....แมร่ง..ขายทิ้งซะ  เดี๋ยวนี้ใช้ วีโก้สะใจกว่ากันเยอะเลย......
    อพท.